
'คริสต์มาส'จุดเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุข
เล่าสู่กันฟัง : 'คริสต์มาส' จุดเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุข โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอพยพ ที่พักอาศัย ข้าวของเครื่องใช้ ทรัพย์สินเงินทอง การเจ็บไข้ได้ป่วย รวมถึงการกระทบกระเทือนทางจิตใจที่สูญเสียคนในครอบครัว ผ่านไปจนเกือบจะสิ้นปีสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย คนส่วนใหญ่กลับเข้าไปทำความสะอาดและฟื้นฟูสถานที่พักอาศัยของตัวเองให้กลับคืนสู่สภาพเดิม หลายคนได้ถือโอกาสตกแต่งที่พักใหม่รอฉลองต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วัน นับเป็นเทศกาลแรกหลังเจอวิกฤติกันมา และยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่
แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองพุทธ แต่ด้วยนิสัยของคนไทยที่ไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องการนับถือศาสนา ทำให้เมืองไทยมีผู้คนจากหลายศาสนามาอยู่รวมกัน พร้อมกับนำวัฒนธรรมประเพณีเฉพาะของแต่ละศาสนามาเผยแผ่และอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจ หนึ่งในนั้นก็คือวันคริสต์มาส เชื่อว่าทุกคนรู้จักวันคริสต์มาส แต่อาจมีบางคนหลงลืมไปว่า สาระหรือแก่นแท้ของการเฉลิมฉลองไม่ได้แค่ความสนุกสนานอย่างที่เห็น สำหรับชาวคริสต์ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยในประเทศไทย และมีจำนวนมากมายในต่างประเทศนับเป็นวันที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงขอนำมา "เล่าสู่กันฟัง"
"คริสต์มาส" เป็นเทศกาลประจำปี ซึ่งในศาสนาคริสต์จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก ด้วยการส่งบุตรชาย คือ "พระเยซู" ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่ว ดังนั้น จึงถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญต่อชาวคริสต์ทั่วโลก ในหลายประเทศกำหนดให้ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี และกำหนดให้เป็นวันหยุดราชกา
จากการที่มีชาวคริสต์กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้หลายประเทศได้ซึบซับนำวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองของชาวคริสต์เข้าไปสู่ประเทศนั้นๆ อย่างกลมกลืน เช่น การให้ของขวัญ การตกแต่งอาคารสถานที่ และต้นคริสต์มาส ซึ่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสรอบโลกอาจมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมาก เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชาติ นอกจากนั้น ยังเป็นอีกวันหนึ่งที่ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก
ล่าสุด ซีเอ็นเอ็นโกดอทคอม เว็บไซต์ที่รวบรวมเรื่องราวและวัฒนธรรมจากทั่วโลกได้จัดอันดับเมืองที่เหมาะกับการฉลองคริสต์มาสมากที่สุด อันดับ 1 เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี มีตลาดสินค้าคริสต์มาสที่มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และร้านขายของทำมือ อันดับ 2 กรุงเวียนนา ออสเตรียจุดเด่นอยู่ที่ตลาดสินค้าคริสต์มาส ซึ่งมีมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว และมีอาหารจำหน่ายมากมาย อันดับ 3 เมืองเรคาวิก ไอซ์แลนด์ที่มีการจำลองเมืองทั้งเมืองให้เป็นเมืองเทพนิยาย และมีหมู่บ้านคริสต์มาส อันดับ 4 เมืองเวโรนา อิตาลี มีงานฉลองคริสต์มาสกันริมคลอง และมีการจัดคอนเสิร์ต จุดดอกไม้ไฟในบริเวณปราสาทอาร์โก อันดับ 5 นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตรงกับฤดูร้อนของออสเตรเลีย จึงนิยมออกมาฉลองคริสต์มาสกันที่ชายหาด
สำหรับในประเทศไทยถึงแม้จะไม่ได้ติดอันดับต้นๆ แต่การเฉลิมฉลองก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่น ที่น่าสนใจเช่น งาน "ไลท์ อัพ คริสต์มาส ทรี" ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ มีการตกแต่งประดับไฟต้นคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสวนสนุกที่สวยงามตระการตา,เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส จ.สกลนคร พร้อมขบวนแห่ดาวตกแต่งด้วยไฟวิทยาศาสตร์นับพันดวง, งาน "คริสต์มาส แฟร์ & แชริตี้ 2554 " ที่ จ.เชียงใหม่ มีลานสเกตน้ำแข็งจำลองกลางแจ้งครั้งแรกในเชียงใหม่ จัดแสดงมุมสำหรับถ่ายภาพเกี่ยวกับเรื่องราวของเทศกาลคริสต์มาส และทุ่งคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ อ.ภูเรือ จ.เลย และอีกมากมาย
เมื่อได้ยินเพลงจิงเกิลเบลเมื่อไหร่ก็แสดงว่าเทศกาลแห่งความสุข ความสนุก กำลังจะเริ่มแล้ว หวังว่าหลายคนที่หดหู่จากเหตุการณ์น้ำท่วมจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่ความสดใสร่าเริงอีกครั้งจากบรรยากาศและสีสันของเทศกาลวันคริสต์มาส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่วิ่งหนีระเบิด ซ้ำประวัติศาสตร์รอยเดิมเหมือนเช่นปีที่ผ่านมานะครับ
--------------------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : 'คริสต์มาส' จุดเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุข โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์ )



