
ปลูกข้าวกินเอง
ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : ปลูกข้าวกินเอง โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ประชาชนของประเทศไทยแต่ไหนแต่ไรมา ล้วนแต่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาข้าวทุกชนิด ทั้งข้าวเจ้าข้าวเหนียวหลากหลายพันธุ์ ถือว่าเป็นอาชีพที่มีผู้คนอาศัยยังชีพมากที่สุดกว่าอาชีพอื่นใด จนมีคำกล่าวถึงอาชีพชาวนาว่าเป็น "กระดูกสันหลังของชาติ" แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม ชาวนาไทยก็ยังคงตกอยู่ในสภาพ "กระดูกสันหลังที่โก่งคดงอ" ไม่สามารถยืนหยัดเหยียดตรงขึ้นมาได้อย่างภาคภูมิใจ
ความยากลำบากของชาวนาไทยในอดีตขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะวิชาการพยากรณ์อากาศยังไม่สามารถพึ่งพาอาศัยได้มากนัก อีกทั้งระบบการชลประทานที่ล้าหลังของประเทศไทย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรทั้งหลายไม่คงที่ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศว่าจะสมบูรณ์หรือแห้งแล้งเพียงใด
เกษตรกรของประเทศไทยแต่ครั้งเก่าก่อนนานมา จะเลือกสายพันธุ์ของพืชไร่มาปลูกตามสภาพของพื้นดินไร่นา และยังทำการปลูกกันภายใต้กรอบความคิดของการปลูกเพื่อกินเองอีกด้วย จึงต้องเลือกสายพันธุ์ชั้นดีที่ตนเองชอบในรสชาติ ทำให้ชาวนายุคก่อนจึงมีการปลูกข้าวที่หลากหลายพันธุ์ในพื้นนาของตนเอง และเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้วก็จะแบ่งข้าวตามสายพันธุ์เก็บใส่ยุ้งฉางเอาไว้ รอเวลาที่ข้าวเปลือกราคาดีจึงจะขายออกไป และยังกันข้าวจำนวนหนึ่งสำหรับการสีเพื่อบริโภคเองภายในครอบครัว
โดยการใช้วิธีการแบ่งนำไปสีครั้งละพอบริโภคในระยะเวลาสั้นๆ ใช้บริการจากโรงสีในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ส่งผลให้ไม่ว่าข้าวสารจะมีราคาแพงมากเพียงใด ชาวนาไทยยุคเก่าก่อนก็จะไม่มีความเดือดร้อนมากมายนัก เพราะไม่มีความจำเป็นต้องควักกระเป๋าเอาเงินออกมาซื้อข้าวสารเพื่อหุงหาสำหรับบริโภค
นอกจากนี้ วิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวก็ยังเอื้ออำนวยให้การใช้วิถีชีวิตรูปแบบดังกล่าวด้วย เพราะการหว่านดำด้วยมือทำให้สามารถเลือกพันธุ์ต่างๆ ได้ง่ายกว่าการใช้เครื่องยนต์
เช่นกันกับการเก็บเกี่ยวของชาวนายุคที่เครื่องจักรยังไม่พัฒนาเข้ามาวุ่นวายกับชีวิต การลงแขกลงแรงเกี่ยวข้าวในท้องทุ่ง ทำให้สามารถแยกจำแนกชนิดของพันธุ์ข้าวได้ง่าย ส่วนการเก็บเกี่ยวยุคใหม่สมัยนี้หันมาใช้เครื่องจักรกันเกือบทั้งหมด ซึ่งเครื่องจักรไม่รู้จักพันธุ์ข้าวพอที่จะแยกแยะได้ หรือแม้คนคุมเครื่องเก็บเกี่ยวจะรู้จัก แต่หากมีการปลูกข้าวหลากสายพันธุ์ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน เครื่องจักรก็จะยากลำบากต่อการเก็บเกี่ยวแยกแยะ
ชาวนายุคนี้สมัยนี้จึงมีความจำเป็นต้องปลูกข้าวพันธุ์เดียวกันทั้งท้องทุ่ง มีการหว่านปุ๋ยบำรุงต้นข้าวตามระยะเวลาที่วิชาการสมัยใหม่กำหนด และเมื่อพื้นนาข้างเคียงปลูกข้าวพันธุ์ใด ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องปลูกข้าวพันธุ์เดียวกันนั้นด้วย เพราะหากปลูกข้าวต่างสายพันธุ์ที่สุกออกรวงพร้อมเกี่ยวในเวลาที่ต่างกัน ก็จะยุ่งยากและทำให้ต้นทุนแพงมากขึ้น สำหรับการนำเอาเครื่องจักรหรือรถเก็บเกี่ยวมาลงพื้นที่
จากเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดจึงทำให้ชาวนาในสมัยปัจจุบัน ไม่สามารถแยกข้าวในนาของตนเอง ออกมาไว้สำหรับนำไปสีเพื่อบริโภคเองได้ เก็บเกี่ยวข้าวในนาได้เท่าใดก็ต้องทำการขายให้พ่อค้าคนกลางหรือโรงสีไปทั้งหมด ส่วนข้าวสำหรับการบริโภคก็ต้องไปหาซื้อข้าวสาร หรือที่เรียกกันว่าข้าวถุงตามท้องตลาดมาหุงหา ดังนั้น ต่อให้ข้าวเปลือกมีราคาแพงมากขึ้นเท่าใดก็ตาม เป็นธรรมดาที่จะต้องส่งผลให้ข้าวสารในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ชาวนาไทยที่ดีอกดีใจว่าขายหรือจำนำข้าวเปลือกได้ราคาดี ก็ต้องควักเนื้อซื้อข้าวสารหรือข้าวถุงมาบริโภคในราคาแพงด้วยเช่นกัน
สิ่งที่ภาครัฐควรให้การสนับสนุนชาวนาไทยในเบื้องต้น จึงไม่ใช่การประกาศรับประกันราคาข้าว หรือการรับจำนำข้าวจากชาวนา เพราะนอกจากจะทำให้มีข้อครหาว่าทำให้โรงสีขนาดใหญ่ๆ ร่ำรวยไปตามๆ กันแล้ว ยังทำให้ชาวนาไทยจนซ้ำซากถาวรต่อไปอีกด้วย ภาครัฐของไทยจึงควรสนับสนุนให้มีการสร้างยุ้งฉางและโรงสีชุมชนขนาดเล็ก เพื่อให้ชาวนาไทยหันมาบริโภคข้าวในแปลงนาของตนเอง ไม่ต้องเดือดร้อนไปกับราคาข้าวสารที่ผันผวนในทางขึ้นราคาสูงลิบลิ่วตลอดเวลาครั้ง
----------------------------------------------
(ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : ปลูกข้าวกินเอง โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ )



