
น้ำท่วม-น้ำลด
น้ำท่วม-น้ำลด : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
หลังน้ำท่วมคราวนี้ ผู้ที่ประสบภัยจะเกิดแนวคิดหลักๆ ขึ้นสองอย่าง อย่างแรกก็บอกลาข้าวของที่สะสมมาและเสียหายกับน้ำ โดยทำใจให้ยอมรับกับสภาพและเพลามือหรือเลิกการซื้อและสะสมข้าวของไปเลย กับอีกอย่างหนึ่งคือตั้งต้นสะสมสมบัติใหม่
คนประเภทแรกคือคนที่ไม่ติดยึดกับสิ่งนอกกาย และมีความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง ส่วนประเภทหลังคือคนที่มีแนวคิดเชิงอนุรักษนิยม ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง และเชื่อได้เลยว่าคนประเภทนี้จะต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือข้าวของเครื่องใช้ ในรูปแบบเดิมหรือใกล้เคียงกับที่เสียหาย แม้กระทั่งต้นหมากรากไม้ก็จะต้องเสาะหาอย่างเดียวกับที่เคยปลูกและล้มตายไป
หากมองในแง่ดี น้ำท่วมอาจเป็นโอกาสดีหลายอย่าง อย่างแรกคือในแต่ละบ้านซึ่งอยู่กันมาเป็นเวลานานหลายปีหรือหลายสิบปีย่อมต้องมีของที่ชำรุดเสียหาย เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์คอนดิชั่น คอมพิวเตอร์ ตลอดจนโต๊ะเก้าอี้อยู่จำนวนหนึ่ง นอกเหนือจากของเก่าประเภทเสื้อผ้า หนังสือพิมพ์ เศษกระดาษ เศษไม้และของที่เกินความจำเป็น ของเหล่านี้โดยมากแล้วอยู่อย่างไรก็จะอยู่อย่างนั้น และเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้เป็นเจ้าของไม่มีเวลาจัดหรือคัดเลือกว่าอันไหนควรจะเก็บอันไหนควรจะยักย้ายถ่ายเทออกไป จนเกิดขยะกองย่อมๆ หรือกองใหญ่ๆ ขึ้นในบ้าน ซึ่งสร้างความเกะกะรวมทั้งอาจเป็นที่พำนักของสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น หนู แมลงสาบ มด ปลวก เป็นต้น ดังนั้น หลังน้ำท่วมคราวนี้จึงเป็นโอกาสในการขอคืนพื้นที่และจัดระเบียบใหม่ภายในบ้าน ด้วยการโละสิ่งของเหล่านั้นทั้งที่ได้รับความเสียหายและไม่ได้รับความเสียหายออกไป แล้วคุณก็อาจจะพบว่าบ้านหลังเดิมของคุณมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และปลอดโปร่งโล่งตาขึ้น
มองในแง่ดีอย่างที่สองก็คือเป็นโอกาสที่จะได้ซ่อมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัย เปลี่ยนสีบ้าน เปลี่ยนลุค ของบ้าน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ เปลี่ยนมุมที่ตั้งวางของ หรือทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่หลังจากที่ปลูกสร้างมา
มองในแง่ดีประการสุดท้ายก็คือ หลายคนที่อพยพหลบภัยไปอยู่ที่อื่นก็จะได้มีโอกาสกลับบ้านกันเสียที ซึ่งคำว่า “กลับบ้าน” และความรู้สึกที่ได้กลับบ้าน เป็นสิ่งที่มีความหมายลึกซึ้งอย่างยิ่ง เพราะคนเราจะรู้ถึงค่าของสิ่งที่ตนเองมีอยู่ก็เมื่อเราต้องสูญเสียมันไป เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในบ้านมานานจนอาจจะหลงลืมความรักและความผูกพันที่เรามีต่อบ้านไปบ้าง แต่เมื่อต้องตาลีตาลานออกจากบ้านเพื่อหนีน้ำ ต้องไปพักหรืออาศัยอยู่ที่อื่น ซึ่งขาดความสะดวกสบาย หรือตกอยู่ในฐานะของผู้อาศัยที่มีข้อจำกัดต่างๆ การกลับบ้านจึงเป็นสิ่งดีๆ อีกครั้งหนึ่ง หลังเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายมาพักใหญ่
มีบางคนพูดกับผมว่า น้ำท่วมคราวนี้แม้จะมีสิ่งไม่ดีมากมาย แต่ก็มีสิ่งที่ดีประการหนึ่ง คือการมีโอกาสได้เปลี่ยนบรรยากาศเดิมๆ ได้พบปะหรือรู้จักผู้คนใหม่ๆ และมีชีวิตที่แตกต่างไปจากสิ่งเก่าๆ ที่เคยชิน บางคนก็มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัว และร่วมกันต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แม้จะอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่ก็เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีกิจกรรมหรือภารกิจของตน จนแทบจะไม่มีเวลาเจอหน้าหรือพูดจากัน
เหล่านี้ อาจเป็นเรื่องดีหลังน้ำลด แต่แน่นอนว่าการซ่อมแซมบ้านเรือน การซื้อหาข้าวของหรือเฟอร์นิเจอร์มาทดแทนของเดิม เป็นเรื่องที่ต้องใช้เงินใช้ทอง และเป็นรายจ่ายจำนวนมากที่ไม่มีใครคาดหมายหรือเตรียมการไว้ล่วงหน้า จึงย่อมจะส่งผลถึงปัญหาเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเป็นเรื่องฝันร้ายที่ตามมาหลังน้ำลดทีเดียวแหละครับ
อย่างไรก็ตาม ขอ “เวลคัม โฮม” สำหรับทุกท่านที่กลับบ้านหลังน้ำลด และขอให้มีความสุขกับบ้านเก่าในบรรยากาศใหม่ครับ



