
"ชุมนุมใหญ่"เสื้อแดง""สงครามกลางเมืองรอบใหม่?"
"การชุมนุมใหญ่รอบใหม่" ของ "คนเสื้อแดง" ถือว่า มาตามคำสัญญาที่ก่อนหน้านี้ แกนนำ 3 เกลอ เสื้อแดง วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ ประกาศไว้ในทำนองว่า แพ้ศึกแต่ไม่แพ้สงคราม เมื่อครั้งยอมยุติม็อบเสื้อแดงในวันที่ 13-14 เมษายน ที่ผ่านมา
โดยวางคิวนัดชุมนุมต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการชุมนุมใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนที่จะยกขบวนไปชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ เพื่อทวงคืนสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น
และล่าสุด “3 เกลอเสื้อแดง” ประกาศนัดชุมนุมครั้งใหม่ของ "กลุ่มความจริงวันนี้"... 10 พฤษภาคม รวมพลโชว์พลังต่อเนื่องที่วัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น.
ด้วยรูปแบบงานพบปะสังสรรค์กลุ่มคนเสื้อแดง โดยเน้นเนื้อหาตามล่าหาความจริงและนำเสนอข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม จนถึงวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา
จัดวาระถลกหนัง ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหาเป็น "จอมลวงโลก" สร้างสถานการณ์ให้คนเสื้อแดงทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการนำทหารออกมาสลายการชุมนุม สอดคล้องกับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยกเป็นไฮไลท์ของงาน
ตามแผนตอกตะปูย้ำ ป้องกันกระแส ”คนเสื้อแดง” จางหาย โดย 3 แกนนำเสื้อแดงพร้อมใจกันยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการเคลื่อนขบวน จะเป็นการชุมนุมโดยสงบ และเชื่อว่าจะไม่กระทบเงื่อนไขประกันตัวในชั้นศาล
ถือเป็นการ "ประกาศชักธงรบรอบ 2” เพื่อโชว์ให้เห็นถึง ”พลังคนเสื้อแดงที่ยังเหนียวแน่น” อยู่ในที่ตั้งและพร้อมกลับมารบเสมอ
ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการ ”ลองของอำนาจรัฐ” ในสถานการณ์ที่ ”เสื้อแดง” ตกเป็นรอง ทั้งในช่วงที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกจากคุกและอยู่ระหว่างคำสั่งศาลห้ามปลุกระดมทางการเมือง และถูกปิดกระบอกเสียงสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น
งานนี้ แม้ว่า โฆษก บช.น.จะออกมายืนยันว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ไร้เหตุรุนแรง
แต่ลองไปสำรวจอารมณ์ชาวบ้านร้านตลาดแล้ว ส่วนใหญ่กังวลกับการเคลื่อนไหวรวมพลังของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า อาจเกิดเหตุจลาจลกลางเมืองหรือสงครามกลางเมืองอย่างในช่วงสงกรานต์อีกรอบ
แม้ว่าขณะนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถพลิกสถานการณ์จากเหตุการณ์จลาจลจุดไฟเผาบ้านป่วนเมืองและแผนลอบสังหารบุคคลสำคัญมาได้... พร้อมๆ กับการพยายามเดินหน้า สร้างความสมานฉันท์ในชาติ
แต่เอาเข้าจริงแนวโน้มความหวังที่จะสร้างความสมานฉันท์ในชาติยังห่างไกลความเป็นจริง มิหนำซ้ำยังส่อเค้าว่า อาจเกิดวิกฤติความรุนแรงรอบใหม่จากการเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดินของขบวนการเสื้อแดง เนื่องจาก“พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร“ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในสถานะ ”นักโทษหนีความผิด” ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ
จึงกล่าวได้ว่า สัญญาณของสงครามเสื้อแดงครั้งใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นจากการออกแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งล่าสุด ที่ยังคงมีหลักใหญ่ใจความคือ “เรียกร้องให้ขบวนการเสื้อแดงเดินหน้าต่อสู้ต่อไป” โดยอ้างว่าเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมาด้วยการแสดงพลังเคลื่อนไหวทั่วประเทศ
สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของม็อบเสื้อแดงในส่วนกลาง อาทิ การชุมนุมแสดงพลังของคนเสื้อแดงครั้งใหญ่ที่ จ.ลพบุรี ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้
ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงในอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ที่จะปลุกระดมให้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงในคราวเดียวกัน
การส่งสัญญาณออกมาป่วนเมืองครั้งใหม่ของขบวนการคนเสื้อแดงครั้งนี้ จึงถือเป็นการ ”ท้าทาย” รัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่เพิ่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง มาหมาดๆ
สอดคล้องกับรายงานข่าวว่า “แกนนำเสื้อแดงตัวจริง” อย่าง “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้สั่งปรับกระบวนทัพและกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวดึงมวลชนให้เข้าร่วมในสงครามปฏิวัติโดยประชาชนรอบสอง
ไม่นับกระแสข่าวที่อดีตขุนพลซ้ายตุลา อาทิ ภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช จาตุรนต์ ฉายแสง และเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ เตรียมออกมาเล่นหน้าฉาก สวมบทแกนนำชุด 2 ตามคำสั่งนายใหญ่ หลังประเมินความผิดพลาดในการต่อสู้ของกลุ่มเสื้อแดงภายใต้การนำของ 3 เกลอ "วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ" ในช่วงที่ผ่านมาว่า ไร้ยุทธศาสตร์จนเป็นสาเหตุให้แพ้
ขณะเดียวกันก็ปรับธงการนำโดยเปลี่ยนจากการชู "พ.ต.ท.ทักษิณ" มาเป็นการเรียกร้องเชิงอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตยหรือปัญหาที่ใกล้ตัวประชาชนโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับชูภาพเคลื่อนไหวแบบ ”สันติวิธี”
โดยมีพลังขับเคลื่อนสำคัญอย่าง “ส.ส.พรรคเพื่อไทย” รับงานตามคำสั่ง”นายใหญ่” ด้วยการเตรียมปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ให้ยังคงมีความเข้มแข็งพร้อมรบ
และปลุกระดมผ่านข้อมูลจาก "วีซีดีภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุม" โดยยกข้อหา ปลุกระดมแนวร่วม “รัฐ-ทหารฆ่าประชาชน” แจกจ่ายให้แก่ประชาชนเพื่อแก้เกม "รัฐบาล ปชป." ที่เพิ่งแจกวีซีดีจำนวน 1 ล้านแผ่นไปก่อนหน้านี้
โดยเบนเข็มเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ไปเน้น ”เกมใต้ดิน” มากกว่าการเมืองบนท้องถนน
นี่ต่างหาก...ที่อาจทำให้ประเทศไทยต้องเจอกับ "วิกฤติการเมือง” อย่างเลี่ยงไม่ได้ !!!
** ณยา ใจกาวัง**



