
ด้านมืดของ"เยาวชน"
ด้านมืดของ "เยาวชน" : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
ถ้าจะบอกว่าสังคมของเยาวชนบ้านเราขณะนี้เข้าขั้นวิกฤติ คงไม่ผิดนัก
สิ่งยั่วยุ สถานบันเทิง ข้าวของเครื่องใช้ ล้วนมีผลต่ออนาคตเด็กไทยทั้งสิ้น
วันก่อนตำรวจจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี โดยพ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.พร้อมพวกเข้าไปจับกุมนักเรียนหญิงและชายอายุแค่ 17-18 ปี รวม 6 คน เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา เข้ามาขายตัวในกรุงเทพฯ
ทั้งหมดมาเช่ารีสอร์ท แถวลาดพร้าว เป็นสถานที่พักและติดต่อ
เรื่องของเรื่องก็คือ แม่ของเด็กรายหนึ่งมาแจ้งความว่าลูกสาวหายไป จนได้รับข้อมูลจากเพื่อนลูกผ่านเว็บไซต์หนึ่งว่า ลูกสาวเข้าไปขายตัวในกรุงเทพฯ
เลยเข้ามาแจ้งให้กองสวัสดิภาพเด็กฯ ช่วยหาตัว กระทั่งสืบทราบถึงแหล่งที่พักดังกล่าว
เด็กๆ นักเรียนรับว่า ที่ต้องเข้ามาขายบริการทางเพศเพราะต้องการหาเงินไปเรียนหนังสือเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน เกรงใจไม่อยากขอเงินพ่อแม่ โดยเข้ามาในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ วันธรรมดาก็ไปเรียนตามปกติ มีขายบริการทั้งเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนชายที่เป็นกะเทย ส่วนเว็บก็ติดต่อให้เพื่อนที่เก่งทางด้านนี้มาช่วยโพสต์รูปและข้อความเพื่อหานักเที่ยวมาซื้อบริการ
เด็กบอกว่าค่าบริการครั้งละ 1.5 หมื่นบาท
ตำรวจตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นไม่พบสารเสพติด ถือว่ายังดีที่ไม่ไปหมกมุ่นกับยาพวกนั้นด้วย
ใช่ว่ามีแต่เด็กต่างจังหวัดเท่านั้น นักเรียน นักศึกษา ในโรงเรียนหรือมหาวิยาลัยดังๆ หลายแห่งก็นิยมหาเงินกันด้วยวิธีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะติดหรู เข้าไปอยู่ในสังคมคนมีเงิน เมื่อตัวเองขัดสนก็หาทางออกแบบนี้
สมัยก่อนเรียกว่า มีเสี่ยเลี้ยง แต่เด็กสมัยนี้ไม่เอาแล้วเพราะต้องการอิสระหาเงินได้มากกว่าเงินเดือนเสี่ย ไม่มีภาระผูกพัน ผ่านแล้วก็แล้วกัน
มีเงินใช้ ผ่อนรถได้ อยู่คอนโดหรูๆ เรียนไปด้วย หาเงินไปด้วย พอจบแล้วยังแวะเวียนไปหาลูกค้าที่เคยเรียกใช้ บางคนฝากงานดีๆ ให้ทำอีกต่างหาก
ความคิดแบบนี้น่ากลัว กลายเป็นค่านิยมผิดๆ โรงเรียน มหาวิทยาลัย สมัยนี้ห่างเหินเด็ก
ตัวเลขเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ขายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะที่นโยบายด้านสังคมในหลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้เอาจริงเอาจัง ไม่เกิดเป็นรูปธรรม มีเฉพาะช่วงหาเสียงเท่านั้น
สำคัญคือ มีนักการเมืองไม่น้อยชอบใช้บริการเสียด้วย
อยากเห็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านเยาวชน สังคมมากกว่าการเมืองเน่าๆ เพราะเด็กคืออนาคต ส่วนพวกไม่มีอนาคตในสภา ก็อย่าไปให้ราคามากนัก



