ข่าว

'โญ ตอบโจทย์' ในสถานการณ์คนเลือกข้าง

'โญ ตอบโจทย์' ในสถานการณ์คนเลือกข้าง

21 ธ.ค. 2554

เรื่องร้อนๆ กระเทือนจิตใจคนไทยเรื่องหนึ่ง เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง ปัญหากฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เรื่องร้อนๆ กระเทือนจิตใจคนไทยเรื่องหนึ่ง เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง ปัญหากฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


 ยิ่งขณะที่พักหลังๆ มีกรณีคดีความการละเมิดกฎหมายนี้เพิ่มถี่มากขึ้น ยิ่งสร้างความขัดแย้งภายในมวลหมู่คนไทยมากยิ่งขึ้น ในแนวคิดและอุดมการณ์ ภายใต้วาทกรรม แก้-ไม่แก้ ยกเลิก-คงไว้


 หลังจากกรณี 'อากง' 'ติ่ง มัลลิกา บุญมีตระกูล' ล่าสุดกรณีของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ก็เกิดเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์เกี่ยวกับมาตรา 112 ให้สังคมไทยได้ถกเถียงกันอีก


 ซึ่งคราวนี้ มิได้ปรากฏในโลกของสื่อออนไลน์ไร้สาย หรือโซเชียลมีเดีย หากแต่ปรากฏในสื่อสาธารณะออกโทรทัศน์


 เมื่อ 'ภิญโญ' แสดงบทบาทพิธีกรรายการ 'ตอบโจทย์' ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย (Thai PBS) กับหัวข้อการสนทนาที่ร้อนแรงเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 ออกอากาศหลายตอนติดกัน
 จนเกิดเป็นคำถามจากคนกลุ่มหนึ่งว่า หรือหนุ่มคนนี้คิดการณ์ใหญ่ที่เราก็รู้ว่าอะไร


 เช่น ในตอนที่สัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ถึง 3 วันต่อกัน ก็มีคำถามถึงการแก้ไขมาตรา 112 ที่ในที่สุด ภิญโญก็ได้นำเสนอแนวคิดของอดีตนายกฯ รสช. ในบทความทางหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 9 ธันวาคม 2554 ในหัวข้อ


 "อานันท์ เห็นด้วย แก้ไขกฎหมายมาตรา 112 คำพยากรณ์ของกษัตริย์ถึงกษัตริย์ โดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา"
 โดยภิญโญ สรุปในบทความดังกล่าวว่า


 "เพราะคุณอานันท์ได้ตอบโจทย์อย่างชัดเจนว่า สมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรานี้ คําถามคือ เมื่อคนพูดเรื่องนี้ ชื่อ อานันท์ ปันยารชุน ยังจะมีใครกล้ากล่าวหาคุณอานันท์ว่าอยู่ในฝ่ายล้มเจ้าหรือไม่ ทั้งๆ ประเด็นที่คุณอานันท์พูดก็มิได้แตกต่างจากข้อเสนอของนักเขียนหนุ่มสาวทั้งหลาย"


 ขณะที่ก่อนหน้า รายการเดียวกันนี้ และผู้ดำเนินรายการคนเดียวกันนี้ กับผู้ร่วมสนทนา อันประกอบไปด้วย รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, คำนูณ สิทธิสมาน ซึ่งออกอากาศช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ถึง 3 วันเช่นกัน ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในบริบทของปัญหามาตรา 112 กับหัวข้อการสนทนาประเด็น 'ข้อเสนอนิติราษฎร์'


 ซึ่งหลังจากการพูดคุยถึงประเด็นเรื่องการรัฐประหารและระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ก็จะตบท้ายด้วยการสนทนาเรื่อง 'กฎหมายอาญา มาตรา 112' ทุกครั้ง


 หรือช่วงค่ำคืนวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อการสนทนาในรายการตอบโจทย์ ซึ่งนอกจากพิธีกร ภิญโญแล้ว ผู้ร่วมรายการยังประกอบไปด้วย นิธิ เอียวศรีวงศ์, พนัส ทัศนียานนท์ และ ผศ. ดร. กิตติศักดิ์ ปรกติ


 ที่สำคัญประเด็นการพูดคุยหลัก เป็นเรื่องของ กฎหมายอาญา มาตรา 112 กับคำถามว่าควรแก้หรือไม่ และหากจะแก้ ควรจะแก้ไขอย่างไร!!!


 ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่า ผู้ร่วมรายการแต่ละท่าน จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป โดยเฉพาะแนวโน้มจะเอียงไปทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ด้วยเงื่อนไข ตามบริบทสังคมและความเหมาะสมต่างๆ


 อย่างไรก็ดี คำตอบเหล่านั้น ใช่ว่าสังคมจะรับไม่ได้ แต่ที่เกิดเป็นปัญหา คือ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีผู้ใดล่วงละเมิด จาบจ้วงสถาบัน ต่างพุ่งเป้ากลับมาที่ผู้ตั้งคำถามในรายการทันที ซึ่งหมายถึง ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา


 กับคำถามคาใจเรื่องเจตนาและกาลเทศะที่ว่า เหตุใดเขาจึงเปิดประเด็นพูดคุยเรื่องอ่อนไหวเช่นนี้ ในบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ทั้งก่อนและคาบเกี่ยวมาถึงช่วงหลัง 5 ธันวา 2554


 เมื่อเป็นเช่นนี้ สำนักข่าวใหญ่เจ้าประจำ ขยายความต่อทันทีด้วยการเปิดปูมของพิธีกรปากกล้า ทั้งอดีตที่ภิญโญ เคยเดินทางไปสัมภาษณ์อดีตนายกฯ ทักษิญ ชินวัตร ถึงดูไบ


 หรือแง่มุมที่ว่า เขาคือเจ้าของสำนักพิมพ์ openbooks ที่หนึ่งในแกนนำของสำนักพิมพ์อย่าง ปราบดา หยุ่น ก็เป็นหนึ่งในนักเขียนของสำนักพิมพ์นี้ที่ได้ลงชื่อให้แก้ไขมาตรา 112


 และตามต่อด้วยการเปิดเผยถึง การจับมือทางธุรกิจสื่อระหว่าง พิธีกรตอบโจทย์กับช่องข่าวดาวเทียมช่องใหม่ของ อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กับชื่อช่องข่าวใหม่ว่า The News ที่ดึงภิญโญมาเป็นผู้อำนวยการ ซึ่งจะเปิดตัวในเดือน 5 ปี 2555 ที่จะถึงนี้ ขณะที่ยังลากโยงไปถึงสายสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับอากู๋ที่แนบแน่นยาวนาน


 กระทั่ง ปลุกระดมมวลชนที่มีอยู่ ให้เลิกสนับสนุนสินค้า ศิลปิน หรือผลงาน ที่ผลิตออกมาจากค่ายแกรมมี่ ไปถึงขนาดนั้น


 ทั้งที่ข้อเท็จจริงกรณีแกรมมี่ ยังไม่ได้ไปถึงขั้นเป็นผู้อำนวยการสถานี หากแต่เป็นแค่การปรึกษาหารือ และมันไม่ใช่เรื่องของแกรมมี่โดยตรงเสียด้วยซ้ำไป


 หากใครที่ติดตามผลงาน จะรู้จักตัวตนของภิญโญดีว่า เขาเป็นนักข่าว นักเขียน นักสัมภาษณ์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่มีแนวคิดแบบ 'แนวๆ' มาแต่ไหนแต่ไร ดังที่เขาเคยให้สัมภาษณ์สื่อหลายหัว
 เช่น สารคดี ฉบับเดือนตุลาคม 2550 ว่า


 "อาชีพของผมคือการตั้งคำถาม ผมเป็นสื่อมวลชนอิสระ มีหน้าที่ตั้งคำถามที่น่าสนใจให้คนที่เกี่ยวข้องตอบ แต่ผมก็ไม่มีภูมิปัญญามากพอที่จะตอบทุกคำถามที่ตัวเองตั้งได้ ผมจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามในที่สาธารณะ เพื่อให้ปัญญารวมหมู่ของสังคมตอบ"
 หรือกับ Positioning Magazine ธันวาคม 2547


 "ผมเป็นพวกกบฏ ผมไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ ชอบเถียงครูในบางเรื่อง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้เป็นตัวประหลาดในสายแฟชั่น แต่ผมมักมีทัศนคติที่ไม่ค่อยเหมือนกับกระแสหลัก ไม่ค่อยเหมือนกับที่ครูอาจารย์สอน บางเรื่องผมก็จะค้าน จนเหมือนมีความขัดแย้งกับครู บางทีผมไม่เชื่อในวิธีการคิดหรือวิธีการสอนของครู บางเรื่องผมก็จะมีความขัดแย้งในใจ บางครั้งผมก็เถียง บางครั้งผมก็จะเงียบๆ อาจจะไม่เถียงเลย แต่ผมก็ยังคงไม่เห็นด้วย"


 ล้วนสะท้อนถึงแนวคิด แนวสุดโต่งในแบบฉบับของภิญโญ ที่ว่า 'ก็เป็นของเขาอย่างนี้'