ข่าว

เจรจาเขมรยิงฮ.ทัพเรือ'ไม่พูดใครผิด'

เจรจาเขมรยิงฮ.ทัพเรือ'ไม่พูดใครผิด'

18 ธ.ค. 2554

ผลเจรจากรณีเขมรยิง ฮ.ทัพเรือ ทั้งสองฝ่ายเสนอจะไม่กล่าวถึง"ใครผิดใครถูก" แต่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก ปชป.จี้ กต.แสดงจุดยืนให้ชัด

               เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ธ.ค. ที่จังหวัดตราด เจ้าหน้าที่ฝ่ายประเทศกัมพูชาและไทยได้ร่วมเจรจากันกรณีทหารกัมพูชายิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือไทย หลังจากเจรจากันมานานกว่าเกือบ 2 ชั่วโมง จนกระทั้งเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ระดับล่างทั้งสองฝ่ายได้ออกจากห้องประชุม เหลือเพียง พล.ต.ยวน มิน และเสนาธิการทหารกัมพูชา  ส่วนฝั่งไทยมี น.อ.กิตติคุณ นาคสุก และ น.อ.จิโรจน์ สุขอร่าม ยังประชุมภายในอยู่

               สำหรับผลการเจรจาในเบื้องต้น พ.ท.จัน เสรี รองเสนาธิการทหาร จ.เกาะกงในฐานะล่ามของฝั่งกัมพูชา กล่าวว่า ผลการเจรจาในเบื้องต้นได้สรุปลงแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายได้เสนอว่าจะไม่มีการกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าใครผิด ใครถูก หรือต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก โดยเฉพาะการประสานงานในพื้นที่ในแต่ะละระดับว่าจะมีการดำเนินการในระดับใด ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะหารือในความร่วมมือทางทหารให้มากขึ้นกว่าเดิม ที่ผ่านมา ความร่วมมือทั้งทางทหารและทางกีฬา สังคม ได้หยุดชะงักไปในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ แต่ในรัฐบาลชุดนี้น่าจะดีกว่าเดิม    

               "ส่วนเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหรือความเสียหายของฝ่ายไทยผมไม่สามารถที่จะระบุถึงรายละเอียดได้ เพราะต้องให้ พล.ต.ยวน มิน และพี่ตุ้ย (น.อ.กิตติคุณ) เป็นผู้แถลง เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีอำนาจให้ข่าว ซึ่งผมมั่นใจว่าหลังจากการเจรจาในครั้งนี้ทุกอย่างจะกลับมามีความสัมพันธ์เหมือนเดิมอีกครั้ง" พ.ท.จัน กล่าว   

               กระทั่งในเวลา 16.45 น. การเจรจาระหว่างหัวหน้าคณะทั้งสองฝ่ายได้ยุติลง โดย พล.ต.ยวน มิน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สาระในการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องความผิดพลาด หรือความเสียหายที่ฝ่ายกัมพูชาต้องชดใช้ แต่พูดถึงการป้องกันและการแก้ปัญหาไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก และทั้ง 2 ฝ่าย จะให้ความร่วมมือกันในด้านทหารในโอกาสต่อไป

               สำหรับเรื่องที่เกิดความขัดแย้งกัน พล.ต.ยวน มิน ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ เกิดขี้น    ส่วนพื้นที่เนิน 326 ที่เป็นข้อขัดแย้งนั้น พล.ต.ยวน มิน บอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องเจรจากันในระดับสูงต่อไป โดยเฉพาะในการเจรจา JBC ที่พนมเปญในวันที่ 21 ธันวาคม 2554 นี้   

               ขณะที่ น.อ.กิตติคุณ กล่าวว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดใด ๆ กับสื่อมวลชนได้ ในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องการให้กัมพูชาขอโทษ และชดใช้ค่าเสียหาย ในระดับพื้นที่เจรจากันได้แค่นี้ ส่วนที่เหลือต้องให้ ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ดูแลหรือดำเนินการต่อไปเอง   
               สำหรับเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ที่จอดอยู่ที่ลานจอดชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 (บ้านเขาล้าน) ทางหน่วยทหารช่างจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ค่ายตากสิน ) ได้นำอะไหล่มาเปลี่ยนและนำกลับไปที่ค่ายตากสินเมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกันนี้


ปชป.จี้กต.แสดงจุดยืนให้ชัด

               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของการทำความเข้าใจระหว่างกันยังจำเป็นที่จะต้องทำ แต่ขณะเดียวกันก็ควรต้องแสดงออกให้ชัดเจน และไม่ควรยอมรับการใช้วิธีการเช่นนี้ ซึ่งตนจำได้ว่าสมัยที่ตนเป็นรัฐบาลแล้วกัมพูชาก่อสร้างถนนรุกเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ได้มีการประท้วงในระดับพื้นที่ ไปแล้วจนกระทั่งถึงระดับกระทรวงการต่างประเทศ และคนในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งขณะนั้นเป็นฝ่ายค้านก็อ้างว่าการประท้วงจากส่วนกลางควรต้องทำตลอดเวลา ดังนั้นแนวคิดที่เคยทำตรงนี้ก็ควรจะยังต้องปฏิบัติ  ทั้งนี้  เป็นห่วงที่ขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลยังหลงภาพว่า ทางการเมืองมีความสัมพันธ์กันดี แต่ในทางผลประโยชน์ของชาตินั้น เห็นว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามายังไม่มีเรื่องใดเลย

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนัยยะอะไรหรือไม่ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ หรือจีบีซี สองฝ่ายเพียงไม่กี่วัน ผู้นำฝ่ายค้านฯ  กล่าวว่า คงต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นอย่างไร แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด และน่าจะประสานทำความเข้าใจกันได้  ซึ่งขณะนี้ตนคิดว่าควรต้องแสดงออกให้ชัดเจนถึงกติกาการอยู่ร่วมกัน และบางครั้งอาจจะมีความเข้าใจผิดกันหรือไม่ก็ต้อง ต้องดูว่าจะปฏิบัติกันอย่างไร และควรเร่งนำเรื่องนี้เข้าสู่เวทีการเจรจาทั้งสองฝ่าย



ชาวศรีสะเกษยังต้องการให้ทหารอยู่ในพื้นที่


               ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร นายกิติศักดิ์ พ้นภัย  แกนนำกลุ่มกำลังแผ่นดิน พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนคนกันทรลักษ์พิทักษ์เขาพระวิหาร ได้ออกมาขับเคลื่อนทำกิจกรรมประชาพิจารณ์ ในกรณีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารออกจากพื้นที่ชายแดน  เป็นวันที่ 3 โดยทางกลุ่มได้นำรถติดเครื่องขยายเสียง พร้อมด้วยป้ายเชิญชวนการทำประชาพิจารณ์  ประกาศชักชวนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความคิดเห็นในการถอนทหาร โดยชาวบ้านในพื้นที่ต่างให้ความสนใจ เข้ามาร่วมกันลงชื่อแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย ที่ทางกลุ่มได้จัดกิจกรรมในการทำประชาพิจารณ์แล้ว โดยจะรวบรวมเอกสารการแสดงความคิดเห็นของชาวบ้านส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยผ่านทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อส่งมอบให้ทางกองทัพต่อไป

               นายวีรยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่ต้องการให้มีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารออกจากพื้นที่ เนื่องจากทหารยังคงดูแลชาวบ้านให้เกิดความอุ่นใจและสร้างความสบายใจให้ได้ ซึ่งจากเหตุการณ์ล่าสุดที่ทางกัมพูชานั้นยิง ฮ.ของไทย ที่ด้านจังหวัดตราดนั้น ชาวบ้านก็ค่อนข้างวิตกบ้าง แต่ยังอุ่นใจที่มีทหารไทยดูแลชายแดนอยู่

               นายวีระสิทธิ์ คอกสี อายุ 67 ปี ชาวบ้านภูมิซรอล กล่าวว่า ขอคัดค้านหากจะมีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากว่าเหตุการณ์ตามแนวชายแดนยังไม่สงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านเองยังหวาดผวาอยู่กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น