ข่าว

ดินไสลด์สั่งอพยพชาวบ้าน

ดินไสลด์สั่งอพยพชาวบ้าน

18 ธ.ค. 2554

ผู้ว่าฯสงขลา สั่งอพยพชาวบ้าน 5 ครอบครัว 15 คน ออกจากพื้นที่ ม.1 ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ หลังดินสไลด์ทับบ้าน 2 หลัง สั่งเฝ้าระวังพื้นที่ 4 อำเภอ คาบสมุทรสทิงพระ น้ำทะเลหนุน

          วันที่ 18 ธ.ค.54  นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปที่ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา เพื่อเยี่ยมพี่น้องประชาชนจำนวน 5 ครอบครัว จำนวน 15 คน ที่อพยพออกจากพื้นที่ม.1 ต.เกาะใหญ่ หลังจากเกิดเหตุดินสไลด์ทับบ้านเสียหายจำนวน 2 หลัง  1 ใน 2 เสียหายทั้งหลัง และอีกหลังเสียหายบางส่วน
                 
          "ผมได้มอบหมายให้นายอำเภอกระแสสินธุ์ ใช้เงินที่นายอำเภอมีอำนาจอนุมัติในวงเงิน 2 ล้านบาท ไปทำการซื้อของเครื่องใช้ต่างๆ  อาหาร ให้กับประชาชนทั้ง 5 ครอบครัว เพื่อเป็นการช่วยเหลือในฐานะผู้ประสบภัย ในขณะเดียวกันได้ประสานไปยังอบต.เกาะใหญ่เข้าไปทำการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดดินสไลด์ขยายพื้นที่ออกไป"
               
          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  สำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องในขณะนี้อยู่ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ประกอบด้วย อ.ระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์  สิงหนคร โดยให้เฝ้าระวังเรื่องน้ำทะเลหนุน  ส่วนในพื้นที่ๆยังไม่มีรายงานน้ำท่วม  โดยเฉพาะอ.สะบ้าย้อยที่ชาวบ้านเพิ่งย้ายกลับเข้าบ้านเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีรายงานว่าฝนตกหนัก
               
          ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ส่วนหาดชลาทัศน์ที่มีปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งนั้น ล่าสุดทางเทศบาลนครสงขลาได้นำกระสอบทรายขนาดใหญ่ (บิ๊กแบ็ก) ไปทำการวางสกัด ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการกัดเซาะลงได้ แต่มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะหน้า รอให้ผ่านช่วงมรสุมไปก่อนจะหารือกับกระทรวงทรัพย์ฯเพื่อหามาตรการป้องกันในระยะยาวต่อไป

 

พัทลุงระดับน้ำท่วมขังลด  แต่ยังเฝ้าระวัง-เหตุเป็นช่วงหน้าฝน

 

          นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า  สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม 5 อำเภอ ริมทะเลสาบ (อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน) ล่าสุดวันนี้ (18 ธ.ค.) ว่า ระดับน้ำลดลงกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากที่เมื่อวันที่17ธ.ค.ที่ผ่านมาฝนตกน้อยมาก โดยปริมาณน้ำฝนวัดได้แค่ 18 มิลลิเมตรเท่านั้น
                  
          "พื้นที่ๆที่ยังน้ำท่วมขังตอนนี้เป็นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ๆมีน้ำท่วมอยู่เดิมทุกปีในช่วงหน้าฝน ระดับน้ำลึกสุดประมาณ 1 ฟุต ชาวบ้านเขามีเรือประจำบ้านอยู่แล้ว เพราะเป็นวิถีของเขาอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ให้นายอำเภอเข้าไปดูแลช่วยเหลือ"
                   
          สำหรับพื้นที่อื่นๆก็มีเพียงการเฝ้าระวัง เนื่องจากในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ยังมีฝนตกอยู่ โดยมอบหมายให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำหน้าที่ในการดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยเฉพาะพื้นที่ๆเคยเกิดเหตุมาก่อน จะมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ  จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาไม่หนักเหมือนเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา
                    
          ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ๆ มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเดิมมีอยู่ 5 อำเภอ คือ อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว และอ.ปากพะยูน โดยประกาศเมื่อวันที่  28 พ.ย.ที่ผ่านมา  ส่วนเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ ก็ยังไม่พบว่ามีปัญหาถูกตัดขาดแต่อย่างใด 

                   
ชาวประมงโอดคลื่นลมแรงออกทะเลหาปลาไม่ได้


          นายสมใจ รักดำ อายุ 63 ปี ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ม.4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กล่าวว่าขณะนี้ชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพประมงในพื้นที่ กว่า 700 รายริมฝั่งทะเลสาบสงขลาไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะคลื่นลมแรงทำให้ขาดรายได้จุนเจือครอบครัว 
       
          ทางด้านนายมะนิตย์ จันทรัตน์ รองนายเทศบาลตำบลพนางตุง อ.ควนขนุน กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมขังในพื้นที่ตำบลพนางตุง เกือบทุกหมู่บ้านในพื้นที่ โดยระดับน้ำท่วมขังสูงสุดอยู่ที่ ม.9, 4, 5, เบื้องต้นทางเทศบาลได้นำเรือท้องแบบจำนวน 4 ลำ ไว้สำรองในการขนย้ายสิ่งของหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง