
ให้เพื่อต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์
ให้เพื่อต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์
ประโยคที่ว่า “บริจาคอวัยวะแก่เพื่อนมนุษย์ คือที่สุดแห่งการให้” ไม่ได้สวยหรูเกินกว่าทุกคนจะทำได้ เพราะหนึ่งชีวิตจากไปนั่นหมายถึงช่วยต่อลมหายอีกชีวิตหนึ่ง ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จับมือคนดังจากหลายวงการ ชวนพี่น้องไทยร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการบริจาคอวัยวะ ในโครงการ “ให้...ด้วยหัวใจ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยจัดแถลงข่าวที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวรฯ สภากาชาดไทย เมื่อวันก่อน
นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีผู้ลงทะเบียนแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะแล้วกว่า 6 แสนราย แต่ยังถือว่าน้อยมาก ทั้งนี้ อาจเพราะอุปสรรคและข้อจำกัดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติต่อการบริจาคอวัยวะ จนถึงกระบวนการและขั้นตอนในการนำอวัยวะที่ได้รับบริจาคสู่การปลูกถ่ายแก่ผู้ป่วย ซึ่งมีเทคนิคซับซ้อนและต้องแข่งกับเวลา ฯลฯ โครงการนี้จึงเป็นสื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะให้ได้ถึง 8,400 คน อันเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่
“ปัจจุบันมีผู้ป่วยลงทะเบียนรออวัยวะถึง 3,204 ราย ขณะที่แต่ละปีมีผู้บริจาคอวัยวะได้จริงน้อยกว่า 100 ราย เฉพาะในปี 2553 มีผู้บริจาคอวัยวะเพียง 87 ราย แต่สามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยได้ 215 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างรออวัยวะถึง 124 ราย สำหรับปี 2554 มีผู้บริจาคอวัยวะ 104 ราย จำแนกเป็นไตมากที่สุด รองลงมาคือ ตับ หัวใจ ปอด ตับอ่อน และมีผู้ได้รับการปลูกถ่ายไปแล้ว 237 ราย นั่นแสดงให้เห็นว่า หากมีผู้บริจาคมากเพียงพอก็จะสามารถช่วยชีวิตคนเหล่านั้นได้” นพ.วิศิษฎ์ กล่าว
ภายในงานยังมีการพูดคุยกับ “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” โดยนักบริหารสาว “ต่าย” นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา ในฐานะผู้แสดงเจตจำนงที่จะให้ เล่าว่า ได้ลงทะเบียนบริจาคอวัยวะและร่างกายไว้เมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว โดยได้แรงบันดาลใจมาจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นแพทย์ด้านโรคหัวใจและเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย พูดคุยถึงความต้องการอวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้ผู้ป่วยที่รอความหวัง จึงเข้าใจและอยากมีส่วนร่วม
“ครั้งหนึ่งไปออกงานแล้วคนที่คุณพ่อเปลี่ยนถ่ายหัวใจให้เมื่อ 20 ปีก่อน เดินเข้ามาขอบคุณคุณพ่อ รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าของผู้ป่วย เคยได้ยินคุณพ่อบ่นให้ฟังว่า คนไทยมีความเชื่อผิดๆ เรื่องการบริจาคอวัยวะ เช่น บริจาคแล้วเกิดชาติหน้าจะพิการส่วนนั้น หรือไม่มั่นใจว่าบริจาคแล้วเราจะเอาไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยจริงๆ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนทัศนคติ ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อย่างที่ ท่าน ว.วชิรเมธี เคยแสดงธรรมให้ฟังว่า เมื่อตายไปร่างกายก็วางเปล่า ทำไมไม่ทำประโยชน์ สำคัญที่สุดต้องไม่ยึดติด" ผู้ให้ด้วยใจอิ่มบุญ กล่าว
ขณะที่ผู้เคยผ่านการรับบริจาคอวัยวะ “น้องเอฟ” ด.ญ.ลักษมี เสือเปรียว วัย 10 ปี เมื่อ 6 ปีก่อน อาการป่วยด้วยโรคไตวายตั้งแต่กำเนิดได้สร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างมาก เด็กหญิงเจริญเติบโตช้า ซ้ำต้องใช้เครื่องล้างไตทุกสัปดาห์ หมดค่ารักษา 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน แต่เมื่อเข้าคิวรับบริจาคไต และมีผู้ใจบุญมอบของขวัญล้ำค่าให้ นั่นเท่ากับชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นอีกครั้ง
“ดีใจค่ะ ที่ไม่ต้องถูกเจาะใส่สายยางอีก เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมา หนูอยากขอบคุณพี่คนนั้นมากที่มอบไตให้หนู ทุกวันนี้หนูได้ไปโรงเรียนได้เล่นกับเพื่อนๆ หนูมีความสุขมาก อยากให้ช่วยกันบริจาคอวัยวะ ยังมีคนที่รอรับความช่วยเหลืออีกเยอะค่ะ” น้องเอฟ ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ พิธีเปิดโครงการ “ให้…ด้วยหัวใจ” จะจัดขึ้นที่อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สำหรับผู้สนใจร่วมบริจาคอวัยวะสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.organdonate.in.th หรือโทร.0-2256-4045-6



