ข่าว

ลุยรื้อกลางดึกรีสอร์ทวังน้ำเขียว

ลุยรื้อกลางดึกรีสอร์ทวังน้ำเขียว

20 ธ.ค. 2554

ชาวบ้านทราบข่าว จนท.รื้อ2รีสอร์ทวังน้ำเขียวกลางดึกที่ผ่านมา รวมตัวปิดถนน304อีกครั้ง ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ลั่นลุยรื้อต่อ ไม่สนม็อบ เผย6รีสอร์ทที่เหลือขอรื้อเอง ชี้หลังปีใหม่ไม่เสร็จช่วยรื้อต่อเอง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.54  นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ที่สนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ จำนวน 500 นาย ซึ่งเป็นกองกำลังชุดแรมโบ้ เคยไปปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ ชายแดนไทย-กัมพูชา ของพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมเครื่องจักรกลหนัก และอุปกรณ์การรื้อถอนจำนวนมาก บุกเข้าทำการทุบรีสอร์ทบ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตัดสินสิ้นสุดคดี และให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ย้ายออกจากพื้นที่ จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

          ในจุดแรกได้นำกำลังเข้ารื้อถอน บ้านกุลวนิชย์วังน้ำเขียวรีสอร์ท ในพื้นที่บ้านสวนห้อม ต.ไทยสามัคคี โดยได้มีการใช้รถแบ๊คโฮ เข้าทุบทำลายรั้วรีสอร์ท ป้อมยาม และอาคารคลับเฮาท์ขนาดใหญ่ 1 หลัง ส่วนอีกจุด คือที่คลองกระทิงคันทรีฮิลล์ รีสอร์ท ในพื้นที่บ้านคลองกระทิง ต.ไทยสามัคคี เจ้าหน้าที่ได้ทำการทุบบ้านพัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่รวม 3 หลัง โดยทั้ง 2 จุด ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังออกจากพื้นที่ก่อน เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อกลับมาวางแผนการเข้ารื้อถอนซ้ำที่เดิมทั้งสองจุดอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้

          ส่วนปฏิกิริยาตอบสนองของชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการรวมตัวปิดทางหลวงหมายเลข 304  สายปักธงชัย - กบินทร์บุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 80 เขตรอยต่อจังหวัดนครราชสีมา กับจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการสลายตัวเปิดถนนเมื่อเที่ยงคืนวันเดียวกัน เนื่องจากทางอุทยานแห่งชาติทับลานยังไม่มีสัญญาณที่จะเข้าทำการรื้อถอน แต่เมื่อชาวบ้านได้ทราบข่าวว่าทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้นำกำลังเข้ารื้อถอนรีสอร์ทบ้านพักแล้วสองจุด ก็เกิดความไม่พอใจ ทยอยเดินทางกลับมาชุมนุมปิดถนนอีกครั้งเมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้

          ล่าสุดมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมแล้วกว่า 500 คน  และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ตัวแทนรัฐบาลลงมาแก้ไขปัญหา และทำตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน และยืนยันที่จะไม่ยุติการชุมนุมจนกว่าจะได้ตามข้อเรียกร้อง

 

อธิบดีกรมอุทยานฯลุยรื้อรีสอร์ทต่อ ไม่สนม็อบปิดถนน ระบุ6รีสอร์ทที่เหลือขอรื้อเอง

 

          นายดำรงค์ เปิดเผยถึงกรณีการรื้อถอนรีสอร์ทที่ก่อสร้างบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลานว่า ขณะนี้ได้รื้อถอนไปแล้ว 2 แห่ง ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนรีสอร์ทอีก 6 แห่ง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว 1 แห่ง , อ.นาดี 5 แห่ง เจ้าของแจ้งขอรื้อถอนเอง โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบพบว่า มีการรื้อถอนจริง ตนได้ให้เวลาในการรื้อถอนทั้งหมด 2 สัปดาห์ หลังปีใหม่จะเข้าไปตรวจสอบว่ารื้อถอนทั้งหมดแล้วหรือยัง หากยังไม่เสร็จสิ้น ตนจะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อถอนต่อทันที

          "ส่วนการเคลื่อนไหวของชาวบ้านเป็นเรื่องปกติ เป็นสิทธิที่ทำได้ ผมมีหน้าที่ดูแลอุทยานฯ ก็เข้าไปดูแล ประชาชนเดือดร้อน อะไรอย่างไร เราไม่สามารถไปบังคับอะไรเขาได้ และการดำเนินการรับรองว่า ประชาชนไม่ได้เดือดร้อน เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของรีสอร์ท แต่คนที่เดือดร้อน และรู้ว่าผิดก็ยังทำคือ เจ้าของรีสอร์ทที่ไปซื้อที่ดินต่อมาอีกครั้ง และต่อไปนี้ผมได้แจ้งไปยังอุทยานฯว่า จะต้องดำเนินคดีกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ที่เซ็นอนุมัติให้ทำประโยชน์บนที่ดิน ทั้งที่รู้ว่ารุกป่า ซึ่งตรงนี้ได้แจ้งให้กับหัวหน้าอุทยานฯ ทุกแห่งไปแล้วว่า หากพบว่ามีการอนุมัติโดยอบต.เพื่อให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของอุทยาน จะต้องแจ้งอธิบดีด้วย เพราะอำนาจอนุมัติใช้ที่ดินของอุทยานนั้นอยู่กับอธิบดีไม่ใช่อบต. ซึ่งหากพบว่าอบต.ไปเซ็นอนุมัติ ต้องดำเนินคดีให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน"

          ส่วนเรื่องประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินนั้น นายดำรงค์ กล่าวว่า ชาวบ้านไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกลัว เพราะตามกฎหมาย รีสอร์ทที่ถูกดำเนินคดีล้วนเป็นรีสอร์ที่รุกป่า และมาใช้ประโยชน์หลังปี 2541 ทั้งสิ้น การดำเนินคดีนั้นทางอุทยานได้ยึดถือ มติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 ใครเข้ามาครอบครองทีหลัง และรุกป่า อุทยานฯ ก็ส่งเรื่องดำเนินคดี ฟ้องศาล และคดีสิ้นสุดแล้วถึงได้รื้อถอน เพื่อเป็นตัวอย่าง หากชาวบ้านอยู่ก่อน มติ ครม. 30 มิ.ย.41 ก็ไม่ต้องกลัว ไม่มีปัญหา เพราะชาวบ้านมีเอาไว้ทำกินไม่ได้มีเอาไว้เพื่อทำธุรกิจ จะมีการระดมชาวบ้านมากดดัน ใช้ไม่ได้ ยืนยันจะเดินหน้าดำเนินการต่อเพราะมีพื้นที่รีสอร์ทอีกประมาณ 152 หลัง ที่บุกรุกป่าและจะต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล หากคดีสิ้นสุดก็จะต้องรื้อถอนต่อไป