ข่าว

'ธิดา'ขอย้ายนักโทษนปช.ตจว.อยู่คุกหลักสี่

'ธิดา'ขอย้ายนักโทษนปช.ตจว.อยู่คุกหลักสี่

19 ธ.ค. 2554

"ธิดา" เผยเตรียมประสานขอย้าย นักโทษ นปช. ต่างจังหวัดมาอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ ยธ.นำนักข่าวเยี่ยมชมแจงไม่ใช่คุกวีไอพีแค่มีห้องอาบน้ำ เผยต้องเลื่อนกำหนดเปิดเพราะซ่อมไม่ทัน ปัดตอบย้ายนักโทษกลุ่มใดเข้าคุมขัง

              19ธ.ค.2554 นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. เปิดเผยถึงการย้ายคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำต่างๆไปยังเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมตัวเลขอยู่ว่า ยังเหลือ นปช. ที่ถูกคุมหขังในเรือนจำกี่คน แต่เบื้องต้นในส่วน ของ กทม. มี 33 คน ซึ่งในนี้ไม่ได้รวมนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และล่าสุดได้รับพระราทานอภัยโทษ 3 คน ทำให้เหลือกอีก  30 คน

             ขณะที่ต่างจังหวัดน่าจะเหลืออีกประมาณ 40 คน ซึ่งตนจะประสานขอทำเรื่องให้ นปช. ทั้งหมดข้ามาอยู่ในเรือนจำชั่วราวที่หลักสี่ โดยเบื้องต้นมีที่ จ.มุกดาหาร และ จ. อุบลราชธานี ที่ได้ทำเรื่องขอย้ายมาที่หลักสี่แล้ว และคาดว่าน่าจะได้รับการอนุญาต  ส่วนที่จ.อุดรธานี และ จ. เชียงใหม่ขอตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

             "อย่างไรก็ตามเพิ่งทราบว่าว่าในวันที่ 21 ซึ่ง เดิมจะมีการย้ายที่คุมขัง  ขณะนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคยังไม่เรียบร้อย โดยวันที่ 20 ธ.ค.จะขอพบอธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกครั้งเพื่อหารือ อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนย้ายมาได้ก่อนปีใหม่   อย่างไรก็ตามเรือนจำยังคับแคบและไม่น่าจะเพียงพอต่อผู้ที่จะมาอยู่ดังนั้นน่าที่จะต่อเติมชั้นสองเพื่อให้รองรับผู้คุมขังให้เพียงพอด้วย"นางธิดากล่าว

 

ยธ.นำนักข่าวเยี่ยมชมแจงไม่ใช่คุกวีไอพีแค่มีห้องอาบน้ำ

             นายถิรชัย  วุฒิธรรม  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุชาติ  วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการเตรียมความพร้อมของเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ (โรงเรียนพลตำรวจบางเขน) โดยนายถิรชัย กล่าวว่า  อาจต้องเลื่อนการรับมอบพื้นที่ดังกล่าวจากเดิมกำหนดรับมอบพื้นที่ซึ่งอยู่ปรับปรุงว่าจะส่งมอบในวันที่ 18 ธ.ค. แต่เท่าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจต้องเลื่อนการส่งมอบสถานที่และการนำตัวผู้ต้องขังชุดแรกมาควบคุมยังเรือนจำดังกล่าวมาควบคุมตัวช่วงต้นปี 2555  ซึ่งเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากปัญหาอุทกภัย ทำให้การก่อสร้างติดขัด  ส่วนหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ต้องขังมาควบคุมที่เรือนจำดังกล่าวได้มีการตั้งคณะกรรมการ 3 คน ขึ้นมาทำหน้าที่โดยยึดรายละเอียดตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)   ดังนั้น จึงยังไม่สามารถระบุจำนวนและตัวบุคคลที่เข้าข่ายมาคุมขังได้
 
             นายถิรชัย  กล่าวอีกว่า เรือนจำแห่งนี้ไม่ได้เครื่องอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษ รวมถึงไม่มีห้องออกกำลังกาย มีเพียงห้องอาบน้ำและสุขาในห้องนอน รวมถึงลานกว้างแต่ละชั้นเท่านั้น  ส่วนการรักษาความปลอดภัยได้มีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแล จึงเชื่อว่าจะมีความปลอดภัยมากขึ้น

             ด้านพ.ต.อ.สุชาติ  ยืนยันว่าการปรับปรุงพื้นที่เป็นไปตามแบบร่างเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น  รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบเช่นเดียวกับผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วไป  โดยพื้นที่โถงกลางที่เว้นวางไว้จะถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่ให้ผู้ต้องขังสามารถเดินออกมาทำกิจกรรมได้บ้าง

             พ.ต.อ.สุรชาติ  มณีจักร  ผู้กำกับการ 3 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า  ผู้ต้องขังคดีการเมืองรายสุดท้ายที่ถูกควบคุมในเรือนจำแห่งนี้คือผู้ต้องขังคดีความมั่นคงจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และผู้ต้องขังต่างชาติรอการเนรเทศ  หลังจากได้ใช้เป็นสถานที่ควบคุมข้าราชการที่กระทำผิดวินัย  หลังจากนี้หากมีการนำตัวผู้ต้องขังจากเรือนจำเข้ามาควบคุมมากขึ้น อาจจะไม่นำผู้ที่กระทำผิดวินัยมาคุมขังอีก เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเรือนจำ  สำหรับกำลังเจ้าที่ที่จะส่งมาเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะมีวันละ 20 นาย  แต่สันติบาลจะรับผิดชอบพื้นที่รอบนอก ส่วนพื้นที่ด้านในจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเรือนจำชั่วคราวหลักสี่  ขึ้นตรงกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีนายวิเชาว์  สมัครธรรม  นักทัณฑวิทยาชำนาญการ เป็นหัวหน้าฝ่ายควบคุมเรือนจำ  โดยล่าสุดยังอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งานและอยู่ระหว่างปรับปรุงเพื้นที่  โดยมีเพียงพื้นที่ชั้น 1 เท่านั้นที่ปรับปรุงเสร็จแล้ว ส่วนชั้น 2-3ได้กั้นห้องและติดลูกกรง รวมถึงสุขาและห้องอาบน้ำแต่ละห้องเสร็จแล้ว   ส่วนชั้น 4 ยังไม่มีการกั้นห้องใด ๆ

 

ห้องน้ำ-ส้วมพิเศษในตัวพร้อมห้องออกกำลังกาย


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพห้องควบคุมภายในเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ มีความเป็นโปร่ง โอ่โถงกว่าเรือนจำปกติ เนื่องจากภายในมีการทาสีใหม่เป็นสีชมพูครีม ลูกกรงสีขาวแลดูสบายตา ห้องขังมีความกว้างขวางไม่แออัดเหมือนจำปกติ และที่พิเศษคือมีห้องอาบน้ำ และห้องสุขา แยกส่วนกัน โดยแบ่งซอยเป็นย่อยๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องขังแต่ละ โดยห้องสุขาจะเป็นห้องที่ปิดครึ่งตัวจำนวน 3-4 ห้อง นอกจากนี้ บริเวณห้องขังด้านหน้ายังมีการนำไม้ระแนงมาตกแต่งเพื่อบังตาไม่ให้คนภายนอกมองเห็นด้านใน

                ขณะที่เรือนจำอื่นๆ จะเป็นเรือนจำสีปูนซีเมนต์ ทำให้สภาพค่อนข้างทึบอึดอัด ลูกกรุงสีเหล็ก ส่วนห้องน้ำ และห้องสุขานั้น ผู้ต้องขังทุกคนจะต้องมาอาบน้ำรวมกัน ส่วนบริเวณดาดฟ้า ซึ่งเป็นลานโล่งก็มีแผนจะปรับปรุงเป็นห้องออกกำลังกายให้ผู้ต้องขังได้ยืดเส้นยืดสาย สำหรับในส่วนห้องเยี่ยมญาติชั้น 1 มีสภาพคล้ายเรือนจำปกติแต่ใหม่กว่า และมีกระจกกั้นระหว่างผู้ต้องขังกับญาติโดยจะให้พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับบริเวณด้านหน้า จะมีเก้าอี้โซฟาสำหรับให้ญาตินั่งรอก่อนที่จะเข้าเยี่ยม

                ส่วนบริเวณชั้น 1 ของอาคาร จะเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรควบคุม ห้องควบคุมสำหรับดูภาพความเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังจากกล้องวงจรปิด และห้องเยี่ยม ส่วนชั้น 2-3 จะเป็นส่วนของห้องขังที่มีการแบ่งเป็นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก โดยแต่ละชั้นจะควบคุมผู้ต้องขังได้ประมาณ 100 คน และที่แตกต่างจากเรือนจำปกติทั่วไปคือ เรือนจำปกติจะเก็บผู้ต้องขังเข้าเรือนนอนประมาณ 16.00 น.ทำให้ผู้ต้องขังไม่สามารถมองเห็นพระจันทร์ช่วงกลางคืน แต่เรือนจำหลักสี่จะมีหน้าต่างเป็นกระจกใสทั้งตึก ทำให้ผู้ต้องขังมองเห็นบรรยากาศภายนอกได้

                ทั้งนี้ บริเวณภายในเรือนจำจะเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่รับผิดชอบในการดูแลผู้ต้องขัง ส่วนพื้นที่รอบนอกจะเป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาล สำหรับป้ายด้านหน้าติดข้อความว่า สถานที่ควบคุมพิเศษกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งกรมราชทัณฑ์เตรียมที่จะเปลี่ยนข้อความใหม่แทนป้ายเดิมว่า เรือนจำชั่วคราวหลักสี่

                อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าหลังการก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่แล้วเสร็จ และมีการส่งมอบให้กรมราชทัณฑ์แล้ว จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ ใดเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขณะนี้มีเพียงการติดตั้งกล้องวงจรปิดเท่านั้น โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ม.ค. 55