ข่าว

น้ำลดพบต้นกล้าพร้อมเยียวยาวิถีชีวิต

น้ำลดพบต้นกล้าพร้อมเยียวยาวิถีชีวิต

20 ธ.ค. 2554

น้ำลดพบต้นกล้า พร้อมเยียวยาวิถีชีวิต

          หลังจากเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์พืชผักต่างๆ เพื่อบ่มเพาะเป็นต้นกล้าให้แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยมาตั้งแต่แรกเริ่มที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัย จนวันนี้โครงการ "กล้า...ดี" ในมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ก็พร้อมสร้างฐานการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตหลังน้ำลดให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 1 ล้านคน ด้วยการส่งมอบกล้าไม้นานาชนิด ในรูปแบบของชุด 3 พร้อม ให้ชาวบ้านได้นำไปต่อยอดและดำรงชีวิต โดยเริ่มมีการส่งมอบต่อให้ชาวบ้านใน จ.ลพบุรี ในพื้นที่ศูนย์เพราะกล้า กองบิน 2 กองทัพอากาศ ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ไปแล้วเมื่อวันก่อน

          ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปภัมภ์ฯ กล่าวสรุปการดำเนินงานว่า จากทุกภาคส่วนที่ได้มารวมตัวกันช่วยเหลือในโครงการนี้ ทำให้รู้ว่าวิกฤติการณ์จะรุนแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ จึงหวังว่าโครงการนี้จะเป็นผลดีในอนาคต ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา และแนวพระราชดำริของสมเด็จย่าที่ต้องการให้คนไทยยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง

          "หลังน้ำลดเราเริ่มลดรายจ่ายด้วยการมอบชุด 3 พร้อม ได้แก่ ชุดพร้อมกิน คือชุดเครื่องปรุง พริกแห้ง กระเทียม และเกลือ ชุดพร้อมปลูก คือต้นกล้าพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่เราเพาะจนเติบโตแข็งแรงพร้อมออกผล และ ชุดพร้อมเพาะ ที่จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ ถั่วฝักยาว ฟักทอง ฯลฯ ให้ชาวบ้านได้ปลูกกันหลังน้ำลด ซึ่งเราคัดเลือกพืชพันธุ์เหล่านี้มาให้เป็นประโยชน์สูงสุด ถือเป็นก้าวแรกและก้าวต่อไปในการสร้างความมั่นคงและอยู่รอด โดยจะมีการติดตามผลว่าโครงการนี้จะได้ประโยชน์ตามที่คาดไว้หรือไม่ในช่วงกลางเดือนหน้านี้" เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงกล่าว

          ด้าน อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สนับสนุนโครงการ กล่าวถึงความสำคัญของการฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังน้ำลดว่า การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากสถานการณ์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือคนที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะการทำมาหากินหยุดชะงักทันที จึงจำเป็นต้องมีกำลังใจ ต้องมีต้นทุนให้คนเหล่านี้ไม่ต้องลำบาก ด้วยพืชผักที่แจกจ่ายไปก็จะช่วยลดภาระไปได้อีกระดับหนึ่ง อีกอย่างคือการที่ได้เห็นทุกคน ทุกภาคส่วนได้ทำงานร่วมกัน ปรึกษาหารือกัน และลงมือปฏิบัติด้วยกัน ไม่ใช่ว่าใครอยู่เหนือกว่าใคร ทำให้เห็นนิสัยแท้ของคนไทยทั้งหมดที่มีความกรุณาปรานี เอื้ออาทรต่อกัน เมื่อยามเดือดร้อน จิตอาสาก็จะเกิดขึ้นทันที

          ส่วนความรู้สึกร่วมของผู้ดำเนินการ ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี กำนันตำบลพุคา อ.บ้านหมี่ จ. ลพบุรี เล่าว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านพื้นที่นี้มีน้ำท่วมหนักคราวละประมาณ 2 เดือน แต่ปีนี้ตำบลมีการเตรียมการรับมือดีมาก ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ จึงมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการนี้ ขณะเดียวกันก็ได้ชาวบ้านมาช่วยกันบรรจุพริก กระเทียม เกลือ เกือบหนึ่งร้อยตัน จากนั้นก็เป็นงานบรรจุเมล็ดพันธุ์ลงถุงดิน 1.4 แสนชุด ภายใน 1 วัน แบ่งให้คนได้ทั้งอำเภอ

          สำหรับผู้รับ เกศรา แก่นแก้ว ตัวแทนแม่บ้าน ต.โพธิ์ตรุ อ.เมือง จ.ลพบุรี วัย 30 ปี มารับต้นพริกไปแจกจ่ายให้คนในชุมชน กล่าวด้วยความดีใจว่า วันนี้ระดับน้ำที่บ้านลดลงจนถึงบริเวณหน้าเข้ง ชาวบ้านจึงเริ่มนำพืชผักสวนครัวจากโครงการมาปลูกต่อ บ้านหนึ่งจะมีผักต่างชนิดกันออกไป และจะนำมาแลกเปลี่ยนกันเมื่อออกผล เพื่อลดความลำบากในการหาวัตถุดิบทำอาหาร เพราะผักในตลาดก็มีราคาแพงขึ้นหลายเท่า ขณะที่ชาวบ้านต้องเร่งหารายได้เพื่อนำมาฟื้นฟูบ้านและที่ทำกิน โครงการนี้จึงเป็นตัวช่วยให้ผู้ประสบอุทกภัยได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ

          นอกจากดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก จนถึง จ.อ่างทองแล้ว โครงการกล้าดียังมีแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม เป็นรายต่อไปอีกด้วย