
เฉลิมค้านแก้ม.112ปัดทำคุกการเมืองรอใคร
"เฉลิม" ไม่เห็นด้วยแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ระบุประเทศเจริญได้เพราะสถาบันหลักของชาติ แย้ม "ทักษิณ" ไม่กลับมานอนคุกการเมือง วอนคนวิจารณ์หยุดยกเป็นประเด็นการเมือง ยันผู้ต้องหาวางะระเบิดตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่แพะ
วันที่ 20 ธ.ค.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในวันที่ 21ธ.ค. ตนจะไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปประชุมคณะกรรมการเว็บไซต์ที่กระทบต่อสถาบัน โดยมีการตั้งวอร์รูมอย่างดี โดยตนประสานกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตคือบริษัททรูฯ ส่วนพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. ก็จะประสานกับบริษัทที่เหลือคือ ทีโอที กสท.และ 3BB หาก 4 บริษัทให้ความร่วมมือก็จะสามารถสกัดกั้นได้
ส่วนกรณีที่มีความพยายามจะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รองนายกฯ ว่า เมืองไทยเจริญรุ่งเรืองมาได้เพราะสถาบันหลัก ถ้าไม่มีสถาบันหลักบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรรู้กันหรือไม่ เพราะทรงพระเมตตา ทรงพระกรุณาทุกเรื่อง จากบ้านเรายากจนจนมาสู่ประเทศพอมีฐานะ จากประเทศด้อยพัฒนามาเป็นประเทศพัฒนา ประชาชนคนในชาติมีความรู้ไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในอาเซียนก็ไม่เป็น 2 รองใคร
“ แล้วมาคิดทำไมเรื่องมาตรา 112 ผมไม่เห็นด้วย ผมชัดเจนมาตลอด ไปเปลี่ยนแปลงทำไม ก็ดีอยู่แล้ว พวกไม่มีงานทำหรอ ” รองนายกฯ กล่าว
"เฉลิม" แย้ม "ทักษิณ" ไม่กลับมานอนคุกการเมือง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงเสียงวิจารณ์คุกของนักการเมืองที่ทำความสะอาดรอรับนักโทษทางการเมืองว่า พวกนักการเมืองที่วิจารณ์เขาไม่รู้ที่มาที่ไป ซึ่งตนติดมาแล้วช่วงปฎิวัติแพ้ ที่เรือนจำบางเขนเป็นเวลา 1 เดือนกับอีก 3 วัน เขามีมาช้านาน สมัยก่อนเขาขังพวกที่ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์ บางครั้งเขาก็ขังพวกรอการเนรเทศ อย่างไรก็ตามคุกนักการเมืองตนไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลก
“ คนจะหยิบมาเป็นประเด็นการเมืองและก็ไม่รู้ที่มาที่ไป มันถึงเป็นข่าวรกหน้าหนังสือพิมพ์อยู่อย่างนี้ ถ้าวันนี้ผมเป็นฝ่ายค้านผมจะไม่พูดเลย ก็ผมเคยติดมาแล้ว เขาก็แยกออกมาจากเรือนจำ แต่มันก็เหมือนคุกนั่นแหละ มันก็เป็นช่อง ช่อง ช่อง 7 วันแรกผมก็ถูกขังเดี่ยว มืดตึ๊บทั้งกลางวันกลางคืน พอฝากขังศาลก็ให้ออกมาอยู่คุกธรรมดา แต่คุกธรรมดาก็คือในคุก แล้วเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เขาก็ไปคุม ผมว่าใครที่วิจารณ์เลิกซะเถอะไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก เขาไม่ได้รอใครหรอก เป็นแต่เพียงว่าพื้นที่เมื่อก่อนไม่ได้ใช้สอย ส่วนนักโทษการเมืองจะย้ายเข้าไปได้เมื่อไรนั้นผมไม่ทราบผมไม่ทราบเป็นหน้าที่ของรมว.ยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ผมไม่ได้ยุ่งในรายละเอียดด้วย”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า การปฏิบัติต่อนักโทษก็เป็นไปตามกฎหมายไม่ได้ให้อภิสิทธิ์กับเสื้อแดงตามที่มีการวิจารณ์ใช่ไหม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ก็อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะไปอภิสิทธิ์ยังไงมันก็คุกเหมือนกันแต่มันคุกคนละที่ และพวกที่วิจารณ์ว่าทำไว้รอคนนั้นคนนี้ บอกเลยว่าไม่มีใครเขามาหรอกอย่าไปวิจารณ์เลย
เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช่ไหม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ไม่มีใครเขามาหรอก พูดเท่านั้นพอ ” เมื่อถามว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาจะไม่ต้องไปเข้าที่เรือนจำใช่ไหม รองนายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่บอกยังงั้น อย่าไปรอเลย ไม่มีใครเขามาหรอก ”
"เฉลิม"ยันผู้ต้องหาวางะระเบิดตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่แพะ
ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการสืบสวนขยายผลจับกุมมือวางระบิด 3 จุดในกทม.ว่า ตำรวจกำลังดำเนินการโดยหลักฐานมีครบถ้วน แต่ทั้งนี้ในทางคดีเขาจะไม่นำรายละเอียดของสำนวนมาพูด เพราะจะเป็นการนำความลับทางราชการมาเปิดเผย
“ งานนี้ไม่มีจับแพะจับแกะหรอก คนเลยหละ ทีนี้บังเอิญเขาบอกเขาเคยเลี้ยงแพะคนก็ตำหนิว่าไปจับคนเลี้ยงแพะ และไม่มีใครเสี่ยงขนาดยอมติดคุกเพื่อสร้างสถานการณ์หรอก ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหาใดใด ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
รองนายกฯ กล่าวถึงแผนรับมือสถานการณ์ช่วงปีใหม่ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว และตนมั่นใจว่าเราสามารถรักษาสถานการณ์ได้และคิดว่าคนดีๆเขาไม่ให้ความร่วมมือกับพวกก่อกวน นอกจากนี้ถ้าประชาชนให้ความร่วมมือเป็นหูเป็นตาทุกอย่างก็แก้ไขได้หมด ส่วนการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการดูแลสถานการณ์ทางตำรวจก็ดูแลอยู่แล้ว โดยตนให้นโยบายไป 3 ข้อ ในเรื่องของการให้ความปลอดภัย เหตุร้ายอย่าให้เกิด ต้องให้ประชาชนมั่นใจ ซึ่งตำรวจก็ทำเป็นแผนและดำเนินการแล้ว
“ ส่วน 10 จุดที่ต้องเฝ้าระวังนั้นเคยเกิดในปี 2550 ปีนี้เกิดไม่ได้หรอก รัฐบาลนี้ไม่ให้เกิด และไอ้พวกนั้นก็ล่มสลายไปแล้ว ทะเลาะกันเองเมื่อปี 50 ” รองนายกฯ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนเห็นใจภาคท่องเที่ยว ตนถึงไม่พูดถึงเรื่องเหตุระเบิดแล้ว แต่ถ้าไม่ระวังไว้มันก็ไม่ได้ ทั้งนี้ตนบอกตำรวจว่าถ้าเจอของซุกซ่อนอยู่ถ้ามันไม่ใช่ระเบิดอย่าไปพูด อย่าให้ข่าวเพราะรู้ว่ามันไม่ใช่ ก็ต้องพูดน้อยๆ ซึ่งเมื่อวาน นายชุมพล ศิลปะอาชา รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกตน ว่าอย่าพูดมากนักเลย ซึ่งตนก็อธิบายให้ฟังว่ามีหน้าที่ต่างกัน



