ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'พบ'ซูจี'แค่ครึ่งชั่วโมง

'ยิ่งลักษณ์'พบ'ซูจี'แค่ครึ่งชั่วโมง

21 ธ.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" พบ "ซูจี" แค่ครึ่งชั่วโมง โอกาสเยือนพม่า "ทักษิณ" รับประสานพม่าปูทางให้ สื่อต่างประเทศวิจารณ์ "แม้ว" จุ้นหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่า

                20ธ.ค.2554 นายยาน วิน โฆษกพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรคฝ่ายค้านสำคัญของพม่า เปิดเผยว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้พบปะหารือกับนางอองซาน ซูจี แกนนำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตไทย ในนครย่างกุ้ง ในช่วงเย็นวันอังคารที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้หารือกันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่มีการหารือกัน

                นางสาวยิ่งลักษณ์ใช้โอกาสหลังการประชุมระดับผู้นำกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ณ กรุงเนปิดอว์ ที่เสร็จสิ้นในวันอังคาร เดินทางมายังนครย่างกุ้งเพื่อพบปะกับนางซูจี ซึ่งนับเป็นผู้นำประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประเทศแรกที่ได้พบกับนางซูจี หลังจากที่ทางการพม่าปล่อยตัวนางซูจีจากการกักบริเวณภายในบ้านเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553

                ภายหลังการพบปะกับนางซูจี นายกยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปสักการะเจดีย์ชเวดากอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพม่าก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนด

                ก่อนหน้านี้นางซูจี ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากต่างประเทศ เช่น นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และ เอกอัคราชทูตจีนประจำพม่า ซึ่งมีการวิจารณ์ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปิดประเทศและการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยของพม่า ที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาภายหลังจากการครองอำนาจการบริหารประเทศของกลุ่มนายทหารนานกว่าครึ่งศตวรรษ

                ในช่วงที่เหลือของเดือนธันวาคมนี้ นางซูจี มีกำหนดการพบปะกับนายโคอิจิโร เกมบะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และ นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษในเดือนมกราคม

 

"ทักษิณ"จุ้น"กิจการพม่า


                สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ทางโทรศัพท์และยืนยันว่าตนเองได้เดินทางไปยังพม่าและพบปะกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่าเมื่อวันพฤหัสที่ 15 ธ.ค.  เพื่อปูทางก่อนการเยือนของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำจีเอ็มเอส ณ กรุงเนปิดอว์ในช่วงต้นสัปดาห์นี้

                สื่อต่างประเทศวิจารณ์ว่าการดำเนินการดังกล่าวของพ.ต.ท.ทักษิณทำให้เกิดความกังวลว่าการสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-พม่า ในอนาคตอาจจะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของพ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้ง

                อดีตนายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่าการเดินทางเยือนพม่าของนางสาวยิ่งลักษณ์จะมีการเจรจากับฝ่ายพม่าในประเด็นต่างๆรวมทั้งข้อตกลงด้านพลังงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย

                ผู้สังเกตุการณ์ทางการเมืองบางคนวิจารณ์การตัดสินใจของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่เดินทางไปยังพม่าโดยมีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมทั้งผู้บริหารบริษัท ป.ต.ท. จำกัด (มหาชน) ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายการลงทุนด้านพลังงานในพม่าที่จะเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรธุรกิจของพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น

                แหล่งข่าวด้านการทูตเปิดเผยด้วยว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเยือนพม่าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้าการเดินทางเยือนพม่าเพื่อแนะนำตัวในฐานะผู้นำประเทศคนใหม่ของนางสาวยิ่งลักษณ์ โดยในครั้งนั้นพ.ต.ท.ทักษิณได้พบปะหารือกับพลเอกอาวุโส ตัน ฉ่วย อดีตผู้นำพม่าด้วยเช่นกัน

                นอกจากความสนใจในการขอสัมปทานสำรวจและพัฒนาแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติบนดินและในชายฝั่งทะเลพม่าแล้ว ประเทศไทยยังให้ความสนใจในการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายทางตอนใต้ของพม่า ที่มีการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและเส้นทางถนนไปยังท่าเรือน้ำลึกมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังท่าเรือน้ำลึกผ่านทางถนน รถไฟ และ ท่อส่งน้ำมันและก็าซธรรมชาติที่จะมีการพัฒนาต่อไป

                แม้จะไม่มรความชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีความเกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าว หรือมีการเสนอโครงการธุรกิจอื่นใดในพม่า แต่อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นล้มอำนาจเมื่อปี 2549 ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองในกิจการที่เกี่ยวข้องกับพม่า

                ทั้งนี้ในปี 2547 บริษัทชินวัตร แซทเทิลไลท์ หนึ่งในธุรกิจในเครือชินวัตร ได้ให้บริษัท บากัน ไซเบอร์เทค ซึ่งเป็นธุรกิจของบุตรชายพลเอกขิ่น ยุ้น อดีตนายกรัฐมนตรีพม่าเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม ซึ่งในภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้ช่องทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยในการกดดันพม่าให้ยอมรับเงินกู้จำนวน 4,000 ล้านบาทเพื่อจ่ายค่าตอบแทนในสัญญาที่บริษัทของบุตรชายอดีตนายกพม่าทำไว้กับบริษัทชินวัตร แซทเทิลไลท์