
กทม.จ่ายเงินช่วยน้ำท่วมขรก.หัวละหมื่น
ขรก.-ลูกจ้างกทม.เฮ ผู้บริหารกทม.จ่ายเงินช่วยน้ำท่วม ขรก.-ลูกจ้างหัวละหมื่น ยันไม่ตัดงบสุขภาพไปแก้น้ำท่วมกรุง คาด 4 ปี สร้างรพ.บางขุนเทียนเสร็จ คลังชงออกพ.ร.ก.กู้เงิน2แสนล.ป้องน้ำท่วม
18ธ.ค.2554 รายงานข่าวแจ้งว่า นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพตามระเบียบ กทม.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ให้หน่วยงานเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ข้าราชการและลูกจ้างของ กทม.เพิ่มเติม ในภาวะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายปี 2554 เป็นการเฉพาะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ซึ่งผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพตามข้อนี้ จะต้องเป็นข้าราชการ กทม.สามัญ จำนวน 21,415 คน ข้าราชการครูโรงเรียนสังกัด กทม. 14,877 คน และลูกจ้าง กทม. ทั้งลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ประมาณ 5 หมื่นคน รวมประมาณ 9 หมื่นคน
ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างดำเนินการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพดังกล่าว คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายให้ผู้มีสิทธิได้ในเดือนธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือนี้ให้เบิกจ่ายในคราวเดียว ในอัตราคนละ 1 หมื่นบาท
ยันไม่ตัดงบสุขภาพ ไปแก้น้ำท่วมกรุง
พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กำกับดูแลสำนักการแพทย์ กล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาล บางขุนเทียน ว่า ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนรูปแบบของโรงพยาบาลอยู่ระหว่างการออกแบบ โดยการออกแบบให้เข้ากับระบบนิเวศน์บริเวณรอบๆ เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่ารูปแบบจะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.พ. 2555 โดยกทม.จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราวประมาณ 1,000 ตารางเมตร ให้แล้วเสร็จประมาณปลายปี 2555 เพื่อสามารถตรวจรับคนไข้ได้ ทั้งนี้การก่อสร้างโรงพยาบาลให้เสร็จสมบูรณ์จะใช้เวลาประมาณ 4 ปี โดยจะใช้งบประมาณราว 3 พันล้านบาท รวมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ
พ.ญ.มาลินี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กทม.ยังมีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลต่างๆในสังกัดกทม. ได้แก่ 1.โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบอาคารที่ปรับรูปแบบอาคารและขยายพื้นที่จากขนาด 100 เตียง เพิ่มเป็น 200 เตียง 2. โรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสานได้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 990 ล้านบาท ทั้งนี้การก่อสร้างต้องรื้ออาคารเพื่อสร้างอาคารใหม่ อีกทั้งบริษัทที่ได้รับประมูลไม่ยึดตามราคาเดิม จึงต้องประเมินราคาและจัดการประกวดราคาใหม่อีกครั้ง ทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไป 3.โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม ก่อสร้างทำอาคารเสริมจากอาคารใหญ่ เช่น การจัดทำอาคารเวชศาสตร์กีฬา เวชศาสตร์ฟื้นฟู ฯลฯ และคาดว่าจะได้ราคากลางภายใน 15 ม.ค. 2555 นี้ 4.โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ เขตหนองแขมจะทำการปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ แผนกผู้ป่วยนอก 6 ชั้น โดยได้รับงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 1,400,000 บาท คาดว่าจะเสร็จทันในสมัยของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.
พ.ญ.มาลินี กล่าวต่อว่า 5.โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก จะก่อสร้างศูนย์สุขภาพจำนวน 4 ชั้น และเปิดศูนย์เพิ่มอีกเป็น 1 ศูนย์ให้เป็นศูนย์ย่อย เพื่อไว้ดูแลประชาชน ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการออกแบบ 6.โรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ จะดำเนินการก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์พร้อมห้องเอนกประสงค์ จัดตั้งศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์ล้างสารเคมี เพื่อรองรับผู้ป่วยจากสนามบินสุวรรณภูมิ หากมีเหตุฉุกเฉินจากสารเคมีเป็น และ7. โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตบางแค จะดำเนินการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งได้รับงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนของรัฐบาลจำนวนประมาณ 120 ล้านบาท หากได้รับงบประมาณแล้วก็จะดำเนินการทันที
พ.ญ.มาลินี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น จนต้องมีการตัดงบประมาณในโครงการต่างๆ ออกไปเพื่อนำงบประมาณมาป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไม่ได้มีนโยบายตัดงบฯ ในเรื่องของสุขภาพแต่อย่างใด
คลังชงออกพ.ร.ก.กู้เงิน2แสนล.ป้องน้ำท่วม
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงวงเงินกู้ที่รัฐบาลจะใช้เพื่อฟื้นฟูและวางระบบป้องกันน้ำท่วมในระยะเร่งด่วน คาดว่าจะมีวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะดำเนินการกู้ด้วยการออกเป็นพระราชกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายเงินที่เป็นไปอย่างเร่งด่วน คาดเริ่มดำเนินการได้ต้นปีหน้า
ส่วนอีกวงเงินที่จะใช้เพื่อการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งรวมถึงระบบการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ขณะนี้ได้หารือกันไว้ที่วงเงิน 6 แสนล้านบาท โดยคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดโครงการ จากนั้น สบน.จะดำเนินการออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อใช้ในโครงการดังกล่าวต่อไป เพราะการใช้เงินจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแต่เป็นระยะปานกลางถึงระยะยาว
ด้านนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินถึง 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาระบบน้ำของประเทศ แต่ระดับหนี้สาธารณะก็จะไม่เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ 60% ของจีดีพี และภาระการชำระหนี้ต่องบประมาณจะไม่เกิน 15% ขณะเดียวกัน สบน.มีความพร้อมที่จะระดมเงินให้ โดยจะไม่กระทบต่อสภาพคล่องในประเทศ โดยเท่าที่ประเมินสภาพคล่องขณะนี้ ตลาดสามารถรองรับการระดมเงินได้ราว 4-5 แสนล้านบาท โดยไม่กระทบต่อการระดมทุนของภาคเอกชน ขณะที่ต้นทุนของรัฐบาลก็ไม่น่าจะเกิน 4% ต่อปี
"สบน.ประเมินว่า ต้นทุนเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ย 4% จะทำให้รัฐบาลต้องมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี และเมื่อรวมกับดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้เพื่อชดเชยความเสียหายให้แก่กองทุนฟื้นฟูฯ อีกราว 6.5 หมื่นล้านบาทต่อปี จะทำให้รัฐบาลมีภาระดอกเบี้ยจ่ายราว 1 แสนล้านบาทต่อปี" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว
ทั้งนี้ สบน.ได้ทำประมานการเงินกู้ที่จะมีผลต่อระดับหนี้สาธารณะของประเทศ โดยอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยจะเฉลี่ยที่ 4% ต่อปี โดยได้จำลองแบบวงเงินกู้ในระยะ 4 ปีข้างหน้าไว้สูงสุดที่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะปรับเพิ่มสูงสุดแค่ 54% ต่อจีดีพี จากปัจจุบันระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ 41% ของจีดีพี ซึ่งถือเป็นระดับที่รับได้ อย่างไรก็ตามแม้กฎหมายจะเปิดช่องให้กู้เงินต่างประเทศได้ และมีวงเงินเหลือจำนวนมาก แต่เมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ของการใช้เงินในครั้งนี้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเทศที่ไม่ต้องใช้การนำเข้าสินค้าและใช้เงินตราต่างประเทศ ดังนั้น วงเงินกู้ส่วนนี้อาจยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดี



