
'วาชิ'ถล่มปินส์ดับ-สูญหายแล้วกว่า1,400คน
ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายในฟิลิปปินส์ จากอิทธิพลของพายุวาชิอยู่ที่กว่า 1,400 คน
19 ธ.ค.54 เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ มะนิลา ไทม์ส ของฟิลิปปินส์ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมเฉียบพลัน อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นวาชิ ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า นกอินทรี แต่ชาวฟิลิปปิสส์ เรียกว่า เซนดอง อยู่ที่ 652 คน สูญหายมีจำนวน 808 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ
นางเกวนโดลิน ปัง เลขาธิการกาชาดฟิลิปปินส์ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองท่าสำคัญ ได้แก่ คากายัน เด โอโร่ เมืองเอกของจังหวัด มิซามิส โอเรียลทัล และอิลิกัน ซิตี้เมืองเอกของจังหวัด ลาเนา เดล นอร์เต้ ที่มีผู้เสียชีวิต 434 คน และคาดว่าอาจจะสูงกว่านี้ เนื่องจากผู้สูญหายอาจเสียชีวิตไปแล้ว และยังอีกหลายศพที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ขณะที่ทหารราว 2 หมื่นนาย ได้ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่กู้ภัย และบรรเทาเทาทุกข์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดี มาลากัญญัง ประกาศว่า ประธานาธิบดีเบนิโญ่ อากิโน่ ที่ 3 จะไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในเมืองคากายัน เด โอโร่ ซิตี้ และลิกัน ซิตี้ ในสัปดาห์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ของทำเนียบฯ ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น และอีกหลายหน่วยงานระดับชาติ เช่น กระทรวงกิจการสังคมและการพัฒนา และคณะกรรมการการจัดการลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติแห่งชาติ หรือ NDRRMC เพื่อจัดหาวันและเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงพื้นที่ประสบภัยของประธานาธิบดีอากิโน่ และเพื่อความมั่นใจว่า ความช่วยเหลือที่จำเป็นจากรัฐบาล กำลังไปถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเมื่อมีการจัดการทุกอย่างแล้ว ประธานาธิบดีอากิโน่จึงจะเดินทางไป
ด้านโฆษกทำเนียบมาลากัญญัง ยืนยันว่า รัฐบาลจะจัดหาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานให้กับเหยื่อน้ำท่วม ที่ตอนนี้ต้องไปอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง ที่หลายครอบครัวใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว กองทัพอากาศได้ใช้เครื่องบินลำเลียง ซี 130 นำน้ำดื่มไปยังเมืองคากายัน เด โอโร่ ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ และทางผู้ผลิตน้ำดื่ม เมย์นิลาด ได้ช่วยบริจาคน้ำดื่มบรรจุขวดไปแล้ว 1,500 ขวบ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ได้เตือนล่วงหน้าไปยังเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นในเมืองคากายัน เด โอโร่ และอิลิกัน ซิตี้ รวมทั้งอีกหลายพื้นที่ในมินดาเนาและวิซายัส เรื่องการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วของพายุวาชิ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้เพิกเฉยต่อคำเตือน เนื่องจากไม่เคยเผชิญน้ำท่วมมาก่อน แต่ทางการระบุว่า ก่อนที่จะมีการตรวจสอบในประเด็นที่ว่า คำเตือนถูกเพิกเฉยหรือไม่นั้น จะต้องให้ความสำคัญกับความช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรกก่อน ซึ่งรัฐบาลจะปรับปรุงระบบการเตือนใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาแบบเดียวกันในอนาคต



