ข่าว

ปชป.งัดประชามติรธน.สยบแรงบีบ

ปชป.งัดประชามติรธน.สยบแรงบีบ

06 พ.ค. 2552

รัฐบาลจุดพลุ "ประชามติ-ประชาพิจารณ์" แก้เกมบีบรื้อ รธน. "ภูมิใจไทย" รับลูกแข็งขัน ชทพ. ยันไม่ได้กดดันให้นิรโทษฯ แต่ย้ำจุดยืนคืนความเป็นธรรมบ้านเลขที่ 111+109

 หลังจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองด้วยการตั้งคณะกรรมการมาศึกษาแนวทางการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา รวมทั้งประเด็นนิรโทษกรรม และยุบพรรค ล่าสุด ก็เริ่มมีแนวโน้มว่าอาจมีการทำประชาพิจารณ์ หรือประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนก่อนว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเสนอ คือ ถ้าประชาชนกลุ่มต่างๆ หรือพรรคการเมือง เห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัญหา ก็มาช่วยกันพิจารณาดูว่ามาตราไหน อย่างไร ที่เป็นปัญหา แล้วมาช่วยกันระดมสมองดูว่าถ้าจะแก้ไขโดยให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นด้วย และมีส่วนร่วมจะต้องทำอย่างไร บางคนก็เสนอถึงวิธีการทำประชาพิจารณ์ หรือการทำประชามติ เราก็อาจจะเลือกวิธีอย่างนั้นก็ได้ ทั้งนี้ รัฐบาลเปิดกว้างให้กลุ่มต่างๆ แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ประเด็นการยุบพรรค และนิรโทษกรรมนั้น เราต้องฟังทุกฝ่าย แล้วค่อยมาใคร่ครวญ ตัดสินใจ ทั้งหมดเป็นกระบวนการของรัฐสภา

 ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างว่าเป็นกลุ่มของนายสุเทพ รู้สึกอึดอัดที่พรรคร่วมรัฐบาลมากดดันให้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และนิรโทษกรรม โดยเสนอให้ยุบสภาไปเลยจะดีกว่า นายสุเทพกล่าวว่า เป็นเพียงความแตกต่างทางความคิด

 "ส.ส.บางคนก็อาจจะคิดไปอย่างนั้น แต่ผมยืนยันว่าผมไม่มีกลุ่มในพรรค ผมเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มของผมก็คือทั้งพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ที่บอกว่ามีคนคิดว่าเป็นกลุ่มของผมคงไม่ใช่" นายสุเทพกล่าว

 ส่วนจะทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลจนทำให้ความสัมพันธ์ของรัฐบาลแตกร้าวหรือไม่ นายสุเทพกล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี ยังไม่เห็นว่าจะเป็นความขัดแย้งอะไร เพียงแต่ความเห็นอาจไม่เหมือนกันเท่านั้น ซึ่งก็ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะนำความเห็นที่หลากหลายมาเปรียบเทียบเพื่อชั่งน้ำหนัก โดยทุกฝ่าย ทุกพรรค ก็เห็นตรงกันว่าต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก สำหรับกรณีที่มีการพาดพิงถึง นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย คงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าเจอนายบรรหารก็จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจต่อไป

 ส่วนความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายคดีลอบสังหาร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร นายสุเทพกล่าวว่า พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้ามาให้ทราบ และไม่ได้ไปคาดคั้นเรื่องเวลา เพราะต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีได้

"เนวิน"จุดพลุประชามติ-ประชาพิจารณ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.บางส่วนในพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกอึดอัดใจที่ถูกพรรคร่วมรัฐบาลบีบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างหนัก ถึงกับเสนอว่าหากถูกพรรคร่วมรัฐบาลบีบให้แก้รัฐธรรมนูญ จนไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง ก็น่าจะเลือกแนวทางยุบสภาไปเลยดีกว่า

 อย่างไรก็ดี แนวทางทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์นั้น เป็นทางแก้ที่เคยหยิบยกมาหารือกันแล้ว เมื่อครั้งการพบปะหารือกันของบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่บ้าน นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าครั้งนั้น นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน เสนอว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะมีการทำประชาพิจารณ์ หรือประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนว่าเห็นชอบที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร

"ชวรัตน์"รับลูก"ประชาพิจารณ์"แก้ รธน.

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข่าวพรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญว่า ตรงนี้เป็นวิถีทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่แต่ละพรรคจะมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น เรื่องนิรโทษกรรม บางพรรคก็เห็นด้วย บางพรรคก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ต้องมีการพูดคุยกัน มั่นใจว่าต้องมีการประชาพิจารณ์เพื่อถามความเห็นจากประชาชน

 เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะมองว่าเป็นการทำเพื่อนักการเมือง นายชวรัตน์กล่าวว่า ตรงนี้พูดยาก เพราะการเมืองก็ต้องมีนักการเมือง

ถามนิรโทษกรรมใครได้ประโยชน์

 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข่าวพรรคร่วมกดดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญว่า ในส่วนของพรรคภูมิไทยไม่เคยไปกดดันพรรคประชาธิปัตย์ เพราะความชัดเจนของพรรคต้องรอฟังประชามติจากประชาชนก่อน ส่วนที่หลายฝ่ายติงว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูง มองว่าหากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็สมควรทำ ส่วนนิรโทษกรรมเป็นการแก้ปัญหาให้คนหนึ่งคนใด หากแก้แล้วเกิดประโยชน์ก็ควรแก้ แต่ต้องดูว่าจะเกิดประโยชน์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้เสียงประชาชนมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

 ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรออกมาขัดขวางเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายประจักษ์กล่าวว่า การคัดค้านสามารถกระทำได้ มีสิทธิที่จะเสนอความเห็นได้ แต่อยากให้ดูบทสรุปในการทำประชามติก่อน และการทำประชามติจะเป็นการลดการต่อต้านผู้ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตร เพราะหากเสียงของประชาชนส่วนใหญ่เห็นสมควรให้แก้รัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรก็ควรจะรับฟังจุดนี้

 นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม ในฐานะคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรออกมาขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะนำเรื่องการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งหากที่ประชุมเห็นด้วย และมีการทำประชามติ หากคนส่วนใหญ่เห็นด้วย กลุ่มพันธมิตรก็ควรจะฟังเสียงข้างมากด้วย มิเช่นนั้น จะปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ ส่วนเรื่องนิรโทษกรรม พรรคยืนยันว่าจะดำเนินการอะไรต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนบุคคล แต่เชื่อว่าการออกกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งนั้นไม่สมควร

ปธ.วิปรัฐบาล แย้มอาจมีประชามติ

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในฐานะคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติว่าควรจะทำประชาพิจารณ์ก่อนแก้รัฐธรรมนูญ ว่า มีความเป็นไปได้ที่ควรจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยหลักทำได้ 2 ทาง คือ 1.เพื่อที่คณะกรรมการจะได้ศึกษามีข้อยุติ แล้วนำประเด็นดังกล่าวไปทำประชาพิจารณ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เช่น รัฐธรรมนูญปี 2540 2.คณะกรรมการเปิดกว้างรับฟังความเห็นแล้ว เมื่อได้ประเด็นตรงกันก็ไปทำประชามติภายหลัง เช่น รัฐธรรมนูญปี 2550

 ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการสมานฉันท์สรุปผล แม้ว่าจะมีการแก้ประเด็นใด จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยอาจจะเป็นรูปแบบ ส.ส.ร.ปี 2540 หรืออาจจะให้ทำประชามติเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291

 นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายพรรคเห็นตรงกันว่าควรปลดล็อกมาตรา 237 เรื่องยุบพรรคการเมืองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรับฟังความเห็นทุกฝ่าย โดยเฉพาะความเห็นจากเจ้าของอำนาจที่แท้จริง คือ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ส่วนตัวคิดว่าถึงจุดหนึ่งอาจต้องทำประชามติเพื่อรับฟังคนทั้งประเทศ

ชทพ. ย้ำ คืนความเป็นธรรมให้ 111+109

 นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความอึดอัดใจที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมากดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เคยบอกไปแล้วว่าจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้กระทำความผิด และเพื่อให้รัฐบาลและพรรคการเมืองทำงานต่อไปได้ รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย โดยไม่มีการกดดันรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาล

 ส่วนคำขู่ยุบสภาของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หากถูกกดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชุมพลกล่าวว่า อำนาจการยุบสภาไม่ใช่อำนาจของ ส.ส. แต่เป็นอำนาจของนายกฯ ส.ส.จะมีความเห็นอะไร ก็เชื่อว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เรื่องการยุบสภาก็เป็นเรื่องปกติ หากจะยุบก็ยุบไป ก็ไม่เป็นไร คิดว่าคงเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของบางคนเท่านั้น ไม่คิดว่าในพรรคร่วมจะมีแรงกดดันหรือขัดแย้งอะไร 

 นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกอึดอัดใจที่นายบรรหารออกมากดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการนิรโทษกรรม ว่าในส่วนของพรรคคงไม่อึดอัดใจกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ในลักษณะนี้ เพราะเราเชื่อว่าไม่ใช่ท่าทีโดยรวมของพรรค และผู้บริหารพรรค เรามองท่าทีจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก อย่างไรก็ดี เมื่อถึงที่สุดแล้วตามขั้นตอนก็จะไปสู่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังจะต้องปรับปรุงแก้ไขกันอีกหลายรอบ อีกทั้งมาตรา 237 ก็ไม่ใช่ประเด็นแรกที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอแก้ไข หรือแม้แต่ 7-8 ประเด็นที่พรรคเตรียมเสนอก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที เพียงแต่เสนอให้ร่วมกันพิจารณา

 โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล แต่อยากฝากไปยังพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับเรื่องทิศทางข่าวที่ขณะนี้ข่าวออกมาหลายสาย เราก็สับสน ประชาชนก็สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าควรจะฟังใครดี หรือแม้แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์เองก็คงสับสนเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ออกมาบอกให้สงบปากสงบคำกันบ้าง

 นายวัชระกล่าวว่า ส่วนตัวแล้วเห็นว่าต้องให้ความเป็นธรรมต่อคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 237 ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่เหมือนเป็นการสังหารหมู่คนที่ไม่มีความผิด ไม่เฉพาะนายบรรหาร แต่ใน 220 คน ก็ล้วนแต่เป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการเมืองไทย แม้แต่ผลสำรวจก็ยังเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ และนิรโทษกรรมให้คนกลุ่มนี้มากถึงร้อยละ 70