
'ทักษิณ'เบิกทางไทยคุยพม่าเรื่องพลังงาน
รมว.กต.-รมว.พลังงานไทย-พม่า เตรียมหารือต่อยอดร่วมมือพลังงาน หวังขอสัมปทานก๊าซธรรมชาติ หลัง "ทักษิณ" รุดคุยเบิกทาง พร้อมเตรียมเสนอที่ประชุมจีเอ็มเอสยก"ทวาย"ศูนย์กลางท่าเรือน้ำลึกในภูมิภาค
19ธ.ค.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือทวิภาคีระหว่างนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กับ นายวันนะ หม่อง ลวิน รมว.ต่างประเทศพม่า และนายตาน เท รมว.พลังงาน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค. โดยจะมีการหารือเรื่องความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะด้านก๊าซธรรมชาติ ที่ปตท.สผ.มีความสนใจที่จะเข้ามาขอประมูลการสัมปทานขุดเจาะแห่งก๊าซธรรมชาติทางบก ในประเทศพม่าโดยทราบว่าประเทศพม่าจะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาประมูลประมาณ 10 แห่ง เพื่อเป็นการเตรียมสำรองหาแหล่งพลังงานแห่งใหม่ของประเทศ เพราะเท่าที่มีอยู่ทรัพยากรอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับคณะเจ้าหน้าที่ของปตท.สผ. ได้เดินทางมายังเมียนมาร์ โดยได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงของพม่า เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านพลัง ระหว่างไทยกับพม่า ก่อนที่คณะของไทยนำโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรพงษ์และนายพิชัยจะพบปะกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ จะพบกับพล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำจีเอ็มเอส ครั้งที่ 4 ที่นครเนปิดอร์ ในบ่ายวันที่ 20 ธ.ค. ก่อนที่จะพบกับนางออง ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี ที่ทำเนียบของเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ก่อนเดินทางกลับในเย็นพรุ่งนี้เช่นกัน
เตรียมเสนอที่ประชุมจีเอ็มเอสยก"ทวาย"ศูนย์กลางท่าเรือน้ำลึกในภูมิภาค
ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ว่า นายสุรพงษ์กล่าวถึงสารัตถะของการประชุมสุดยอดผู้นำ 6 ประเทศ ลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 4 ว่า เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม และจีน (มณฑลยูนาน และกวางสี) ร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (เอดีบี)
สำหรับประเทศไทยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการทำงานมาตั้งแต่ปี 2545 โดยการประชุมครั้งนี้จะทบทวนโครงการที่ได้ดำเนินงานมาก่อนหน้านี้ รวมถึงแผนงานในอนาคตอีก 10 ข้างหน้า โดยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนาแผนงานจีเอ็มเอส ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการเน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการคมนาคม เช่นถนน สะพาน ระหว่างกัน ทั้งนี้ประเทศไทยเราเตรียมที่จะผลักดันใน 2 เรื่อง ได้แก่
1) การลดขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าตามแนวชายแดน (Transportation C0rridor) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า และช่วยเสริมสร้างการกระจายสินค้าระหว่างกัน และ 2) ไทย จะเตรียมผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวายต่อที่ประชุมจีเอ็มเอส ยกให้เป็นศูนย์กลางท่าเรือในระดับอนุภูมิภาค และเป็นเส้นทางการค้าใหม่ของโลก หรืออีสเทิร์น คอมเพล็กซ์
“เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศไทย เป็นสายพานการผลิตที่สำคัญที่จะลำเลียงสินค้า และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ๆ ไปสู่โลก ดังนั้นบทบาทไทยในครั้งนี้จึงได้เน้นความสำคัญในเรื่องมุ่งส่งเสริมเชื่อมโยงระบบคมนาคมที่นำไปสู่เศรษฐกิจระหว่างกัน”นายสุรพงษ์กล่าว
นอกจากนี้จะมีการหารือถึงการเปิดด่านชั่วคราว ที่ด่านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่จะสร้างให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมและโซนอุตสาหกรรมพิเศษ เพื่อเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน และนำผลผลิตทางด้านการเกษตรมาส่งขายต่างประเทศด้วย ทั้งนี้เพื่อให้แผนงานที่ได้วางไว้แล้วเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ที่ประชุมจะมีการลงนามปฏิญญาร่วมระดับผู้นำ ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนงาน จีเอ็มเอส ระหว่างปี 2012-2022 นอกจากนี้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ของทั้ง 6 ประเทศโดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข จะลงนามบันทึกความเข้าใจ สำหรับการดำเนินการร่วมกันเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีการเคลื่อนย้ายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศและการสื่อสาร จะลงนามเอ็มโอยู ว่าด้วย โครงข่ายทางด่วนสารสนเทศ ในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ระยะที่ 2
"สุรพงษ์-พิชัย"เตรียมเยือนกัมพูชา29-30ธ.ค. นี้
เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ รายงานว่า มีเอกสารแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2554 ระบุว่า นายสุรพงษ์และนายพิชัยจะเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ นาย ฮอร์ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ โดย นายสุรพงษ์และนายพิชัยจะเข้าเยี่ยมคารวะ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และพบหารือกับนายฮอร์ นำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศ นอกจากนี้ นายพิชัย จะพบหารือกับรองนายกรัฐมนตรี ซก อาน รัฐมนตรีรับผิดชอบสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานองค์การปิโตรเลียมกัมพูชา ขณะที่ นายสุรพงษ์ จะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชาด้วย



