
'โฆษกปชป.' จี้รบ.ทบทวนค่าแรง300บาท
'โฆษกปชป.' จี้ รบ. ทบทวนค่าแรง 300 บาท โวย 'นพดล' บิดเบือนข้อเท็จจริงกรณีคืนพาสปอร์ตแม้ว พร้อมอัด 'รมว.กต.'เสียศักดิ์ศรี ไม่คิดถึงประเทศชาติ
19 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่สภาอุตสาหกรรมประเทศไทยเตรียมที่จะยื่นฟ้องศาลปกครองเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทว่า ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่น่าเสียใจที่เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้ขาสดการประสานงานกับภาคเอกชนถึงขนาดที่จะมีการฟ้องร้องในศาลปกครอง ตนเห็นว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เหมือนกับรู้จักสมาคมการค้าและสภาอุตฯต่างๆเป็นอย่างดี แต่ทำไม่ถึงเกิดเหตุการณ์ฟ้องร้องขึ้นอย่างนี้ ตนเชื่อว่า ท่านไม่ฟังข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้เป็นอย่างไร ดึงดันที่จะดำเนินการตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยขาดการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ และการเดินหน้าค่าแรง 300 บาท แต่จะดำเนินการในเดือนเม.ย. ทั้งที่ในขณะนี้ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก และภาคเอกชนก็ต้องคำนึงว่า การจะเปิดบริษัทหรือเข้ามาลงทุนเพิ่มในประเทศไทยหลังเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมผ่านพ้นไป
“เพราะฉะนั้นตนคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ การที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้จ่ายค่าแรง 300 บาท ให้กับแรงงานที่ตกงานในขณะนี้ทุกคน และนำแรงงานเหล่านี้เข้ามาฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมาสู่สภาวะปกโดยเร็ว เพราะจะทำให้แก้ปัญหาคนตกงานได้และฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมารองรับภาคบริการ ท่องเที่ยวได้เร็วมากขึ้น และบริษัทห้างร้านใดยังไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าแรง 300 บาท รัฐบาลก็ควรที่จะเข้าไปอุดหนุนค่าแรงส่วนหนึ่ง เพราะท่านได้มีการสัญญากับประชาชนไว้ก็ต้องดำเนินการไปตามนโยบาย แต่เมื่อสถานการณ์มันผิดปกติรัฐบาลก็ควรเข้าไปอุดหนุนบริษัทที่มีปัญหา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลคิดได้ แต่ขณะนี้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่คิด ไม่คิดที่จะทำ ยืนกระต่ายขาเดียวตามที่นโยบายที่หาเสียงไว้ โดยขาดความรับผิดชอบ ขาดการมองการไกลว่า อนาคตจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือทั้งในส่วนของลูกจ้าง และผู้ประกอบการไปพร้อมๆกัน” นายชวนนท์กล่าว
"ชวนนท์" โวย “นพดล” บิดเบือนข้อเท็จจริงกรณีคืนพาสปอร์ตแม้ว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว พ..ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยต่างอออกมาตอบโต้กรณีการคืนหนังสือเดินทางให้กับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตนรู้สึกแปลกใจในตัวของ อดีต รมว.ต่างประเทศ เพราะหลายๆครั้งที่นายนพดลพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้สังคมเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ นายนพดลอาจจะแกล้งโง่ แต่จากการแถลงข่าวของนายนพดลในวานนี้ นายนพดลอาจจะไม่ได้แกล้ง เพราะว่าในหลายประเด็นที่ตนจะจับผิดคือ 1.การโกหกประชาชนว่า พ.ต.ท.ท.ทักษิณ ไม่รู้เรื่องการดำเนินการคืนหนังสือเดินทางและไม่ได้ยื่นคำร้องใดๆ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศพูดชัดว่าวันที่ 25 ต.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยื่นคำร้องที่สถานทูตกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งนายนพดลไม่ได้ชี้แจงในประเด็นนี้และพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง 2.นายนพพดลพยายามจะนำกรณีดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับกรณีของนายวัฒนา อัศวเหมและนายสมชาย คุณปลื้ม ว่าในช่วงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ไปเพิกถอนหนังสือเดินทาง
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ตนพูดชัดหลายครั้งว่า เราเพิกถอน พ.ต.ท.ทักษิณตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศมาตรา 23(7) ที่ระบุว่า การเดินทางอยู่ในต่างประเทศของบุคคลหนึ่งแล้วสร้างความเสียหายให้กับประเทศ แล้วนายวัฒนาและนายสมชายมีสถานะอย่างนั้นหรือไม่ และในทางตรงกันข้ามขณะนี้คุณไปออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ เราต้องกลับไปดูมาตรา 21ทั้ง 4 วงเล็บ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ขัดเกือบทุกวงเล็บเพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็ต้องออกหนังสือเดินทางใหม่ให้กับนายวัฒนาและนายสมชายด้วย 3.มีการพยายามออกมาระบุว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณใช้หนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกรไม่มีความจำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางของประเทศไทย แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะมาเดือดร้อนทำไม ตนอยากบอกว่า นายนพดลฟังความเข้าใจและตีความไม่แตก ซึ่งตนไม่สนใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะถือหนังสือเดินทางกี่เล่มและเป็นเรื่องดีที่จะได้ไม่ต้องมารบกวนประเทศไทย เพราะสิ่งที่พูดไม่ได้พูดถึงจำนวนหนังสือเดินทางแต่ หนังสือเดินทางฉบับไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดระเบียบและผิดกฎหมาย ได้สิทธิ์เหนือคนอื่น เป็นสองมาตรฐานที่ พ.ต.ท.ได้รับสิทธิ์เหนือผู้อื่น
4.การนำคำสั่งศาลฎีกามาอ้าง ซึ่งผู้แทนศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก็ระบุชัดเจนว่า ได้มีการแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศถึงสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มิให้เดินทางออกนอกประเทศ และนายนพดลกลับมาพูดว่า ศาลไม่มีหน้าที่ออกหนังสือเดินทางให้กับใคร แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อศาลแจ้งสถานะของบุคคลนั้นไปแล้วกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องดูว่า สถานะของบุคคลนั้นผิดระเบียบว่าหรือไม่ ศาลพูดชัดว่าการกระทำของกระทรวงการต่างประเทศขัดกับหลักระเบียบกระทรวงการต่างประเทศเอง
“ซึ่ง นายนพดล ยังมีหน้านำคำสั่งศาลมาอ้าง ตนอยากถามว่านายนพดลจบกฎหมายอ็อกซ์ฟอร์ดมาจริงๆหรอ แค่นี้ยังอ่านกฎหมายไม่เป็น เมื่อก่อนคิดว่าแกล้งโง่ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้วว้านายนพดลไม่ได้แกล้ง จะได้ไม่มาปล่อยไก่และโกหกประชาชนในลักษณะนี้อีก ที่สำคัญมากกว่านั้นคือ อยากจะพูดถึงนายนพดล รมว.ต่างประเทศและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทราบว่า นอกจากจะทำผิดระเบียบกระทรวงการต่างประเทศชัดเจนแล้ว หนังสือที่ส่งมาจากศาลฎีกาก็ยืนยันชัดถึงสถานะของพ.ต.ท.ทักษิณและหมายจับของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มี และในช่วงที่ผมทำงานอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการส่งหมายจับกุมตัวชั่วคราว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปยัง หลายประเทศ เพราะฉะนั้นหมายจับชั่วคราวก็จะเป็นหนังสืออีกฉบับที่จะยืนยันสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ และขณะนี้หนังสือฉบับนี้ก็อยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ตนอยากจะให้รีบทำลาย ก่อนที่จะมีผู้หวังดีส่งให้ตนในวันนี้ เพราะเมื่อหนังสือฉบับนี้ถึงมือตนก็จะเป็นยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศทราบดีถึงสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ” นายชวนนท์กล่าว
ส่วนการที่ นพ.เหวง พยายามออกมามีบทบาทในเรื่องการดังกล่าว โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้กฎระเบียบกระทรวงต่างประเทศข้อ 23(7) เพื่อเพิกถอนหนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทำไมรัฐบาลชุดที่แล้วไม่พูดถึงมาตรา 21 ที่นายชวนนท์นำมาอ้างในขณะนี้ ว่า ตนอยากเรียนนพ.เหวงว่า ท่านไม่รู้เรื่องนี้ก็ไม่ต้องออกมาพูดทุกเรื่องก็ได้ เดียวจะเสียมวลชนท่าน เพราะตนพูดถึงเรื่องการเพิกถอนแต่มาตรา 21 เป็นมาตราสำหรับการดูเงื่อนไขในการการปฏิเสธหรือยับยั้งการออกหนังสือเดินทางฉบับใหม่ ทั้งนี้การจะออกมาช่วยนายใหญ่ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีกว่านี้ มันน่าอายและเสียศักดิ์ศรีตัวเองไปเปล่าๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพร้อมพงษ์ออกมาท้าให้พรรคประชาธิปัตย์ฟ้องและจะได้ฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จ นายชวนนท์ตอบว่า ขอให้นายพร้อมพงษ์ไปศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่า เราจะฟ้องเท็จหรือไม่ อย่าเอาแต่แถลงข่าวไปวันๆ และขอให้ใช้เวลาหาประสบการณ์ชีวิตบ้าง ทั้งนี้มั่นใจว่า จะดำเนินการฟ้องได้ในเร็วๆนี้เพราะฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ซึ่งนายสุรพงษ์ไม่ต้องกังวลได้เข้าคุกแน่
“ปชป” อัด “รมว.กต.”เสียศักดิ์ศรี ไม่คิดถึงประเทศชาติ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาว่า หลังจากทหารกัมพูชายิงเฮลิคอร์ปเตอร์ของทหารไทยขณะกำลังบินไปส่งเสบียง ตนคิดว่าเรื่องนี้มีความน่าเป็นห่วงมากเพราะนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกลุ รมว.ต่างประเทศทำงานโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ของชาติ แต่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว และตนก็เห็นหน้ามุ่ย เสียบุคลิกไปหมดแล้ว เหมือนกับว่า คนที่ทิ้งระเบิดพลีชีพตัวเอง ตายเป็นตายและก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อาจจะไปอยู่ในคุกหรือเปล่า
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า การที่ทหารมายิงเฮลิคอร์ปเตอร์ของทหารไทยบริเวณหลักมุดที่ 71-72 บริเวณจังหวัดตราด พื้นที่จุดนั้นยังเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยและกัมพูชายังตกลงตำแหน่งของหลักหมุดที่ถูกต้องไม่ได้ พื้นที่จุดนั้นมีทหารทั้งสองฝ่ายประจำการอยู่ และมีการส่งเสบียงอยู่เป็นประจำ ซึ่งทหารกัมพูชาก็รับเสบียงจากทหารไทยเช่นเดียวกัน แต่จากการที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเฮลิคอร์ปเตอร์นั้น ความสำคัญในเรื่องนี้คือ ในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่ทำหลักเขตไม่เสร็จ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมกัมพูชา ก็ออกมาระบุว่า ทหารกัมพูชายิงเพราะเฮลิคอปเตอร์ของทหารไทยลุกล้ำเขตแดนกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประท้วงจากกระทรวงการต่างประเทศและนายสุพรงษ์ก็อ้างว่า ไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้รับรายงานเป็นเหตุเล็กน้อย
“ท่านทำอย่างนี้ คำพูด พล.อ.เตีย บัน จะถูกบันทึกไว้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของกัมพูชาเพราะกัมพูชายิงปืนใส่ฝ่ายไทย และไทยไม่มีการประท้วง เมื่อมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา(เจบีซี) หากหลักมุด 2 จุดนี้เข้าการประชุมเมื่อไหร่ ประเด็นข้อกล่าวอ้างของพล.อ.เตีย บันก็จะถูกหยิบยกเข้าไปในการประชุมว่า รัฐบาลทหารไทยได้ยอมรับแล้ว ว่าตรงจุดนั้นเป็นของกัมพูชา ตนไม่คิดว่าท่านจะเลวถึงขนาดยกดินแดนให้กัมพูชา แต่ตนคิดว่าท่านไร้ความสามารถและศักดิ์ศรี ไม่มีความเหมาะสมใดๆเลยที่จะมาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ และถ้าท่านทำให้เราเสียท่าทีในการเจรจากับกัมพูชาในอนาคต ตนคิดว่าท่านไม่มีอะไรจะมารับผิดชอบได้ จึงอยากจะให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการประท้วงกัมพูชาโดยเร็ว แม้นายสุรพงษ์จะไม่มีคำสั่งเพื่อรักษาสิทธิและดินแดน รวมไปถึงผลประโยชน์ของคนไทย” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ
“โฆษก ปชป.”ชี้แผนบันได้ 9 ขั้น ฝีมือรัฐบาลทำตัวเองทั้งนั้น
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า มีขบวนการดำเนินการตามแผน 9 ข้อเพื่อล้มรัฐบาลว่า ตนคิดว่า 9 ข้อที่จะล้มรัฐบาลได้อาจจะแตกต่างจากนายพร้อมพงษ์พูด ข้อที่ 1.การดิสเครดิตรัฐบาลทุกรูปแบบ ข้อเท็จจริงคือ รัฐบาลดิสเครดิตตัวเองอย่างต่อเนื่องและทุกรูปแบบ 2.รัฐบาลสร้างประเด็นความขัดแย้งต่อเนื่องให้เกิดขึ้นในสังคม 3.รัฐบาลใช้อำนาจเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตัวเองโดยละทิ้งปัญหาของพี่น้องประชาชน เช่น ปัญหาน้ำท่วม เศรษฐกิจ 4.การปลุกปั่นข้าราชการ ข้อเท็จจริงก็คือ ข้าราชการจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลที่ใช้อำนาจอย่างมาชอบธรรม ลุแก่อำนาจ ทำความผิดและพยายามโยนความผิดให้กับข้าราชการผู้ปฏิบัติ 5.ท่านพูดว่าจะมีกลุ่มมวลชนออกมาขัดขวางการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แต่ตนคิดว่าข้อเท็จจริง รัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชนอาทิเช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาย โครงการรับจำนำข้าว และโครงการประชานิยมอื่นๆ และรัฐบาลยังดำเนินการนโยบายที่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของประชาชน นำเสียง 15 ล้านเสียงมาอ้างเรื่องการคืนหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 6.มีการระบุว่า จะมีการสร้างมวลชนไปกดดันการทำงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตนคิดว่า นายกฯคนนี้ไม่จำเป็นต้องไปกดดัน เพราะทุกวันนี้ท่านก็กดดันตัวเองจะแย่อยู่แล้ว เพราะกดดันตัวเองจนไม่สามรถทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามที่มีการได้รับปากไว้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังของการรัฐบาลชุดนี้ 7.มีการพยายามระบุว่า จะมีการใช้กลุ่มโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก วิทยุชุมชน เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ตนยืนยันว่า ข้อเท็จจริงก็คือ กลุ่มโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กเริ่มทนเห็นพฤติกรรมการทำงานของรัฐบาลไม่ไหว ที่ลุแก่อำนาจ ทำเพื่อคนๆเดียวไม่ได้ จึงเริ่มมีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านระบบโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอย่างเข้มข้น ซึ่งทำให้รัฐบาลเองทนไม่ได้ ที่ถูกเปิดโปงข้อมูล ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง
8.รัฐบาล ระบุว่า จะมีการพยายามปลุกกระแสสร้างความขัดแย้งกับผู้นำกองทัพ ตนคิดว่า เรื่องนี้ใกล้เคียงเพราะมีการเปิดประเด็นการแก้พ.ร.บ.กลาโหมจากพวกท่านเอง ซึ่งก็เป็นอีกกรณีที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังรัฐบาลนี้อย่างที่ท่านพูด แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกท่าน 9.มีการบอกว่าจะมีการสร้างสถานการณ์เพื่อปลุกม็อบมาชนม็อบ ตนคิดว่า ที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ปลุกปั่นมวลชน สร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้งก็มีแต่พวกม็อบที่สนับสนุนท่านทั้งนั้น ท่านเคยเห็นสีอื่นหรือไม่ มีแต่สีแดงทั้งนั้น
“เพราะฉะนั้น 9 ข้อที่พูดมา มันจะจะเกิดขึ้นจริงโดยฝีมือของท่านทั้งนั้น เป็น 9ข้อที่พวกท่านพูดถูก แต่ท่านลืมมองกระจกว่า คนที่ทำก็เป็นกลุ่มรัฐบาลและกลุ่มที่สนับสนุนท่านเอง และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนกลุ่มมวลชนที่จะล้มรัฐบาลอย่างแน่นอน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



