ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ปัดข่าวโดนเด้งจาก'ครม.'

'ยุทธศักดิ์'ปัดข่าวโดนเด้งจาก'ครม.'

20 ธ.ค. 2554

'ยุทธศักดิ์'ปัดข่าวโดนเด้งจาก'ครม.' เตรียมส่ง 'สห.3 เหล่าทัพ'ดูแลพื้นที่สำคัญช่วงปีใหม่ 10 จุด จ่อบินถก'จีบีซี ที่กัมพูชา 21 ธ.ค.นี้

                     20 ธ.ค.54 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ยืนยันไม่มีเรื่องดัง

ทหารเตรียมส่ง  “สห.3 เหล่าทัพ” ดูแลพื้นที่สำคัญช่วงปีใหม่ 10 จุด

                     พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภารัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตนในเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยวันที่ 22 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ตนจะสั่ง ผบ.เหล่าทัพ ในที่ประชุมสภากลาโหม ให้ทหารช่วยเป็นกำลังเสริมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ส่งสารวัตรทหาร(สห.)ทั้ง 3 เหล่าทัพช่วยดูแลความสงบ รวมถึงหน่วยต่างๆที่อยู่ในกทม. ที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบให้ สห.เข้าไปเสริมกำลังตำรวจ ส่วน ศูนย์ปฏิบัติการ(ศปก.)กองบัญชาการกองทัพไทย และ ศปก. 3 เหล่าทัพ จะติดตามสถานการณ์การข่าวอย่างใกล้ชิดพร้อมประสานงานการข่าวกับตำรวจ

                      “ผมเชื่อว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย จะให้สารวัตรทหารเสริมกำลังตำรวจไปอยู่จุดที่ล่อแหลม อาทิ สี่แยกราชประสงค์ ถ.สีลม ถ.ข้าวสาร หรือ อาร์ซีเอ ที่มีการจัดกิจกรรมเป็นต้น เจ้าหน้าที่จะได้ดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ให้ประชาชนมีความสุข ” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุ

                      เมื่อถามว่า จะมีการเฝ้าระวังสารประกอบวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงครามตามแนวชายแดนอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงเข้มงวดเรื่องนี้อยู่แล้ว การนำวัตถุระเบิดเข้าออกเรามีหลักเกณฑ์ โดยขณะนี้ทางตำรวจและทหารกำลังตรวจสอบ แต่งานรักษาความสงบตำรวจจะเป็นหลัก

                      ขณะที่ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะได้รับฟังมาตรการในการรักษาความปลอดภัยช่วงปีใหม่จากเหล่าทัพ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ได้ขอการสนับสนุน สารวัตรทหาร จากเหล่าทัพเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจ ซึ่งมาตรการจะแบ่งเป็น 3 ระดับ โดยจำแนกตามพื้นที่คือ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ และ พื้นที่เฝ้าระวัง โดยความเข้มข้นในการตรวจตราก็จะแตกต่างกันไป โดยจุดที่ต้องเฝ้าระวังยังคงเป็นพื้นที่เดิมที่เคยเกิดเหตุระเบิดในช่วงปีใหม่ปี 50 จำนวน 10 จุด

 

“รมว.-ผบ.เหล่าทัพ” เตรียมบินถก “จีบีซี” ที่กัมพูชา 21 ธ.ค.นี้

                     พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภารัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี)ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาว่า คณะที่เดินทางไปจะมี พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) และ ผบ.ทั้ง 3 เหล่าทัพ ซึ่งจะมีการพูดคุยกันทีละข้อว่ามีปัญหาจุดใดบ้าง โดยการประชุมครั้งนี้เป็นวาระที่ดำเนินการตามคำสั่งชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) สำหรับสาระการประชุมทั้ง 17 ข้อ ที่สำคัญมีอาทิ ความร่วมมือการส่งเสริมความปลอดภัย การค้าบริเวณชายแดน สาธารณะสุข การเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาภัยพิบัติ ฯลฯ ซึ่งหลังการประชุม จีบีซีช่วงเย็นวันพรุ่งนี้หลังดินทางกลับตนจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

                      “ทุกคนสนใจการปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าเราจะดำเนินการอย่างไร คือการปรับกำลังเป็นต้น ดังนั้น เราจึงไปแสวงหาแนวทางในการปฏิบัติ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะเกิดความยุติธรรม และไม่เป็นการสูญเสียอธิปไตยของทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้แนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งศาล ผมยังไม่มีมติแต่จะนำแนวทางปฏิบัตินั้นมาเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไปเพื่อพิจารณา หากครม.เห็นว่าต้องเข้า ม.190 ก็จะเสนอต่อไปถึงจะนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งศาล” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุ

                      สำหรับประเด็นการหารือการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 8 ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานพัฒนาการความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่างกองทัพแห่งชาติกัมพูชา และ กองทัพไทย รวมทั้งเพื่อพิจารณาข้อตกลง 2 ด้าน ซึ่งครอบคลุม 17 ประเด็น คือ 1.ด้านความมั่นคงและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ประกอบด้วย 1.ความร่วมมือด้านแรงงาน 2.การป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติด 3.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ชายแดน 4.ความร่วมมือในการเก็บกู้กวาดล้างทุ่นระเบิด 5.การส่งเสริมความมั่นคงทางทะเล 7.การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยทหาร และตำรวจของกัมพากับหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยในพื้นที่ชายแดน และ 8.ในประเด็นอื่น ๆ และ 2.ด้านความร่วมมือด้านอื่น ๆ ประกอบด้วย 1.ความร่วมมือด้านการค้าบริเวณชายแดน 2.ความร่วมมือด้านการเกษตร 3.ความร่วมมือด้านสาธารณสุข 4.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 5.ความร่วมมือด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม 6.ความร่วมมือด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 7.ความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ 8.ความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และ 9.เรื่องอื่น ๆ