
'นายกฯ'เมินคนวางระเบิดเป็น'เสื้อแดง'
'ยิ่งลักษณ์' ปัดผู้ต้องหาวางระเบิด 3 จุด เป็น 'เสื้อแดง' ชี้การสืบสวนยังไม่สิ้นสุด ลั่นใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี ปัดไม่ทราบบันได 9 ขั้นล้ม 'รัฐ' ยันข่าวกรองยังไม่รายงานป่วนปีใหม่ เผยให้ 'กต.' ส่งสาส์นแสดงความเสียใจเกาหลีเหนือ
19 ธ.ค.54 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกรณีที่มีการระบุว่า นายจิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาในคดีวางระเบิด 3 จุดในกทม. สารภาพว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่พอใจหลังหมดการเคลื่อนไหวเนื่องจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ดูแลว่า เรื่องนี้ตนเองได้ติดตามแต่ยังไม่สิ้นสุดขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสืบสวนต่อเพื่อหาต้นทางให้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครกระทำความผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นสัญญาณหรือไม่ว่า รัฐบาลไม่สามารถคุมคนเสื้อแดงได้แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้มีข้อสรุปการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน วันนี้พูดเร็วเกินไปอาจจะไม่ดี อย่างที่เรียนทุกอย่างไม่ว่า ใครก็ตามถ้าหากทำผิดกฎหมาย เราจำเป็นต้องดำเนินคดี
'ยิ่งลักษณ์'ปัดไม่ทราบบันได 9 ขั้น ล้ม'รัฐ'
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า วันนี้ได้สั่งการในครม.เพิ่มเติม โดยกำชับให้ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในช่วงวันหยุด
เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าจะมีความรุนแรงในช่วงปีใหม่ นายกฯ กล่าวว่า จากการติดตามก็ห่วง แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ประมาท เพราะจาก 2 จุดที่เจอมาจากการทำงานในเชิงรุกทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาเจอจุดที่วางระเบิด เรียกว่าไม่ประมาท ขณะเดียวกันจะให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด และมีทีมคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ถามว่ามีมาตรการดูแลในช่วงปีใหม่อย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มาตรการเรื่องความมั่นคงขออนุญาตไม่พูดในรายละเอียด เพราะเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่จะติดตามข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น การเตือนการระมัดระวังต่างๆ และการเข้าไปดูแลทุกพื้นที่
ต่อข้อถามที่ว่าฝ่ายข่าวได้รายงานว่ามีการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีความคืบหน้ามาก เท่าที่สื่อมวลชนรับทราบเท่ากัน ส่วนกลุ่มที่เคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับการจ้องล้มรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยังไม่ถึงขนาดนั้น ยังไม่ไปขั้นนั้น”
เมื่อถามถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาพูดเรื่องกระบวนการจ้องล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของเราต่อให้ดีที่สุด ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีกว่า ทั้งนี้นายกฯยังบอกว่าไม่ทราบแผน เมื่อสื่อถามว่า มีแผนบันได 9 ขั้นด้วย
เมื่อถามย้ำว่าคิดว่า มีกระบวนการเหล่านี้จริงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วอยากจะขอความร่วมมือ เพราะประเทศบอบช้ำไปมากแล้ว วันนี้ประชาชนเพิ่งหายเศร้าจากน้ำท่วม และมาเจอเรื่องนี้ อยากให้ช่วยกันฟื้นความมั่นใจของคนไทย และอยากให้มองไปข้างหน้า ช่วยกันที่จะทำให้ประเทศชาติอยู่ในความสงบ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจดีกว่า
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เข้ามาบริหารประเทศ จะไม่มีใครสามารถล้มรัฐบาลได้ในช่วงนี้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่สามารถพูดคำนี้ แต่ตราบใดที่เราดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตย เชื่อมั่นว่ากลไกของระบอบประชาธิปไตยที่มาจากภาคประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เราต้องพยายามทำหน้าที่ของเราดูแลความทุกข์สุข รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และปัญหาต่างๆในภาพรวม
ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงสถานการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเต็มที่
'นายกฯ'ส่งสาส์นแสดงความเสียใจเกาหลีเหนือ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการอสัญกรรมของนายคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือว่า ขณะนี้ได้มอบให้กระทรวงการต่างประเทศส่งสาส์นแสดงความเสียใจ
'ปู'ห่วงน้ำท่วมใต้สั่ง'ศปภ.'บูรณาการงานช่วยเหลือ
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ในการประชุมดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ปรารถกับที่ประชุมต่อประเด็นการอนุมัติงบประมาณเพื่อไปดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่จากภัยน้ำท่วม ที่ครม. มีมติอนุมัติจำนวนกว่า 2หมื่นล้านบาท ที่ขณะนี้พบว่าหน่วยงานในพื้นที่ยังไม่ได้รับงบประมาณเพื่อลงไปดำเนินการในพื้นที่ และเกรงว่าการทำงานจะล่าช้า จึงให้สำนักงบประมาณ พิจารณาในรายละเอียด โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการอนุมัติงบ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่ต้องนำงบไปซ่อมถนน จึงขอให้กระทรวงได้เตรียมความพร้อมหาผู้รับเหมาไว้รอเมื่อเม็ดเงินไป จะได้สามารถเดินหน้าทำงานได้ทันที
สำหรับประเด็นปัญหาขยะและกระสอบทรายขนาดยักษ์ (บิ๊กแบ็ก) ที่พบว่าขณะนี้กลายเป็นปัญหา นายกฯได้ระบุว่าขอให้หน่วยงานเร่งกำจัด เพราะเกรงว่าเมื่อประชาชนได้พบเห็นจะนึกถึงภัยน้ำท่วมที่เคยเกิดขึ้น เบื้องต้นนั้นได้มอบหมายให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการรวมถึงหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดเก็บกระสอบทราย เบื้องต้นทราบว่ามีหลายหน่วยงานที่ต้องการทรายไปถมที่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งชิงจึงได้ให้นายยงยุทธไปพิจารณา
“ที่ประชุมครม.ได้ถกเถียงประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง โดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า กระสอบทรายนั้นเป็นคุรุภัณฑ์ หากจะให้ใครก็คำนึงถึงระเบียบราชการ แต่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทักท้วงว่ากระสอบทรายดังกล่าวเป็นวัสดุสิ้นเปลืองสามารถมอบให้หน่วยงานที่ต้องการได้ ทั้งนี้ที่ประชุมได้พูดถึงตัวเลขที่จะใช้การเก็บกู้บิ๊กแบ๊กว่า จะใช้งบสูงถึง 7-8 แสนบาท นอกจากนั้นแล้วยังมีปัญหาขยะ ที่นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ กระทรวงทรัพย์ฯ ไปบูรณาการทำงานแก้ไขปัญหาด้วย” นางฐิติมา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่าสำหรับปัญหาคนตกงานในขณะนี้ครม.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ ไปดูแลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นที่ประชุมได้ให้กระทรวงแรงงานเข้าไปสอนงานให้กับผู้ที่ตกงาน ในสายของการซ่อมแซมบ้าน เพราะขณะนี้ทราบว่าธุรกิจรับซ่อมบ้านขาดแคลนแรงงานในส่วนดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลเตรียมจัดงานมหกรรมขายเฟอร์นิเจอร์ ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการขายเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ให้ลดราคาเฟอร์นิเจอร์, ของตกแต่งบ้านในราคาถูกด้วย
นางฐิติมา กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับพายุโซนร้อนวาชิ ที่เกิดขึ้นบนเกาะมินนาเดา ประเทศฟิลิปินส์นั้น นายกฯ ได้ระบุให้กรมชลประทาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการแก้ไขปัญหารวมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ศปภ.) เพื่อให้ลดระดับความรุนแรงลงด้วย ส่วนแนวทางที่รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือประเทศฟิลิปินส์นั้นได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ เข้าไปพิจารณาก่อนนำเสนอ ครม.ในการประชุมครั้งหน้า



