รอง ผบก.ป.เผยเอาผิด'เสก โลโซ'ไม่ได้
รอง ผบก.ป.เผยเอาผิด'เสก โลโซ'ไม่ได้ เจ้าตัวเสนอตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ปปส. ด้าน รอง ผบช.น. บอกยินดีถ้า 'เสก' จะแจ้งเบาะแสข้อมูลแหล่งยาเสพติด เพื่อขยายผลจับกุม
20 ธ.ค.54 พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าวถึงกรณี นายเสกสรร ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ร็อกเกอร์หนุ่มชื่อดัง ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่า เคยเสพยาเสพติดจริง หลังจากถูก นางวิภากร หรือ กานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยา นำภาพถ่ายขณะกำลังเสพยาเสพติดมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ ว่า โดยส่วนตัวแล้วตนรู้จักกับ นายเสกสรร เพราะมีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นญาติกับ นายเสกสรร และเคยได้ออกทำงานช่วยเหลือสังคมมาด้วยกัน ซึ่งนายเสกสรร เป็นผู้มีจิตอาสา
ล่าสุด นายเสกสรร เพิ่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เขตสายไหม กับทางตำรวจกองบังคับการปราบปราม
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวต่อว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตนได้สอบถามอย่างละเอียดแล้วจึงเข้าใจความเป็นมาเป็นไป และนายเสกสรร ได้ขอให้ตนช่วยไกล่เกลี่ยกับอดีตภรรยา เพราะยังรู้สึกรักและห่วงใยภรรยากับลูกเสมอมา โดยที่ผ่านมา นายเสกสรร เลี้ยงดูส่งเสียภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ไม่เคยทอดทิ้งหรือปล่อยให้มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ได้ให้เงินใช้ทุกเดือน รวมทั้งให้ทรัพย์สินต่างๆ ไปหลายล้านบาท นอกจากนี้ในช่วงที่ประสบปัญหาน้ำท่วมก็หาโรงแรมที่พักให้ด้วย ส่วนกรณีของการเสพยาเสพติดนั้นเกิดขึ้นที่กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเชก เป็นเรื่องที่กฎหมายประเทศไทยจะไปบังคับใช้ไม่ได้ แต่นายเสกสรร ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ผิดพลาดเพราะความอยากรู้อยากลอง จึงหลงผิดทำไปซึ่งคงไม่สายไปหากจะกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่
“เสก เข้าใจดีว่าตัวเองเป็นบุคคลสาธารณะ สิ่งที่ทำไปนั้นอาจเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับวัยรุ่นที่ชื่นชอบในตัวเสก แต่สำนึกผิดแล้วคิดว่าคงไม่สายเกินที่จะแก้ไข จึงหวังว่าสังคมคงให้อภัยได้ นอกจากนี้เสกเองก็มีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมด้วย เท่าที่ได้คุยกันและยังเป็นแนวความคิดในเบื้องต้น เสก จะขอเสนอตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เพื่อออกรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดต่อไปตามแต่โอกาสที่เหมาะสม” รอง ผบก.ป.กล่าว
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวต่อว่า นอกจากนายเสกสรร จะเปิดใจเล่าถึงชีวิตครอบครัวแล้ว ยังยอมรับว่ามีนิสัยเจ้าชู้ และด้วยความที่เป็นคนที่มีชื่อเสียงจึงมีหญิงสาวมาติดพันด้วย และที่ผ่านมา นายเสกสรร พร้อมรับผิดชอบไม่เคยทอดทิ้งหรือละเลย แม้กับ อ้อม-พรพิมล เทพพิชัย เลขานุการส่วนตัว และเป็นแฟนคนปัจจุบันด้วย
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวถึงกรณีที่นายเสกสรร ระบุว่าช่วงที่ตกเป็นข่าวนั้นได้มีกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่า เป็นของต้นสังกัด คอยสะกดรอยติดตามความเคลื่อนไหวว่า เรื่องนี้นายเสกสรร เคยปรึกษากับตน ซึ่งได้แนะนำไปว่าควรจะระมัดระวังให้ตัวมากขึ้น หากรู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆ ก็ควรประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เอาไว้ หรือขอให้จัดกำลังมาช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายเสกสรร ตนมองด้วยความเข้าใจและคิดว่านายเสกสรร น่าจะสำนึกผิดแล้ว ตนจึงอยากให้ทุกคนให้อภัยและมองด้วยความเข้าใจว่าไม่ใครที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง นายเสกสรร เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ในทางกลับกันเขายังสามารถใช้ความเป็นบุคคลสาธารณะ ทำประโยชน์ช่วยเหลือสังคมได้อีกมาก หลังจากนี้ยังเคยคิดว่าจะชักชวนนายเสกสรร เข้าร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่ บก.ป.จะดำเนินการต่อไปในอนาคตด้วย
รอง ผบช.น. บอกยินดี ถ้า 'เสก โลโซ' แจ้งเบาะแสข้อมูลแหล่งยาเสพติด
พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด กล่าวถึงกรณี "เสก โลโซ" ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่าเคยเสพยาเสพติดว่า การดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ปัจจุบันยังมีการเสพยาเสพติดอยู่หรือไม่ หรือว่ากลับใจได้และเลิกเสพแล้ว หากมีการมาแจ้งความดำเนินคดี ตำรวจก็จะเชิญตัวมาตรวจหาสารเสพติด แต่จะต้องได้รับความยินยอมสมัครใจจากเจ้าตัวด้วย
"หากเคยเสพ และเลิกเสพแล้ว ก็ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้าสู่การบำบัดรักษา แต่หากยังไม่เลิกก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากเจ้าตัวต้องการบำบัดหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ ตำรวจก็ยินดีที่จะพาตัวไปบำบัด หรือเข้าสู่โครงการต่าง ๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมทั้งสืบสวนขยายผลแหล่งที่มาของยาเสพติดที่นักร้องคนดังกล่าวไปซื้อมาเสพด้วย"
รอง ผบช.น.บอกยินดีถ้า"เสก โลโซ"แจ้งเบาะแสข้อมูลแหล่งยาเสพติด
พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด กล่าวถึงกรณี"เสก โลโซ" (เสกสรร ศุขพิมาย) ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่าเคยเสพยาเสพติด ว่า การดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ปัจจุบันยังมีการเสพยาเสพติดอยู่หรือไม่หรือว่ากลับใจได้และเลิกเสพแล้ว หากมีการมาแจ้งความดำเนินคดี ตำรวจก็จะเชิญตัวมาตรวจหาสารเสพติด แต่จะต้องได้รับความยินยอมสมัครใจจากเจ้าตัวด้วย
พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ กล่าวต่อว่า หากเคยเสพและเลิกเสพแล้วก็ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้าสู่การบำบัดรักษา แต่หากยังไม่เลิกก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หากเจ้าตัวต้องการบำบัดหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่เป็นประโยชน์ต่อราชการตำรวจก็ยินดีที่จะพาตัวไปบำบัด หรือเข้าสู่โครงการต่างๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม พร้อมทั้งสืบสวนขยายผลแหล่งที่มาของยาเสพติดที่นักร้องคนดังกล่าวไปซื้อมาเสพด้วย



