ข่าว

'มาร์ค'สะเดาะเคราะห์ดวงเมือง

'มาร์ค'สะเดาะเคราะห์ดวงเมือง

17 ธ.ค. 2554

'มาร์ค' ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ดวงเมือง ให้ชาติไทยพ้นภัย เมิน รมว.กต. ท้าให้ฟ้อง เตือนรัฐ แจงรายละเอียด ม.112 นานาชาติ ซัด 'ปู' รู้เรื่องคืนพาสปอร์ต 'แม้ว' แล้วนิ่งเฉย เท่ากับเห็นชอบ

          เวลา 15.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.54 ที่วัดราชสิงขร ซ.เจริญกรุง 74 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปนาคปรกประทับยืน 3 ปาง ประกอบด้วย ปางห้ามญาติ ปางห้ามสมุทร และเปิดโลกทั้งสาม แก้ไขดวงเมือง เพื่อให้ชาติไทยรอดพ้นจากภัยพิบัติ 5 ประการ ด้วยมหาพุทธานุภาพ โดยประกอบพิธีกรรมสวดนพเคราะห์ สวดแก้อาถรรพ์อุบาทว์ สวดครูธรรม และครอบครู ซึ่งดำเนินงานโดยชมรมปวงชนข้าแผ่นดิน โดยมีพระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

          นายอภิสิทธิ์  กล่าวถึงกรณีการคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ ทางพรรคกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง ในการดำเนินการซึ่งชัดเจนแล้วว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ พูดเท็จ เพราะที่จริงแล้ว ได้มีการคืนพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ชี้แจง กลับไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งหากมีการดำเนินการที่โปร่งใส ก็ควรพูดความจริงตั้งแต่ต้น

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รมว.ต่างประเทศ ท้าให้พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการฟ้องร้อง ผู้นำฝ่ายค้านฯ  กล่าวว่า เขาไม่สนใจว่า นายสุรพงษ์ จะท้าทายหรือไม่ท้าทาย แต่ว่าสิ่งที่ตัวเองทำ เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างไร และนายสุรพงษ์ จะต้องตอบคำถามว่า ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่พูดความจริง ยืนยันว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และหากไล่ไปตามสายบังคับบัญชา ตั้งแต่ รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จะต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน

          ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ทราบเรื่อง เพราะเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอนนี้ คงทราบแล้วและเมื่อเกิดปัญหาข้อขัดแย้งการถูกหรือผิดในข้อกฎหมาย นายกฯ ต้องเข้าไปดู

          "วันนี้ นายกฯยังไม่รู้ไม่เป็นไร แต่วันต่อไปก็คงจะรู้ และถ้านายกฯไม่ดำเนินการอะไร ก็คงต้องถือว่า นายกฯเห็นชอบกับสิ่งที่ดำเนินการไป นายกฯควรบอกมาว่า เห็นชอบกับเรื่องอะไรบ้าง อย่าไปหลบ แล้วบอกว่า ไม่รู้ไปเรื่อย ๆ เลย ซึ่งฝ่ายค้านก็จะตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละคน"

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กลุ่มสยามสามัคคีต่อต้านการแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้กับชาวโลกและคนไทย คือ มาตรา 112 เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง มีที่มาที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างไร เพราะหลายเรื่องที่พูดกันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและหลักการ

          ส่วนปัญหาเรื่องการบังคับใช้ในบางกรณีรัฐบาลที่แล้ว ได้แก้ปัญหาด้วยการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางกฎหมาย ขึ้นมาเพื่อช่วยพนักงานสอบสวน และอัยการ ในการให้ข้อคิดเชิงวิชาการ ซึ่งการกระทำอย่างนี้ จะเหมาะสมมากกว่าการปล่อยให้เป็นปมความขัดแย้ง เรื่องการแก้หรือไม่แก้มาตรา 112

          ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่ทูตสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ว่า รัฐบาลต้องทำความเข้าใจ เพราะเวลาที่สหรัฐฯหรือประเทศอื่นไปเข้าใจผิดว่า กฎหมายมาตรานี้ ไปขัดกับหลักเสรีภาพในการแสดงออก ก็ต้องทำความเข้าใจว่า เสรีภาพในการแสดงออกในทุกประเทศ ก็มีข้อจำกัดในกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งจะเห็นว่า มีการดำเนินคดี กับผู้ที่ไปแสดงอาฆาตมาตร้ายต่อผู้นำประเทศ

          "ต้องแยกแยะ ระหว่างการแสดงความเห็นโดยสุจริต การวิจารณ์ในเชิงวิชาการ ออกจากการเอาความเท็จ หรือการแสดงอาฆาตมาตร้ายข่มขู่คุกคาม ดังนั้น ขออย่าสร้างความสับสน ซึ่งรัฐบาลต้องทบทวนตัวเองเกือบทุกเรื่อง ในการที่พยายามทำให้เกิดความไขว้เขวสับสนอยู่ในขณะนี้"

          หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์การวางระเบิด ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า จะเห็นได้ว่า มีการบอกว่า เป็นเรื่องของคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลพยายามส่งสัญญาณตลอดว่า เรื่องของผู้มีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ใช่ความผิดทางอาญา ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายสับสน ดังนั้น รัฐบาลต้องตั้งหลักใหม่

          ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดไปต่าง ๆ นา ๆ ก็อย่าไปถือสาอะไรมาก และที่บอกว่า จับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นฝ่ายล้มล้างรัฐบาลก็ไม่ตรงกับที่พูด เพราะตอนนี้ สื่อมวลชนก็รายงานว่า เป็นคนเสื้อแดง หรือว่า คนเสื้อแดง กำลังจะล้มรัฐบาลหรือไม่ ต้องถามร.ต.อ.เฉลิม

          นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการส่งสัญญาณว่า อาจมีเหตุการณ์ระเบิดในช่วงปีใหม่ว่า รัฐบาล นายกฯ รองนายกฯ และผบ.ตร. มีหน้าที่ที่จะไม่ให้เกิดขึ้น และยืนยันว่า พวกเขาที่อยู่ฝ่ายค้าน ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ดังนั้น ขอให้รัฐบาลรักษาความสงบเรียบร้อย อย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง หรือส่งสัญญาณให้การกระทำเหล่านี้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา

          ส่วนความพยายามผลักดัน ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องถามว่า ทำเพื่ออะไร วันนี้ประชาชนรอการแก้ปัญหา ที่เป็นผลสืบเนื่องจากน้ำท่วม แต่การออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ การบอกจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลบล้างความผิดให้คน เป็นการซ้ำเติมความรู้สึกของคนที่รอคอยการทำงานของรัฐบาล และยิ่งไปอ้างผลการเลือกตั้ง เขาก็ขอยืนยันว่า คนที่เลือกรัฐบาลเข้ามา ขอให้ช่วยทำตามที่สัญญาไว้ เช่นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นต้น เพราะนี้คือเหตุผลที่ประชาชนเลือกเข้ามา