ข่าว

ส.โลกร้อนฟ้องศาลปค.รบ.ทำน้ำท่วม

ส.โลกร้อนฟ้องศาลปค.รบ.ทำน้ำท่วม

20 ธ.ค. 2554

"นายก ส.ต่อต้านสภาวะโลกร้อน"เผย 10 โมงเช้า 21 ธ.ค. ยื่นฟ้องศาลปกครอง หลังรบ.ทำให้น้ำท่วม ระบุปชช.ที่ได้รับความเสียหายร่วมลงชื่อฟ้องเพียบ ยันมีทีมทนายมือหนึ่งของประเทศช่วยว่าความให้ "วิทยา" ยันรัฐบาลไม่ได้เอาใจ "บรรหาร" หลังเทงบ 1,000 ล้านฟื้นฟูน้ำท่วมส

               20ธ.ค.2554 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่าหลังจากที่สมาคมฯจัดเสวนาวิกฤตน้ำท่วม 2554 : เหตุสุดวิสัยหรือไร้ฝีมือขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่เดือดร้อนจากความผิดพลาดล้มเหลวในการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากรัฐบาลเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีชาวบ้านได้ทยอยส่งเอกสารหนังสือมอบอำนาจให้สมาคมฯเป็นผู้แทนคดีในการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อเรียกค่าชดเชยจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านแต่ละรายเรียกค่าเสียหายตั้งแต่หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเงินเยียวยาที่รัฐบาลจ่ายให้ประชาชนครัวเรือนละ 5,000 บาท เป็นเพียงแค่เศษเงินที่รัฐบาลแสร้งเอามาช่วยเหลือชาวบ้านแบบสงเคราะห์เท่านั้น เพราะเงินดังกล่าวแค่ซื้อประตูบ้านบานเดียวก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว ถือว่าเป็นการดูถูกดูแคลนประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

              นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า การฟ้องร้องรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องถือว่าเป็นการต่อสู้กับอำนาจรัฐโดยตรง ที่มีบุคลากร ข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน หากประชาชนไปฟ้องร้องรัฐต่อศาลเพียงลำพังก็ยากที่จะต่อสู้ทางคดีกับเหล่าผู้ถืออำนาจรัฐดังกล่าวได้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงได้เตรียมคณะทำงานที่เป็นทนายความที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำคดีปกครองและสิ่งแวดล้อมที่ช่ำชองที่สุด ไม่เป็นรองใครในประเทศไทยมาร่วมกันต่อสู้ทางคดีให้กับประชาชน ซึ่งประกอบด้วย ทนายวรินทร์ เทียมจรัส อดีตวุฒิสมาชิก ทนายกมล ศรีสวัสดิ์ ทนายผดุงศักดิ์ เทียนไพโรจน์ ทนายจักรกฤษณ์ วิไลสมสกุล ทนายชัยย์วัณฎ์รัฏฐ์ ไพศาล ทนายธนวัฒน์ ตาสัก ทนายอนันต์ อมรธรรมวุฒิ ทนายโชคชัย แสงอรุณ ทนายเทวฤทธิ์ โชติเจริญพร ทนายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร และทนายสนิท นรฮีม เป็นต้น

              “สมาคมฯกำหนดที่จะเดินทางไปยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ในวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2554 นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งคดีนี้จะเป็นคดีประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลก ที่ประชาชนลุกขึ้นมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐในคดีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้มีน้ำท่วมที่ผิดพลาด และคาดว่าจะมีชาวบ้านที่ร่วมมอบอำนาจให้สมาคมฯเป็นตัวแทนในการฟ้องคดีเดินทางไปให้กำลังใจและเป็นสักขีพยานในการยื่นฟ้องแผนกคดีสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก และหลังจากนี้สมาคมจะเดินสายไปให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนและต่างจังหวัดพร้อมตั้งโต๊ะรับฟ้องคดีแทนประชาชนในเรื่องน้ำท่วมต่อไปไม่หยุด” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด


"วิทยา"ยันรัฐบาลไม่ได้เอาใจ"บรรหาร"  

              นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมระดับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า  น้ำท่วมที่เกิดขึ้น กับพื้นที่ภาคกลาง  นานกว่า 2 เดือน  ได้แบ่งแยกความเสียหายออกเป็น 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการท่องเที่ยว รวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนล้านบาท ในส่วนของพระนครศรีอยุธยา ได้ทำเรื่องของบฟื้นฟูจากรัฐบาลไปกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติมาให้ 2,500 ล้านบาท

              ทั้งที่ความเสียหายของจังหวัด ยังต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ถูกน้ำท่วมเพียงเล็กน้อย รัฐบาลกับอนุมัติงบประมาณฟื้นฟูมากถึง 1,000 ล้านบาท  กระทั่งมีหลายฝ่ายนำเอามาเปรียบเทียบกันแล้วดูเหมือนว่ารัฐบาลเอาใจนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา  ที่ให้งบประมาณเป็นจำนวนมาก  ส่วนตัวยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอาใจ  แต่เป็นการบังเอิญมากกว่าที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำเรื่องของบประมาณเข้ามาตรงกับความจำเป็นที่จะต้องนำไปฟื้นฟูจังหวัดรัฐบาลจึงได้จัดสรรงบประมาณไปให้ และในหลายจังหวัดได้อนุมัติให้เช่นเดียวกัน

              ส่วนแผนการพัฒนาลุ่มพื้นที่ภาคกลาง  รัฐบาลมีแผนพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายของเกษตรกร โดยจะมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่การเกษตรกรรม เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วให้หยุดเพราะปลูกในฤดูน้ำเหนือไหลหลาก และจะใช้พื้นที่โซนนิ่งเป็นแก้มลิงเก็บกักน้ำจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้


องค์กรชุมชนเตรียมจัดสัมมนาระดับชาติพลังชุมชนท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติ

              นายสมคิด สิริวัฒนากุล ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนเปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค คณะประสานงานองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและ สภาองค์กรชุมชนเตรียมจัดงานสัมมนา “พลังชุมชนท้องถิ่น จัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 27 – 28 ธันวาคม นี้ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยจะมีการเปิดเวทีสังเคราะห์ความคิด “แนวทางและแผนปฏิบัติการ พลังองค์กรชุมชนท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติ ซึ่งใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สู่การปฏิรูปโครงสร้างให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเพื่อระดมความเห็นกำหนดเป้าหมาย แนวทาง แผนปฏิบัติการ กลไกบูรณาการ และข้อเสนอต่อเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน รัฐบาล หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง

              นายสมคิด กล่าวว่า นอกจากนี้จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆอาทิ สภาพัฒน์ กระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงการพัฒนาสังคม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเติมเต็มความเห็นขององค์กรชุมชนหลังจากนั้นจะประกาศเจตนารมย์ “แผนปฏิบัติการทันที พลังชุมชนชนท้องถิ่น จัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน”และเสนอข้อสรุปต่อตัวแทนรัฐบาลต่อไป

              นายณัชพล เกิดเกษม ประธานสมัชชาสภาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าจะมีการสรุปผลการจัดการภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชน และรายงานความคืบหน้าการเปิดศูนย์พักพิงในกทม.ของภาคประชาชน 5 ศูนย์ที่ยังดำเนินการเพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ หลังศูนย์พักพิงของทางราชการจำนวนมากปิดตัว

 

ปภ.จ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยตามมติ ครม.

 

                กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานการจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยตามมติ ครม. ครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งประสบอุทกภัย 30 เขต จำนวน 621,355 ครัวเรือน เป็นเงิน 3,106,775,000 บาท รวมส่งธนาคารออมสินแล้ว 82,344 ครัวเรือน เป็นเงิน 411,720,000 บาท คงเหลือ 539,011 ครัวเรือน เป็นเงิน 2,695,055,000 บาท ส่งธนาคารออมสิน คิดเป็น 13.25 เปอร์เซ็นต์ คงเหลือ 86.75 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารออมสินจ่าย 19,737 ครัวเรือน (ณ วันที่ 14 ธ.ค. 54) คิดเป็น 23.97 เปอร์เซ็นต์

               ส่วนจังหวัดที่ประสบอุทกภัย 62 จังหวัด จำนวน 2,289,562 ครัวเรือน เป็นเงิน 11,447,810,000 บาท รวมส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินแล้ว 619,461 ครัวเรือน เป็นเงิน 3,097,305,000 บาท คงเหลือ 1,670,101 ครัวเรือน เป็นเงิน 8,350,505,000 บาท ส่งธนาคารออมสินคิดเป็น 27.06 เปอร์เซ็นต์ คงเหลือ 72.94 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารออมสินจ่าย 345,803 ครัวเรือน (ณ วันที่ 17 ธ.ค. 54) การจ่ายคิดเป็น 55.82 เปอร์เซ็นต์ จังหวัดแจ้งระงับการจ่าย 654 ครัวเรือน

 

 
กรมทรัพยากรน้ำบริการน้ำดื่มและบำบัดน้ำเสีย


               กรมทรัพยากรน้ำ บริการน้ำดื่มและบำบัดน้ำเสียช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้บริการน้ำดื่มจากเครื่องผลิตน้ำดื่ม ซึ่งได้ติดตั้งไว้ จำนวน 9 เครื่อง บริเวณ 7 แห่ง ประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำและพื้นที่คลองทวีวัฒนา แห่งละ 2 เครื่อง ส่วนเรือนจำกลางคลองเปรม สถาบันมะเร็งแห่งชาติ องค์การบริหารส่วนตำบลศรีหนาท อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายนา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร และ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 ตำบลห้วยไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี แห่งละ 1 เครื่อง ปัจจุบันได้ผลิตน้ำดื่มไปแล้วทั้งสิ้น 616,400 ลิตร ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนทั้งสิ้น ประมาณ 123,280 คน

               นอกจากนี้ ได้แจกจ่าย Dasta Ball เพื่อการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยให้จังหวัดและประชาชนทั่วไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 3,632,070 ลูก และได้แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 202,739 ขวด