ข่าว

'พท.'แนะ'ปชป.'หยุดดิสเครดิตนายกฯ

'พท.'แนะ'ปชป.'หยุดดิสเครดิตนายกฯ

18 ธ.ค. 2554

"เพื่อไทย" แนะ "ปชป." สร้างกระแสหยุดดิสเครดิต "ยิ่งลักษณ์" หลังรมว.ตปท.คืนพาสปอร์ตให้ "ทักษิณ" ท้าหากมั่นใจหลักฐานก็เชิญไปฟ้อง

          วันที่ 18 ธ.ค.54 เวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศคืนพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กรณีนี้ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุทธิ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำการขยายผลและกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า หลบหนีปัญหานี้อยู่เรื่อย  ทั้งที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดอำนาจเป็นของกระทรวงต่างประเทศ  แต่นายอภิสิทธิ์ ทำเป็นไม่เข้าใจ กลับมากล่าวหาว่า มัวแต่หลบ ซึ่งเป็นการดิสเครดิตนายกฯ เรื่องนี้ประชาชนเข้าใจ แต่ประชาธิปัตย์กลับไม่เข้าใจ

          และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ก็เคยใช้อำนาจของรมว.ต่างประเทศ ยึดพาสปอร์ตอดีตนายกฯมาแล้ว เพื่อกำจัดคนคนเดียวและมุ่งเอาประโยชน์ทางการเมือง แต่วันนี้นายอภิสิทธิ์และสมาชิกกลับยึดหลักกูสร้างประเด็นข่าว กล่าวหานายกฯ หากมั่นใจในหลักฐาน ก็ใช้กระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินการ ยื่นถอนถอน หรือตั้งกระทู้สดได้เลย เพื่อไทยพร้อม ถ้าแน่จริงฟ้อง เราก็จะฟ้องกลับในลักษณะฟ้องเท็จ อย่าทำเป็นเกมการเมือง ยึดหลักกูมากกว่าหลักกฎหมาย

“โฆษกพท.”อุ้ม"เหลิม"ไม่ได้จัดฉากรวบมือบึ้ม 3 จุด เตรียมประสานไอซีทีตรวจสอบ

          นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีมีการนำรูปบุคคลต้องสงสัยว่า เป็นมือวางระเบิดยืนอยู่หลังร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจมีการเชื่อมโยงว่าเป็นกระบวนการจัดฉากสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองว่า กรณีดังกล่าวนี้ทางพรรคเพื่อไทยก็กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาหรือไม่ แต่ขอเรียนว่าการจับกุมคนร้ายที่วางระเบิดตามจุดต่างๆ นั้น ไม่ใช่การจัดฉากอย่างแน่นอน เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร.ต.อ.เฉลิม ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งนี้การที่มีการโพสต์รูปต่างๆ บนสื่อออนไลน์ทางพรรคเพื่อไทย จะประสานไปยังกระทรวงไอซีที เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด หากไม่จริงก็ต้องดำเนินการทางกฏหมาย หรือถ้าผู้กล่าวอ้าง เห็นว่ามีจริงก็ขอให้เผยแพร่หลักฐานออกมา แต่เชื่อว่าทั้งหมดเป็นกระบวนการดิสเครดิต จึงถึงเวลาที่กระทรวงไอซีที ต้องบูรณาการการทำงานตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างจริงจังในการตรวจสอบ


เตรียมปรับแผนพีอาร์รมต. จี้ “เฉลิม-โกวิท-ยงยุทธ” ดูแลปชช.ช่วงปีใหม่

          โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของสวนดุสิตโพล์ ที่เห็นควรให้รัฐบาลปรับครม. ส่วนของเอแบคโพล์ไม่เห็นควรให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่างกัน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยก็จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ว่าจะให้ปรับหรือไม่ให้ปรับครม.หรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ก็ได้ส่งรัฐมนตรีเข้าไปทำงานอย่างเต็มที่

          แม้ล่าสุดสวนดุสิตโพล์ จะเห็นว่า กระทรวงมหาดไทย ควรถูกปรับมากที่สุด แต่ถ้าไปดูจากโพล์ของพรรคเพื่อไทยที่สำรวจการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีรายกระทรวง จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน จาก 4 ภาค พบว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชาชนพึงพอใจการทำงาน ร้อยละ 69.50 ส่วนการทำหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบว่าร้อยละ 70.30 ถือเป็นอันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย  ทั้งนี้นายกฯก็ทำงานอย่างหนักตั้งแต่รับตำแหน่งมา ส่วนตัวรัฐมนตรีนั้น ยังอ่อนการประชาสัมพันธ์ เรียกว่า ทำงานดี อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีผลงาน ดังนั้นตนจะเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมในวันอังคารที่ 20 ธ.ค. เพื่อให้รัฐมนตรี ทำงานมากขึ้น และปรับแผนการทำงานของรัฐมนตรี
 
          ส่วนกรณีที่ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ในช่วงปีใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ วางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนว่า ประชาชนเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก ทางพรรคเพื่อไทยจึงไม่นิ่งนอนใจ ซึ่งพรรคจะทำหนังสือถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยและพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้เข้ามาดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยและประชาชน ให้ช่วยสอดส่อง เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสมายังหน่วยงานของรัฐ ทั้งตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง หรือที่พรรคเพื่อไทยก็ได้ ทั้งนี้พรรคจะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพื่อทำงานควบคู่ช่วยรัฐบาล เป็นการคลายความกังวลของประชาชนในช่วงปีใหม่
 
          ทั้งนี้ผลสำรวจความคิดเห็นของเอแบคโพล์และผลสำรวจของพรรคเพื่อไทย ที่ประชาชนกังวลเรื่องการทุจริตซึ่งมีสัดส่วนมากขึ้นนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้สอดคล้องกับทางพรรคเพื่อไทย เรื่องการใช้งบประมาณฟื้นฟูกว่า 8 หมื่นล้านบาท ตนจึงจะเสนอที่ประชุมพรรคในวันที่ 20 ธ.ค. ว่า พรรคมีนโยบายปราบปรามในเรื่องนี้ และจะขับเคลื่อน ประกาศสงครามกับคอรัปชั่นทุกรูปแบบ จะเสนอเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศสู่ สายตานานาชาติ ให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ ตนมองว่าเป็นโอกาสของรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยจะสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ เพราะหลังจากที่เคยได้ประกาศสงครามยาเสพติดแล้วก็ถึงเวลาที่จะทำสงครามกับการทุจริตคอรัปชั่นเช่นกัน
 
          “ กรุณาอย่ามาสร้างประเด็น หรือจุดกระแส เพราะผมทราบมาว่าหลังปีใหม่จะมีแนวร่วมเครือข่ายอำนาจเก่าๆ และกลุ่มที่เสียประโยชน์ ออกมาเคลื่อนไหว เพื่อต้องการล้มรัฐบาล โดยใช้ประเด็นนี้จุดกระแสข่าว เชื่อมโยงว่าเป็นการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามใช้ช่องทางนี้ ก่อม็อบหลังปีใหม่ จุดประเด็นขึ้นมา และเรื่องนี้โฆษกศาลยุติธรรมก็ออกมาระบุว่าการคืนพาสปอร์ตเป็นอำนาจของกระทรวงต่างประเทศ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
 
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ได้มีประชาชนร้องเรียนมากว่า 400 ราย ว่ามีผู้รับเหมา ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยอ้างว่าวัสดุสินค้าปรับราคาขึ้น และจากเรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทย จะทำหนังสือไปยังกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องนี้และช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยก็จะตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้ เอาผิดผู้รับเหมาที่ประเมินราคาสูงเกินจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน


"พร้อมพงศ์"เผยวันอังคารที่ 20 กก.บห.พท. พร้อมถกแก้รธน.


          นายพร้อมพงศ์  กล่าวอีกว่ากรณีการแก้รัฐธรรมนูญ  ทางพรรคจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 20 ธ.ค.ในที่ประชุมพรรค และจะได้ข้อสรุปในวันดังกล่าว แต่หลักการเท่าที่ทราบคือ ตั้งส.ส.ร.3 จะมีการตั้งแน่นอน นอกจากนี้ทราบว่าจะมีการเคลื่อนไหวจากนักการเมืองบางกลุ่มและจะมีการก่อม็อบสกัดรัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าจะทำให้บางองค์กรและเครือข่ายที่เขาวางไว้หมดอำนาจ จึงมีการทำเป็นกระบวนการเพื่อล้มรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องมีการขับเคลื่อนแก้รธน.แน่นอน และจะใช้รธน.40 เป็นโมเดล ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย ต้องการขับเคลื่อนเพราะเป็นสัญญาประชาคม หากไม่ทำตามก็ถือว่าผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องมีการทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยหาเสียงอะไรไว้ก็จะทำไม่ใช่พรรคดีแต่พูด