ข่าว

ศาลแจงพาสปอร์ตหน้าที่กต.

ศาลแจงพาสปอร์ตหน้าที่กต.

17 ธ.ค. 2554

โฆษกศาลยุติธรรม แจง คำสั่งศาลฎีกานักการเมืองห้ามทักษิณ ออกนอกประเทศ ปี 51 เข้าข่ายติดแบล็คลิสต์ ห้ามออกพาสปอร์ต ระบุศาลไม่มีหน้าที่ เอาข้อมูลคดีถูกฟ้อง คัดค้าน ก.ต่างประเทศ ชี้ เช็คข้อมูลได้เอง

          นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายติดบัญชีดำ ในการพิจารณาออกหนังสือเดินทาง ซึ่งมีการอ้างถึงหมายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเลขานุการแผนกคดีอาญา มีถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.51 ที่รายละเอียดข้อหนึ่งว่า ห้ามจำเลย คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ เว้นจะได้รับอนุญาตจากศาลว่า การออกคำสั่งของศาลขณะนั้น ก็เพื่อป้องกันจำเลยหลบหนี

          ทั้งนี้ เมื่อศาลออกคำสั่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำเลยสัญชาติไทย หรือต่างประเทศในคดีอุกฉกรรจ์แล้ว ก็จะต้องส่งหมายศาลแจ้งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อการติดตามตัว ขณะที่หมายศาลจะมีอายุบังคับใช้เท่ากับอายุความในคดีนั้น ๆ เช่น หากคดีถึงที่สุดที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีมีอายุความ 10 ปี ขณะที่หมายศาลที่ออกเป็นการออกคำสั่งในคดี จะไม่เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทาง

          "เว้นแต่การพิจารณาออกหนังสือเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศ มีหลักเกณฑ์กำหนดห้ามไว้ในเรื่องนี้ ก็ต้องไปตรวจสอบ ซึ่งการจะเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือออกหนังสือเดินทางเป็นอำนาจ ความรับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศ"

          นายสิทธิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ศาลไม่มีหน้าที่จะต้องนำข้อมูลคดีใด ๆ แจ้งให้กระทรวงต่างประเทศทราบเพื่อคัดค้านการออกหนังสือเดินทาง เพราะไม่ใช่หน้าที่ศาล การจะพิจารณาออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นหน้าที่อำนาจของกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลเอง

          อย่างไรก็ตาม ก่อนจะพิจารณาออกหนังสือเดินทาง หากกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคดีของบุคคล ที่จะพิจารณาออกหนังสือเดินทางเพราะมีหลักเกณฑ์กำหนดไว้  แล้วจะแจ้งขอทราบข้อมูลจากศาลยุติธรรม เกี่ยวกับคดีก็สามารถทำได้ แต่การให้ข้อมูลจะเป็นการระบุข้อมูลทั่วไปเพียงว่า ถูกฟ้อง ดำเนินคดีใดบ้าง แต่ไม่ใช่การลงถึงรายละเอียดเนื้อหา ที่ถูกดำเนินคดี เพราะจะกระทบความได้เปรียบเสียเปรียบ ของคู่ความทางคดีได้