
ศาลแจงพาสปอร์ตหน้าที่กต.
โฆษกศาลยุติธรรม แจง คำสั่งศาลฎีกานักการเมืองห้ามทักษิณ ออกนอกประเทศ ปี 51 เข้าข่ายติดแบล็คลิสต์ ห้ามออกพาสปอร์ต ระบุศาลไม่มีหน้าที่ เอาข้อมูลคดีถูกฟ้อง คัดค้าน ก.ต่างประเทศ ชี้ เช็คข้อมูลได้เอง
นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายติดบัญชีดำ ในการพิจารณาออกหนังสือเดินทาง ซึ่งมีการอ้างถึงหมายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเลขานุการแผนกคดีอาญา มีถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.51 ที่รายละเอียดข้อหนึ่งว่า ห้ามจำเลย คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ เว้นจะได้รับอนุญาตจากศาลว่า การออกคำสั่งของศาลขณะนั้น ก็เพื่อป้องกันจำเลยหลบหนี
ทั้งนี้ เมื่อศาลออกคำสั่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำเลยสัญชาติไทย หรือต่างประเทศในคดีอุกฉกรรจ์แล้ว ก็จะต้องส่งหมายศาลแจ้งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อการติดตามตัว ขณะที่หมายศาลจะมีอายุบังคับใช้เท่ากับอายุความในคดีนั้น ๆ เช่น หากคดีถึงที่สุดที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีมีอายุความ 10 ปี ขณะที่หมายศาลที่ออกเป็นการออกคำสั่งในคดี จะไม่เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทาง
"เว้นแต่การพิจารณาออกหนังสือเดินทางของกระทรวงการต่างประเทศ มีหลักเกณฑ์กำหนดห้ามไว้ในเรื่องนี้ ก็ต้องไปตรวจสอบ ซึ่งการจะเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือออกหนังสือเดินทางเป็นอำนาจ ความรับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศ"
นายสิทธิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ศาลไม่มีหน้าที่จะต้องนำข้อมูลคดีใด ๆ แจ้งให้กระทรวงต่างประเทศทราบเพื่อคัดค้านการออกหนังสือเดินทาง เพราะไม่ใช่หน้าที่ศาล การจะพิจารณาออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นหน้าที่อำนาจของกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลเอง
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะพิจารณาออกหนังสือเดินทาง หากกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคดีของบุคคล ที่จะพิจารณาออกหนังสือเดินทางเพราะมีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ แล้วจะแจ้งขอทราบข้อมูลจากศาลยุติธรรม เกี่ยวกับคดีก็สามารถทำได้ แต่การให้ข้อมูลจะเป็นการระบุข้อมูลทั่วไปเพียงว่า ถูกฟ้อง ดำเนินคดีใดบ้าง แต่ไม่ใช่การลงถึงรายละเอียดเนื้อหา ที่ถูกดำเนินคดี เพราะจะกระทบความได้เปรียบเสียเปรียบ ของคู่ความทางคดีได้



