
'ปชป.'แฉ'สุรพงษ์'ไม่ส่งตัวแทนร่วมICC
'ชวนนท์' แฉ 'สุรพงษ์' ทำเมิน ไม่ส่งตัวแทนร่วม ICC เข้าพื้นที่พระวิหาร แจงขัดมติครม.ชัดเจน อัด 'นายกฯ' ไม่เข้าใจระบบบริหารราชการแผ่นดิน ชี้ ปชช.สับสน หลัง 'รัฐฯ-พท.' พูดคนละทาง
20 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองและพัฒนาปราสาทพระวิหาร(ไอซีซี)ได้เดินทางขึ้นไปสำรวจความเสียหายบริเวณปราสาทพระวิหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.54 ว่า ถือเป็นความบกพร่องที่มีการทำผิดต่อมติของคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 ธ.ค.2551 ที่ได้เห็นชอบแนวทางแสดงการใช้อำนาจของไทยกรณีตรวจสอบปราสาทพระวิหารที่มีการกำหนดไว้ 9 ข้อ
ข้อ 1.กรณียูเนสโกตรวจสอบเฉพาะตัวปราสาทโดยไม่ผ่านเข้ามาดินแดนไทยเช่น เดินขึ้นมาทางช่องบันไดหักให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามข้อมูลจากเขตไทย 2.เมื่อทราบว่ายูเนสโกจะผ่านเข้ามาในเขตไทยให้เตือนและตระหนักว่าไม่ควรเข้ามาในเขตแดนไทย เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการ 3. ถ้าเข้าเฉพาะตัวปราสาทโดยผ่านดินแดนไทยเช่น ขึ้นมาจากถนนบ้านโกมลหรือเฮลิคอร์ปเตอร์และลงจอดในดินแดนไทย โดยมีข้อย่อย 3.1 ต้องขออนุญาตไทยอย่างเป็นทางการเพื่อแสดงอำนาจอธิปไตยของไทย 3.2 หากไม่ขออนุญาตไทยอย่างเป็นทางการเห็นควรแจ้งไม่อนุญาตให้เดินทางผ่าน
4.กรณีเข้าตรวจสอบนอกตัวปราสาทเห็นควรไม่อนุญาตไม่ว่า จะขอเป็นทางการหรือไม่และ 5.กรณีการปฏิบัติงานของไอซีซีผู้แทนประเทศสมาชิกต้องจำกัดเฉพาะตัวปราสาทและไทยต้องได้เข้าร่วม มิฉะนั้นไทยจะต้องทำการประท้วงอย่างเป็นทางการจากระดับรัฐบาล สำหรับข้อ 6-9 เป็นเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย แต่ข้อ 5มีความสำคัญมากที่สุดเพราะ งานในกรอบของไอซีซีที่เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารถ้าจะมีการเข้าตรวจสอบก็ต้องมีการขออนุญาตไทย เพราะต้องมีส่วนร่วมอยู่ด้วย
“ขอถามนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศได้เดินทางเข้าตรวจสอบหรือไม่ หรือ ส่งตัวแทนเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่านายสุรพงษ์ทำผิดคณะรัฐมนตรีชัดเจน โดยตนก็ไม่ทราบว่าจะมีเวลาพอจะสู้คดีในระหว่างที่อยู่ในตำแหน่งหรือไม่เพราะมีข้าราชการของกระทรวงที่เริ่มมีความรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำ ทำให้ทนไม่ได้และมีการจัดส่งเอกสารมาให้กับตนทุกวัน" นายชวนนท์กล่าว
นายชวนนท์กล่าวต่อว่า กรณีนี้ไม่ใช่แค่มติคณะรัฐมนตรีอย่างเดียว แต่ยังมีหนังสือของเอกอัคราชฑูตไทยประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไปยังยูเนสโกแล้ว ซึ่งถือว่า ยูเนสโกทราบดีแล้วว่าต้องปฏิบัติอย่าไร แต่ครั้งนี้ได้แอบขึ้นมาเพราะไทยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของตัวเองและเปิดช่องให้เขาเดินทางขึ้นมาโดยสะดวก โดยไม่มีผู้แทนไทยเข้าร่วม และผ่านดินแดนไทยอย่างสะดวก และให้เขากล่าวโจมตีทหารไทยเป็นผู้รุกรานปราสาทพระวิหาร น่าอายหรือไม่ที่มีรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแบบนี้ ซึ่งแปลกใจว่าวันที่ 14 ธ.ค.นายสุรพงษ์ทำอะไรอยู่ หรือว่ายังวุ่นวายอยู่กับการโกหกประชาชนโดยลืมการทำงานเพื่อประชาชนทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยกเลิกมติครม.ฉบับนี้ไปแล้วหรือไม่ นายชวนน์ตอบว่า เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีการยกเลิก ขณะที่ท่าที่ที่เปลี่ยนไปของรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ในคดีเขาพระวิหารหรือไม่นั้น การที่เขาปล่อยให้คนต่างชาติขึ้นไปยังเขาพระวิหารโดยไม่มีการทักท้วง เราก็ไม่รู้ว่าเขาพูดหรือทำอะไร และกัมพูชาก็ใช้เหตุการณ์เหล่านี้ไปกล่าวอ้างต่อยูเนสโก และที่สำคัญเรากำลังใกล้เข้ามาสู่การตัดสินของศาลโลกในต้นหรือกลางปีหน้า
ดังนั้นเหตุการณ์เหล่านี้จะถูกบันทึกนำไปใช้โดยทางกัมพูชาทั้งหมด ซึ่งขอให้เรียกร้องว่า ขอให้บันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดนี้ฝ่าฝืนมติครม.และทำความเสียหายกับประเทศชาติ หากนำเหตุการณ์เหล่านี้ป้างที่ไหนพรรคประชาธิปัตย์และภาคประชาชนขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับการมาอ้างสิทธิบนผืนแผ่นดินไทยของกัมพูชา เพราะเรื่องนี้ทำให้ไทยเสียท่าทีในการเจรจาแน่นอนและถ้ารัฐบาลไม่หยุดพฤติกรรมและไม่ใส่ใจก็มีความเป็นห่วงในพื้นที่ทบซ้อน 4.6 ตร.กม. เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และกัมพูชาเขาไม่ลดละแน่นอนที่จะหาทางเอาเปรียบประเทศไทย
เมื่อถามว่า มองว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาเพื่อสานต่อการท่าทีเดิมของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ นายชวนนท์กล่าวว่า เป็นห่วงเพราะนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศซึ่งบอกว่าเก่งกฏหมายจนตัวเองจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วเรื่องแถลงการณ์ร่วม ซึ่งตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรไปมากกว่าการปฎิบัตามมติครม.ซึ่งเป็นข้อสำคัญที่จะป้องอธิปไตยของเราได้ดีที่สุด และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาของรัฐบาลชุดนี้ ตนเชื่อว่าสมเด็จฮุนเซ็นรักรัฐบาลชุดนี้มากที่สุด เพราะจุดประสงค์หลักของสมเด็จฮุนเซ็นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ปล่อยปะละเลยให้เขาทำตามอำเภอใจมากที่สุด ดังนั้นไม่ต้องบอกว่าความเสียเปรียบจะไปอยู่ข้างในเพราะกัมพูชาจะเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปอ้างที่เวทียูเนสโก และขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไร
'ปชป.'อัด'นายกฯ'ไม่เข้าใจระบบบริหารราชการแผ่นดิน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ แสดงความไม่พอใจนายนายวรวิทย์ จำปารัตน์ ผอ.สำนักงบประมาณ ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณฟื้นฟูน้ำท่วมจำนวน 20,000 ล้านบาทภายใน 3 วันว่า การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้มีการจ่ายเงินภายใน 3 วัน แต่ไม่มีการสั่งงานหน่วยงานในการจัดทำบัญชีผู้ที่ได้รับผลกระทบ การเบิกจ่ายเงินไปยังจังหวัด การตรวจสภาพความเสียหาย ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความไม่เข้าใจการบริหารราชการแผ่นดินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะนายวรวิทย์ ไม่ใช่สมุหบัญชี ที่ท่านเป็นเจ้าของบริษัทแล้วจะสั่งจ่ายเงินแล้วออกเช็คให้ท่านทันที เขาต้องทำงานประสานกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่จะไว้ใจได้อย่างไรว่า นายกฯคนนี้จะบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้
“ที่ท่านพูดว่าจะใช้เงิน 20,000 ล้านบาทให้หมดภายใน 3 วัน มันเป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีโครงการที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมถนน มันจะไปใช้ได้อย่างไรให้หมด 3 วัน เรื่องนี้บ่งชี้ให้เห็นถึงการไม่เข้าใจในการบริหารราชการแผ่นดิน และบ่งชี้ให้เห็นถึงการไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหา พูดเอามันอย่างเดียวว่ามีความรวดเร็วและแก้ปัญหาได้ทันที แต่มันพูดได้ในละครหรือในการ์ตูนเท่านั้น” นายชวนนท์กล่าว
สำหรับ การประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ ที่มีการรับทราบถึงปัญหาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้มีการแสดงความเห็นว่า ในขณะนี้มีการพูดถึงการแก้ไขปัญหาและมีการระดมเงินไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ซึ่งข้อเท็จจริงที่โชว์ตัวเลขว่าช่วยเหลือเกษตรกรได้นั้น ในวันนี้มีเกษตรกรโคนมจากอ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้นำนมดิบมาเทหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งได้มาร้องเรียนกับตนด้วยเนื่องจากขณะนี้ได้เทน้ำนมดิบทิ้งจำนวน 135 ตันแล้ว มีมูลค่ากว่า 2.4 ล้านบาท โดยได้มีการเรียกร้องไปยังรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.แล้ว
“1 เดือนแล้วที่รัฐบาลไม่รู้ร้อนรู้หนาว มีข้อเรียกร้องตั้ง 7 ข้อ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง นายกฯก็ไม่เคยพูดถึงการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นผลกระทบจากโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตฯ จ.อยุธยาที่หยุดการผลิต ทำให้เกษตรกรที่ส่งน้ำนมดิบให้โรงงานนี้ไม่มีแหล่งที่จะส่ง หยุดส่งกันมาเป็นเดือนแล้ว แต่รัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรไปดูแลเกษตรกรกลุ่มนี้เลย ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยคิดอะไรครบวงจร ซึ่งเกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบให้ดิบหลายร้อยโรงงานกำลังได้รับผลกระทบ” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นอกจากนี้เกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลหาแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบ ซึ่งตนเชื่อว่าคงไม่เกินกำลังของรัฐบาล ที่จะหาแหล่งที่เกษตรกรจะไปส่งน้ำนมดิบ เพราะยังมีแหล่งที่มีผลิตภัณฑ์จากน้ำนมดิบหลายนิคมอุตสาหกรรม และถ้ารัฐบาลจะใส่ใจโดยการนำน้ำนมดิบไปส่งให้กับที่อื่นหรืออย่างน้อยมีมาตรการในช่วงที่สายการผลิตขาดก็ช่วยบรรเทาปัญหาให้กับประชาชน
'ชวนนท์'ซัด'นพดล'เปลี่ยนไปไม่มีหลักการ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ นายนพดล ปัทมะที่ปรึกษากฎหมายของ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปลี่ยนไป ไม่มีหลักการเหมือนกับเมื่อก่อน การที่นายนพดลพูดถึงเรื่องสปก.นั้นเห็นว่าไปกันใหญ่ ไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย และตนก็ไม่ได้กล่าวหานายนพดลว่าอ่านกฏหมายไม่ออก แต่แค่บอกว่าคำพูดของศาลที่ส่งจดหมายมามนุษย์ธรรมดาใช้ดุลยพินิจอ่านก็เข้าใจแล้วว่าหมายความว่าอะไร ซึ่งนายนพดลก็ควรอธิบายว่า อ่านแล้วเห็นว่าอย่างไร และเห็นว่านายนพดลหมดท่าจริงๆ บิดเบือนโกหกไปเรื่อย
ส่วนการกล่าวถึงความเห็นของนายคณิต ณ นคร เรื่องสถานภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายนพดลไม่เห็นด้วยนั้นนายชวนนท์มองว่า เป็นธาตุแท้ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ไม่ตรงกับใจของตัวเอง ซึ่งการตั้งคณะกรรมการขึ้นหลายชุดก็จะไม่มีความหมายเพราะกรรมการทุกชุดต้องเห็นตรงกับแนวคิดของตัวเองเท่านั้นถึงจะได้รับการสนับสนุน
ชี้'ปชช.'สับสนหลัง'รัฐบาล-เพื่อไทย'พูดคนละทาง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า อยากฝากถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและส.ส.พรรคเพื่อไทยเพราะในวันนี้หากติดตามข่าวสารจากฝ่ายรัฐบาลประชาชนก็ไม่ทราบว่าจะฟังข่าวจากใคร เนื่องจากนายกฯพูดอย่างหนึ่งอาทิ เรื่องการนิรโทษกรรมก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของความถูกต้อง แต่อีกฝั่งหนึ่งไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยก็ออกมาพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและแก้ไขพ.ร.บ.กลาโหมทุกวัน อีกทั้งนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยก็ออกมาแถลงว่ามีแผน 9 ข้อล้มรัฐบาล แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องนี้ ตนจึงไม่ทราบว่า ทำงานกันอย่าไร ซึ่งปล่อยให้ทำงานกันแบบสะเปะสะปะ นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด โดยไม่มีการประสานงานให้สอดคล้องกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นงความล้มเหลวจุดนี้จะทำให้รัฐบาลอายุสั้นลง โดยที่ไม่มีใครต้องใช้แผนแม้แต่ขั้นเดียว
'โฆษกปชป.'เผยนักลงทุนห่วงมาตรการป้องกันน้ำท่วม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินทางเข้าพบตัวแทนหอการค้าระหว่างประเทศวานนี้ว่า ตัวแทนหอการค้ายืนยันมาโดยตลอดว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้หนักหนาสาหัส โดยได้รับผลกระทบมหาศาลทำให้มีความเสียหายเป็นลูกโซ่ แต่ก็มีความตั้งใจที่จะลงทุนในประเทศไทย แต่สิ่งที่หอการค้าต่างประเทศมีความเป็นห่วงมากที่สุดคือ ไม่อยากได้ยินว่าการแก้ไขปัญหาคือการสร้างคันกั้นน้ำ ซึ่งพูดชัดเจนว่า ถ้ารัฐบาลยังกล่าวเช่นนี้ก็ควรหยุดพูดจะดีกว่าเพราะไม่สร้างความมั่นใจให้กับใคร และหากยังเห็นว่าปี 2555 ก็ต้องสร้างรั้วให้สูงขึ้นนั้นประเทศจะเดินต่อไปไม่ได้
ซึ่งภาคเอกชนและภาคอุตฯยังมีความเป็นห่วงเป็นอย่างมากที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของคันกั้นน้ำ แต่กับท่องถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตนเชื่อว่าหากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และหากกระทบจนถึงขั้นถอนการลงทุนจริงนั้น ผลกระทบที่เป็นลูกโซ่โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นแรงงานจะเกิดขึ้นจนรัฐบาลไม่สามารถตามแก้ไขปัญหาได้ทัน



