
ศาลห้ามประกันตัว'กี้ร์'หวั่นหนีอีก
"อริสมันต์" นอนคุกต่อ ศาลอาญายกคำขอประกันตัว ชี้พฤติการณ์แนวคิดการเมืองฮารด์คอร์ แถมไร้พยานยืนยันหากปล่อยตัวแล้วจะไม่หลบหนีอีก ทนายเตรียมขอประกันอีกครั้งก่อนปีใหม่
ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. ศาลอ่านคำสั่งขอปล่อยชั่วคราว ที่นายอริสมันต์ หรือ กี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 47 ปี แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งได้ยื่นคำร้องครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 ล้านบาท ที่มี น.ส.ศันสนีย์ นวลสนิท เป็นนายประกัน และคำร้องขอประกันตัว คดีหมิ่นประมาท หมายเลขคดีดำ อ.4177/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี และคดีหมายเลขคดีดำ อ.1463/2553 ที่พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ที่นางระพิพรรณ พงษ์เรืองรอง อายุ 38 ปี ภรรยานายอริสมันต์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ใช้ตำแหน่ง ส.ส. มูลค่า 1,350,600 บาท เป็นหลักทรัพย์ โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของจำเลยในชั้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.135/1 และ 135/2 ซึ่งมีโทษสูงสุดให้ประหารชีวิต ถือว่าเป็นข้อหาร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
ประกอบกับจำเลยยอมรับในชั้นไต่สวนว่า ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองจำเลยได้กล่าวว่า "เหตุผลของการชุมนุมต่อสู้กับอำมาตย์จะต่อสู้กับพวกกองทัพที่รับใช้อำมาตย์มาทำการปฏิวัติ เราต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง ด้วยสโลแกน ALL FOR ONE รวมใจเป็นหนึ่งล้มอำมาตย์ พี่น้องนัดกันคราวหน้าถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก นำขวดแก้วมาคนละใบแล้วเติมน้ำมันเอาข้างหน้าบรรจุให้ได้ 75 ซีซี - 1 ลิตร ถ้าเรามา 1 ล้านคน ในกรุงเทพ ฯ จะมีน้ำมัน 1 ล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน การต่อสู้ของคนเสื้อแดงแบบง่ายๆอย่างนี้ บอกให้ทหารได้รับทราบ บอกให้ทหารสุนัขรับใช้อำมาตย์ได้รู้ว่า ถ้าคุณทำร้ายคนเสื้อแดงแม้เลือดแต่หยดเดียวนั่นหมายความว่ากรุงเทพษจะเป็นทะเลเพลิงทันที" ส่วนต่างจังหวัดนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้บอกแล้วให้รอฟังข่าวว่า "พี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดไม่มาไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทันทีให้รวมตัวกันที่ศาลากลาง ไม่ต้องรอเงื่อนไข จัดการให้ราบพนาสูญ"
คำเบิกความของจำเลยดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความคิดและเป้าหมายทางการเมืองที่มีลักษณะค่อนข้างรุนแรงพอสมควร ดังนั้น ทางนำสืบของจำเลยจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่า หากศาลอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดีแล้วจำเลยจะไม่กระทำการใด ๆ ที่ร้ายแรงในลักษณะทำนองเดียวกันอีก
ขณะที่ยังได้ความจากคำร้องที่จำเลยยื่นและคำเบิกความอีกว่า เหตุที่จำเลยต้องหลบหนีตลอดมาและเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานหลังเกิดเหตุเป็นเวลานาน เนื่องจากในระหว่างและหลังจากวันที่มีการสลายการชุมนุมตามฟ้อง จำเลยกับพวกซึ่งเป็นผู้ชุมนุมทางการเมืองและมีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาลในขณะนั้น ได้ถูกข่มขู่คุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐตลอดเวลา และมีพวกของจำเลยถูกยิงจนถึงแก่ความตายหลายรายในหลายจังหวัด รวมทั้งพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ด้วย ซึ่งจำเลย กับนายจตุพร และพล.ต.ขัตติยะ เป็นบุคคลที่อยู่ในเป้าหมายการล่าสังหาร จำเลยจึงต้องหลบหนีซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยในชีวิต โดยหลังเกิดเหตุจำเลยพยายามจะขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานหลายครั้งเพื่อต่อสู้คดีแต่มีคนขอร้องให้ชะลอการมอบตัวไปก่อนเนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
แต่เมื่อมีการเลือกตั้งและบ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว จำเลยจึงเข้ามอบตัวกับเจ้าพนักงานเพื่อต่อสู้คดี แต่ในการไต่สวนนั้นจำเลยไม่มีพยานบุคคล หรือพยานหลักฐานอื่นๆ ที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอมาสนับสนุนให้เชื่อได้ว่า ข้อเท็จจริงต่างๆ เป็นจริงดังที่จำเลยอ้าง ประกอบกับไม่ปรากฏว่านายจตุพรกับพวกรวม 23 คนซึ่งเป็นพวกของจำเลยที่โจทก์บรรยายไว้ในฟ้อง ที่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ จนกระทั่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเวลาต่อมา ได้ถูกฆ่าตายอย่างพล.ต.ขัตติยะอีกแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่บุคคลดังกล่าวต่างก็อยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานเป็นเวลานาน ดังนั้นข้อเท็จจริงต่างๆที่จำเลยอ้างในคำร้องและเบิกความจึงยังมีข้อน่าสงสัยอยู่อย่างมาก
นอกจากนี้จำเลยมีแค่ตัวจำเลยและนางระพิพรรณภรรยาพยานจำเลยเท่านั้นที่มาเบิกความและให้ถ้อยคำต่อศาลว่าหากจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้วจำเลยจะไม่หลบหนีระหว่างการพิจารณาของศาลอีก โดยที่ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่สมควรเหมาะสมน่าเชื่อถืออย่างสูงเพียงพอมาสนับสนุนยืนยันประกอบด้วยแต่อย่างใด ทางนำสืบของจำเลยที่กระทำมาจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่าหากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีแล้วจำเลยจะไม่หลบหนีอีก
ดังนั้นศาลเห็นว่าในชั้นนี้ คดียังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการฟังคำสั่งมีนางระพิพรรณนางดารณี กฤตบุญญาลัย แนวร่วมเสื้อแดง พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงเกือบ 200 คน มาให้กำลังใจจนเต็มห้องพิจารณา โดยก่อนฟังคำสั่งศาลนายอริสมันต์มีสีหน้ายิ้มแย้ม ชูกำปั้นทักทายกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาตลอดทาง แต่ภายหลังฟังคำสั่งศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวแล้วนายอริสมันต์ มีสีหน้าผิดหวังและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวขึ้นรถเรือนจำกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที
ด้านนางระพิพรรณกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่สามีไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแต่ก็พร้อมที่จะยอมรับคำตัดสินของศาล หลังจากนี้จะหารือกับทนายความเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยตัวอีกครั้ง พร้อมย้ำว่านายอริสมันต์ ไม่เคยคิดที่จะหลบหนีและมามอบตัวต่อศาลด้วยตนเอง ทั้งนี้หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากศาลต่อไป โดยคิดว่านายอริสมันต์ คงไม่ถูกคุมขังนานถึง 6 เดือนหรือ 1 ปี
ด้านนายศุภชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ทนายความนายอริสมันต์ กล่าวว่า การยื่นคำร้องขอปล่อยตัวนายอริสมันต์ครั้งที่ 3 สามารถ ทำได้ทั้งการยื่นต่อศาลอาญาใหม่หรือยื่นอุทธรณ์คำสั่ง โดยส่วนตัวจะใช้ช่องทางการยื่นขอประกันใหม่เพราะเคยมีบางคดีที่ต้องยื่นขอประกันถึง 5 ครั้งศาลจึงอนุญาตให้ประกันตัว หลังจากนี้จะเร่งรวบรวมพยานหลักเพื่อยื่นคำร้อง โดยคาดว่าจะยื่นอีกครั้งได้ก่อนปีใหม่ ส่วนที่จะต้องนำพยานอาจเป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลและนายจตุพร มาร่วมไต่สวนด้วยหรือไม่ก็อาจเป็นไปได้แต่ต้องพิจารณาอีกครั้ง



