
'นพดล'โต้'ชวนนท์'เลิกดูถูกคนอื่นโง่
"นพดล" โต้ "ชวนนท์" ให้เลิกดูถูกคนอื่นโง่ เหน็บไม่เคยถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัย "มาร์ค" จี้นายกฯแสดงท่าทีต่อการคืนพาสปอร์ต"แม้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นวันที่ 19 ธ.ค.ฝ่ายประชาสัมพันธ์พรรคเพื่อไทยส่งอีเมลแถลงข่าวของของนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ตอบโต้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่นายชวนนท์ ระบุตัวเขาอาจไม่แกล้งโง่ในเรื่องข้อกฎหมายเรื่องการเพิกถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท .ทักษิณ โดยจดหมายระบุว่า ตนยังยืนยันว่า นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ เพิกถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท. ทักษิณโดยไม่เป็นธรรมเพราะมีการเลือกปฏิบัติ การที่นายชวนนท์อ้างว่าเพิกถอน พาสปอร์ต พ.ต.ท .ทักษิณ เพราะได้สร้างความเสียหายต่อประเทศนั้น มันเป็นเพียงความคิดของนายกษิตและพรรคประชาธิปัตย์ แต่คนอื่นไม่คิดแบบนั้น อย่างน้อยคนกว่า 15 ล้านคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยไม่คิดแบบพรรคประชาธิปัตย์ และนายกษิต ก็เคยทำเอกสารเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า พ.ต.ท. ทักษิณเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ซึ่งเป็นการใส่ร้าย พ.ต.ท. ทักษิณอย่างไม่เป็นธรรม
นายนพดลกล่าวว่า เพราะตนเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์แข่งเลือกตั้ง แต่แพ้พรรคฝ่าย พ.ต.ท. ทักษิณทุกครั้ง ดังนั้นเราจึงเห็นว่าการเพิกถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท. ทักษิณจึงเป็นการกระทำที่เลือกปฎิบัติ และเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ผมไม่แปลกใจในพฤติกรรมที่ดูถูกดูแคลนคนอื่นของนายชวนนท์ และสรุปว่าคนที่ตีความกฎหมายต่างจากตนว่าเป็นคนไม่รู้กฎหมายหรือโง่ อยากถามว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์แจก สปก 4-01ให้เศรษฐี ทั้งๆที่ศาลและนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามไม่เห็นด้วย ถือว่าคนอื่นโง่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ ฉลาดคนเดียวหรืออย่างไร และถ้าฉลาด ทำไมศาลตีความว่าการแจก สปก.ให้เศรษฐีถือว่าผิดกฎหมาย เลิกเถอะที่จะดูถูกดูแคลนคนอื่นที่เห็นต่างจากตนทางกฎหมายว่าเป็นคนโง่
"คุณชวนนท์จะดูถูกคนอื่นหรือสงสัยว่าผมจบออกซ์ฟอร์ดหรือไม่อย่างไรก็ทำไปเถอะครับ เพราะเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ผมอยากจะบอกว่าผมไม่เคยถูกให้ออกหรือรีไทร์จากมหาวิทยาลัย" นายนพดลกล่าว
"มาร์ค"จี้นายกฯแสดงท่าทีต่อการคืนพาสปอร์ต"แม้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการ ฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์ บลูสกายทีวีถึงกรณีการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า สถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่แค่เรื่องว่าใครจะมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ เพราะปกดิเสธไม่ได้ว่าเขาถูกศาลตัดสินให้ถูกจำคุกแล้ว แล้วก็เมื่อศาลตัดสินให้ถูกจำคุกแล้วหลบหนีไปก็เป็นผู้หลบหนีคดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงก็ตามคำถามก็คือว่ามีรัฐไหนบ้างที่ต้องอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ที่กำลังหนีคดีจากการตัดสินที่เป็นคำพิพากษาของรัฐของตนเองด้วย
ส่วนกรนี่ที่นายนพดลระบุพ.ต.ท.ทักษิณไม่รู้เรื่องนี้เลยนั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่าถ้าไม่รู้เรื่องแล้วใครเป็นคนไปขอหนังสือเดินทาง พราะฉะนั้นทั้งหมดชี้ให้เห็นถึงความมีพิรุธ และก็ในที่สุดก็เหมือนกับมีการยอมรับกลาย ๆ ละเราก็จะดูว่าเรื่องนี้จะดำเนินการในทางกฎหมายอย่างไรก็ต่อไป
ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนก็ก็เข้าใจที่เรื่องราวมันเยอะ นายกฯคงจะ สามารถเข้าไปทราบทุกเรื่องได้ แต่ว่าเรื่องซึ่งกลายเป็นความสนใจของสังคม วันที่ 19 ธ.ค.นี้ที่สื่อไปถามก็อาจจะบอกไม่รู้ แต่ว่าพอมีประเด็นขึ้นมาแล้ว ปฏิเสธความไม่รู้ไม่ได้ เมื่อปฏิเสธความไม่รู้ไม่ได้ เมื่อปฏิเสธความไม่รู้ไม่ได้ ก็ต้องถามต่อว่าแล้วมีความคิดความเห็นอะไรอย่างไร นายกต้องบอกมาว่าจะไปแก้ไขหรือไม่ นายกฯเป็นผู้บัญคับบัญชาของทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องแสดงจุดยืนออกมาว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ตัดสินไปไปอย่างนี้แล้ว จะเอาอย่างไร เพราะฉะนั้นก็ต้องไล่ดูกันไป ก็ความรับผิดชอบก็จะไล่กันไปเป็นทอด ๆ



