
'มาร์ค'หนุนแนว66/23แดงถอดเสื้อ
มาร์ค จี้กรมราชทัณฑ์ทำตามข้อเสนอ คอป. กรณีคุณสมบัตินักโทษการเมือง ดักคอ รบ.อย่าเหมารวมทุกคดี หนุนแนว 66/23 แต่ต้องยกเลิกเสื้อแดง ยันพร้อมให้ความร่วมมือ หลัง แจงทำตามเจตนารมณ์ รธน.
20ธ.ค.2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมอิสระและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า คดีการเมืองจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถืออาวุธว่า จากแนวคิดที่จะย้ายผู้ต้องขังอ้างอิงไปถึงงานของ คอป. ฉะนั้นเมื่อ คอป.มีความชัดเจนก็ควรปฏิบัติตามนั้น ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการเลือกปฎิบัติโดยไม่มีเหตุผลรองรับหรือใครเป็นพวกรัฐบาลก็จะได้รับการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นสองมาตรฐาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความชัดเจนที่เกิดขึ้นอย่างนี้ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายก็สมควรได้รับการย้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากที่ตนได้รับทราบก็หมายความว่าจะจำกัดเฉพาะเรื่องการชุมนุม ส่วนเรื่องของการมีอาวุธหรือไปกระทำผิดในความผิดอื่นก็จะไม่เข้าข่าย จะเหมารวมไม่ได้ตั้งแต่หลังเดือน ก.ย.2549 หรือการเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ซึ่งชัดเจนแล้วว่า คอป.ไม่ได้หมายความเช่นนั้น
สำหรับแนวคิดของกรมราชทัณฑ์ รัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะนำคนเสื้อแดงทั้งประเทศมารวมกันนั้นเห็นว่าหากเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องการปรองดองหรือตามหลักการของคอป.แล้ว แต่เป็นเรื่องรัฐบาลที่กำลังจะเลือกปฏิบัติขึ้นอยู่กับใครจะเป็นพวกพ้องของตัวเองหรือไม่ ซึ่งคงจะเลือกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองไม่ได้ และก็ต้องดูว่ากรณีนี้จะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่ แต่ตามรัฐธรรมนูญไม่ให้เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะต้องดูว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิผู้ต้องขังหรือไม่ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ที่รับแนวคิดนี้มาจากคอป.ก็ต้องเคารพความเห็นของ คอป.
ส่วนกรณีนายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิชามัญศึกษาความปรองดองแห่งชาติ เตรียมใช้คำสั่งคณะรัฐมนตรีที่ 66/23 สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานท์ มาเป็นแบบในการศึกษาเพื่อความปรองดองว่า คำสั่ง 66/23 มีความเปลี่ยนแปลงสำคัญ เรื่องของการที่มีผู้จับอาวุธกันอยู่ก็เป็นการเปิดโอกาสเพื่อที่จะสามารถร่วมพัฒนาประเทศ แต่ถ้าในวันนี้จะใช้แนวคิดนี้ ก็ต้องบอกว่า เสื้อแดงก็ต้องสลายตัวและหยุดเคลื่อนไหวและมาร่วมพัฒนาประเทศปัญหาก็จบ ตนก็เห็นด้วยไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งหากจะใช้นโยบายนี้จริงก็ต้องเชิญเสื้อแดงเช่นเดียวกันกับในอดีตที่เชิญกลุ่มคอมมิวนิสต์ให้มาร่วมพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นหากเป็นเสื้อแดงใช้หลักคิดเดียวกัน ถอดเสื้อแดงออก ยกเลิกหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ตนก็เห็นด้วยและหากจะใช้เรื่องนี้เป็นรูปแบบก็ควรใช้เช่นนี้ เพราะล้วนเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามหากสลายเสื้อแดงไม่ได้ก็แสดงว่า ไม่ได้ใช้ 66/23 ขณะเดียวกันการที่กมธ.ปรองดองเตรียมเชิญกฤษฏีการมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายที่จะออกมาเห็นว่า ควรที่จะรับฟังความเห็น ซึ่งเห็นว่าขณะนี้ความเห็นในคณะกรรมาธิการยังหลากหลาย ไม่ได้เห็นไปในทางเดียวกัน
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึง การเปิดประชุมสภาผู้แทนฯสมัยนิติบัญญัติในวันพรุ่งนี้(21 ธ.ค.) ว่า ตนยังไม่เห็นการเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย แต่เห็นเพียงกฏหมายที่ยังค้างอยู่ในวาระจากสภาฯชุดที่แล้ว ส่วนจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอเรื่องดังกล่าวนั้น ส่วนตัวเห็นว่า จะใช้คอป.กับกมธ.ปรองดองเป็นหลักและทั้งสองส่วนก็ยังไม่มีใครเสนอเรื่องของกฏหมายนี้
ทั้งนี้กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ออกมาให้ความเห็นเรื่องมาตรา 112 นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคิดว่า ย้อนกลับไปใช้แนวทางที่เราเริ่มต้นไว้ คือ มีคณะกรรมการเป็นที่ปรึกษาในรนการบังคับใช้จะดีที่สุด จะได้ไม้เกิดความขัดแย้ง
ยันพร้อมให้ความร่วมมือหลังแจงทำตามเจตนารมณ์รธน.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับให้รับฟ้องที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ จากกรณีเมื่อปี 2552 นายอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ให้ยกเลิกคำสั่งปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากราชการ จากความผิดกรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551จะดำเนินการอย่างไรว่า ตนไม่แน่ใจเพราะโดยปกติศาลปกครองจะฟ้องในฐานะที่ดำรงตำแหน่ง เพราะฉะนั้นก็เป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ดำเนินการในการแก้คดี แต่ถ้าจะขอข้อมูลตนก็ยินดี ส่วนจะมีสิทธิ์ไปต่อสู้คดีตัวเองหรือไม่นั้น ก็ต้องไปดูที่ข้อกฎหมายอีกครั้ง เพราะในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็ยังมีการแก้คดีให้กับนายกฯคนก่อนๆ เพราะเวลาฟ้องจะมุ่งไปที่ตัวคำสั่ง และตนยืนยันว่า ตนดำเนินการตามกฏหมายตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
กมธ.ปรองดองฯให้สื่อฟังการประชุมยกเว้นเรื่องลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปรองดองฯ) วันนี้ ก่อนเข้าวาระการประชุมปกติ ได้มีการหารือของสมาชิกกรรมาธิการในกรณีที่จะให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วยหรือไม่ หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมบางส่วนเห็นว่าไม่ควรให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง เนื่องจาก สมาชิกจะเปิดใจในการหารือหรือแลกเปลี่ยนได้ไม่เต็มที่ และจะถูกหยิบยกเฉพาะบางประเด็นไปนำเสนอ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนที่จะให้สื่อเข้าฟัง ก็เนื่องจากต้องการให้เข้ามาดูเนื้อหาและรับฟังบรรยากาศการประชุม โดยใช้เวลาในการหารือเรื่องดังกล่าวเกือบหนึ่งชั่วโมง จนท้ายที่สุดที่ประชุมตกลงกันได้ว่าควรให้สื่อเข้ามาร่วมรับฟังการประชุมได้ อย่างไรก็ตามหากเรื่องใดเป็นเรื่องความลับ หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ก็จะเป็นการประชุมลับ แต่หากเป็นเรื่องปกติก็สามารถเข้าฟังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าส่วนที่มีข่าวว่าวันนี้จะมีการเชิญแกนนำทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงเข้ามาชี้แจง กมธ. ทางฝ่ายเลขานุการได้ขอเลื่อนออกไปเป็นต้นปีหหน้าโดยให้เหตุผลว่าประเด็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เข้ามาชี้แจงก็มีมาก นอกจากนี้ยังมีเอกสารของ คอป.ที่จะต้องพิจารณา อีกทั้งการประสานแกนนำกลุ่มต่างๆ ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นจึงขอเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตามยังมีแนวคิดที่จะเชิญแกนนำของทั้งสองฝั่งเข้ามาให้ข้อมูลยู่
เปิดสมัยประชุมสภาฯเตรียมขยายเวลาทำงานกมธ. ปรองดอง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำสั่งนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 24 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติในวันที่ 21 ธ.ค. เวลา 13.00-21.00 น.และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา10.00-18.00 น. โดยเรื่องที่ประธานสภาฯจะแจ้งต่อที่ประชุมคือ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก 90 วัน และคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำขอขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 30 วัน ทั้งนี้มีเรื่องด่วน ที่เตรียมพิจารณา อาทิ ร่างพ.ร.บ. ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางเพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ... และร่างพ.ร.บ.คุมครองผู้บริโภคฉบับที่...พ.ศ... เป็นต้น



