
'สายข่าว'ม็อบชี้เป้าจับ'มือบึ้ม'
'สายข่าว'ม็อบชี้เป้าจับ'มือบึ้ม' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
หลังข่าวพบระเบิดแสวงเครื่อง แต่ไม่ได้ตั้งใจแสวงชีวิตผู้คน บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังขึ้นมาสั่นประสาทคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เว้นระยะเพียง 10 วัน ก็เกิดข่าวทำนองนี้ขึ้นอีก แต่คราวนี้ "จัดหนัก" ถึง 3 จุดซ้อนในวันเดียวกัน ส่วน "มือบึ้ม" ถูกรวบตัวได้คาหนังคาเขาจนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงการเมืองลับลวงพรางที่สุดจะคาดเดา แต่ที่แน่ๆ งานนี้ "ตำรวจ" ถูกสังคมตั้งข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดถึงจับคนร้ายได้รวดเร็วทันใจ!!
คงต้องยกความดีความชอบให้ชุดสืบสวนของตำรวจสันติบาล เพราะหลังจากเกิดเหตุพบระเบิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กำชับให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เร่งรัดสืบสวนสอบสวนติดตามจับคนร้าย ซึ่งการสืบสวนคดีลอบวางระเบิดครั้งนี้แทบไม่มีวี่แววจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้เพราะแทบไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และลายนิ้วมือแฝงก็ไม่ตรงกับทะเบียนประวัติอาชญากร
จนกระทั่งชุดสืบสวนของตำรวจสันติบาล ที่เคยเข้าไปปะปนหาข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของผู้แสดงออกทางการเมืองจนกระทั่งมีความสนิทสนมกับผู้แสดงออกทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มีการชุมนุมทางการเมืองแล้วแต่ พวกเขาก็คบหาเป็นเพื่อนสนิทกัน และกลายเป็นผู้แจ้งเบาะแสสำคัญจนทำให้ตำรวจจับกุม "จิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง" ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดป่วนเมืองในครั้งนี้
โดยสายข่าวรายนี้ติดต่อมายังตำรวจสันติบาลนายหนึ่งว่า มีเพื่อนที่เคยทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัยติดต่อมาเพื่อขอยืมรถยนต์ไปเพื่อจะนำระเบิดไปวาง 3 จุด ในช่วงประมาณวันที่ 15 หรือ 16 ธันวาคม 2554 เพื่อสร้างความวุ่นวายปั่นป่วน โดยเพื่อนคนนี้เคยเป็นการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดง มีความรู้เกี่ยวกับการทำระเบิด เนื่องจากเคยเดินทางไปฝึกการทำระเบิดที่ประเทศกัมพูชาในช่วงที่มีสถานการณ์การชุมนุมประท้วง
ข้อมูลของผู้แสดงออกทางการเมืองรายนี้ ซึ่งเป็นสายข่าวคนสำคัญ ทำให้ตำรวจสันติบาลรายงานข้อมูลเบาะแสให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น แล้วนำพาสายข่าวคนนี้มาพบผู้บังคับบัญชาเพื่อเล่าข้อมูลให้ฟังอีกครั้ง และระบุชื่อผู้ที่จะลอบวางระเบิดคือ นายจิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง อายุ 54 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.สกลนคร โดยสายข่าวรายนี้ อ้างเหตุผลที่นายจิรวัฒน์ ต้องการลอบวางระเบิด เนื่องจากไม่พอใจหลังจากเป็นการ์ดร่วมต่อสู้การชุมนุมแล้ว มีการ์ดหลายคนได้รับการดูแล แต่นายจิรวัฒน์ มีญาติที่เคยร่วมชุมนุมถูกยิงเสียชีวิต และนายจิรวัฒน์ก็ถูกไฟลวก แต่ไม่มีใครสนใจเข้ามาช่วยเหลือ
เมื่อข้อมูลการสืบสวนถูกรายงานตรงไปยัง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เพื่อทราบแล้วได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของบช.น.นำโดย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันวางแผนติดตามนายจิรวัฒน์ในทันที
การติดตามเริ่มตั้งแต่นายจิรวัฒน์ เดินทางโดยนั่งรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ (ขอสงวนหมายเลขทะเบียน) โดยกำลังชุดสืบสวนใช้รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ตามประกบแล้วมีการบันทึกภาพด้วยกล้องวิดีโอตลอดเวลาจนกระทั่งพบเห็นนายจิรวัฒน์ โยนวัตถุบางอย่างเข้าไปในพงหญ้าข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 77 จากนั้นนายจิรวัฒน์ นั่งรถยนต์คันดังกล่าวไปโยนวัตถุบางอย่างบริเวณพงหญ้าริมถนนคู่ขนาน ถ.กาญจนาภิเษก ทางเข้าวัดกิ่งแก้ว แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จากนั้นนายจิรวัฒน์ไปโยนวัตถุบางอย่างบริเวณใต้สะพานข้ามคลองหนองปรือ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง ตรงข้ามตลาดนัดสุวรรณภูมิ ชุดสืบสวนตัดสินใจชาร์จจับ ขณะที่นายจิรวัฒน์ กำลังเข้าไปนั่งอยู่บริเวณเบาะหน้าด้านซ้ายภายในรถยนต์ เพื่อนำตัวมาสอบสวน ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
"การปฏิบัติการครั้งนี้บางช่วงไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งทุกจุดที่นายจิรวัฒน์ โยนวัตถุบางอย่างออกจากรถยนต์ที่นั่งมา ชุดสืบสวนได้วางกำลังบางส่วนทิ้งไว้เพื่อตรวจสอบจนพบว่าเป็นวัตถุระเบิด จึงเร่งประสานงานให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. เข้าร่วมตรวจและเก็บกู้ จากการสอบสวนนายจิรวัฒน์ให้การปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาล แต่ชุดสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานและพยานหลักฐานครบถ้วนชัดเจนโปร่งใสไม่มีการจับแพะ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวน ระบุ
เช่นเดียวกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ คดีนี้ ตำรวจสืบทราบล่วงหน้า ติดตามพฤติกรรมและมีข้อมูลอย่างใกล้ชิด ในการจับกุมก็มีพยานหลักฐานแน่นหนา
.......................
(หมายเหตุ : 'สายข่าว'ม็อบชี้เป้าจับ'มือบึ้ม' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



