
'กษิต'ซัด'รบ.-บัวแก้ว'รับใช้'แม้ว'
'กษิต' ประนาม 'รบ.-บัวแก้ว' ทำตัวเป็นสมุนรับใช้ 'แม้ว' คืนพาสปอร์ตผิดหลักสามัญสำนึก-กม. ปฏิเสธกระบวนการยธ.ไทย สวนความรู้สึกปชช. ซัด 'ยิ่งลักษณ์' หนีความรับผิดชอบไม่ได้
นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งวิธีที่จะดำเนินการมีดังนี้ คือ 1.แจ้งมิตรประเทศทุกประเทศ 2. ประสานไปยังตำรวจสากล ซึ่งเรื่องนี้ได้ดำเนินการไป ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เพราะเป็นนักโทษจะต้องจำกัดความเคลื่อนไหวด้วย 3 .ไม่ให้มีหนังสือเดินทาง และถ้าจะต้องเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ก็ไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง แต่ใช้เอกสารเดินทางกลับขาเดียวซึ่งเป็นหลักปฎิบัติสากล
"ทุกรัฐบาล มีหน้าที่ต้องนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม โดยทำอย่างไม่ลดละ การที่ไปออกพาสปอร์ตให้ก็เท่ากับเป็นการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่ทำภาระหน้าที่ในการเป็นรัฐบาลและออกหนังสือเดินทางให้ ก็ถือเปนการส่งเสริมให้คนกระทำผิดสามารถเคลื่อนไหวได้ก็ผิดทั้งในหลักสามัญสำนึกและกฎหมายของบ้านเมือง"
อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังถือหนังสือเดินทางทางการทูตอยู่ แต่ตอนหลังมีคดีและหนีคดี เราก็ไม่ให้อภิสิทธิ์นี้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทางทางการทูต และไม่ออกหนังสือใหม่ให้ ดังนั้นก็ไม่ควรที่จะใช้พาสปอร์ตแดงหรือพาสปอร์ตธรรมดา ไม่อย่างนั้นนักโทษในประเทศไทยทั้งหมดกีมีหนังสือเดินทาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ต้องคดีจะต้องถูกยึดหนังสือเดินทางด้วยหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า เขาไม่ทราบว่า มีหนังสือเดินทางหรือไม่ หนังสือเดินทางหมดอายุหรือไม่ เขาอยู่นอกประเทศหรือไม่ และสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งมาที่กระทรวงการต่างประเทศว่า ไม่ให้เอาตัวกลับมาจากต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป
“กรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อมีคำสั่งให้ยกเลิกพาสปอร์ต ก็เพราะว่ามีคดีอยู่ จะเป็นแบล็กลิสต์หรือไม่ ผมคิดว่า ไม่เป็นประเด็น อย่าไปผิดประเด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หนีคุกหรือไม่ ต้องกลับมาเข้าคุก และจะไปออกหนังสือเดินทางเพื่ออะไร คือเราอย่าผิดประเด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หนีคุก 2 ปี เพราะต้องกลับมาเข้าคุกและจะไปออกหนังสือเดินทางเพื่ออะไร นอกเสียจากทำตัวเป็นสมุนรับใช้พ.ต.ท.ทักษิณ ทำตัวผิดกฎหมาย ผิดครรลองของประชาธิปไตย"
นายกษิต กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ โดยเราออกพาสปอร์ต เฉพาะขาเข้ามาเท่านั้น และคนไทยทุกคนก็มีสิทธิที่จะกลับสู่ประเทศของตัวเองเป็นหลักปฏิบัติสากล ไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง แต่จะเดินทางมาที่ปอยเปต เราก็ไปรับได้ ไม่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง
"ผมคิดว่า รมว.ต่างประเทศ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยากสนองตอบพ.ต.ท.ทักษิณ โดยทำอะไรไม่ถูกต้อง สวนทางความรู้สึกของประชาชน “อดีตรมว.ต่างประเทศ ระบุ
นายกษิต กล่าวว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศต่างๆ โดยใช้พาสปอร์ตของประเทศมอนเตเนโกร ที่จ่ายไป 5 แสนเหรียญ ซึ่งมีข่าวมาอย่างนั้น เขาเดินทางไปที่ประเทศมอนเตเนโกร ประเทศนี้ ก็บอกว่า ออกหนังสือเดินทางให้ รมว.ต่างประเทศ ของมอนเตเนโกร ก็ยืนยัน อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ แม้ไม่มีพาสปรอ์ตของไทย พ.ต.ท.ทักษฺณ ก็เดินทางได้อยู่แล้ว อยู่มา 3 ปี เร่ร่อนไปทั่วโลก จะมาพูดอะไรตอนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การออกพาสปอร์ตถือว่า เข้าข่ายดำเนินคดีได้ นายกษิต กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย เขาไม่มีความช่ำชองในเรื่องนี้ และมองในเรื่องการเมือง ในแง่สามัญสำนึก เพราะกฎเกณฑ์มีอยู่ คือการเอานักโทษกลับสู่กระบวนการยุตะรรม ไม่ใช่อ้างแบบศรีธนญชัย อีกทั้งนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ก็ทำตัวเป็นสมุนพ.ต.ท.ทักษิณ เขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไร
“การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า ต้องเลิกทำ ก็ทำต่อไปสิมีเสียงข้างมากในสภาก็เยอะแยะ อำนาจก็มหาศาล ตำรวจก็เป็นพี่เมีย ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลเข้มแข็งและเอาจริงเอาจังแค่ไหน และผู้ที่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ ก.ต่างประเทศ ออกพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณ คือ ข้าราชการประจำโดยเฉพาะรมว.ต่างประเทศ และนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นพี่ชายของตัวเอง อย่าหนีความรับผิดชอบ อย่าบอกว่าไม่รู้ เลิกเสียทีคำพูดนี้ เป็นนายกฯต้องรับผิดชอบ"
เขาบอกด้วยว่า นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับ 3 หน่วยงาน คือกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจสันติบาลด้วย
อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในส่วนความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาอยู่ หลายประเทศไม่อยากให้ความร่วมมือ เพราะลังเลใจ ก็เห็นใจรัฐบาลต่างประเทศ เนื่องจากไม่รู้ว่า คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ หลักปฎิบัติสากลเขาไม่ส่งนักโทษการเมืองกลับมาให้ประเทศแม่ แต่เพราะพ.ต.ท.ทักษิณมีทั้งคดีการเมืองและคดีอาญามันถึงได้ยุ่ง
“สิ่งที่เราได้ขอทุกรัฐบาลคือ อย่าขอเปิดประเทศเขา ให้เป็นฐานการเมืองหรือเป็นฐานให้ พ.ต.ท.ทักษิณเล่นการเมืองไทย หรือไม่ได้ให้คู่ต่อสู้ของฮุนเซนมาใช้เวลาประเทศไทย เพื่อด่าพ่อล่อแม่ของฮุนเซน ก็ฉันใดฉันนั้น แต่เรื่องนี้เป็นจิตสำนึกของแต่ละประเทศ ก็ทีใครทีมันความเปลี่ยนแปลงก็มี"
อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาเปิดพรรคก็ต้องเล่นไปตามครรลองของสภา ขณะที่นอกสภาเราก็ชี้แจงต่อประชาชน ซึ่งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ก็สนใจเรื่องนี้อยู่ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำงาน ทั้งตำรวจ สำนักงานอัยการสูงสุด และท่านทั้งหลายทั่วโลก ก็ต้องคึกคักกว่านี้



