ข่าว

'บิ๊กบัง'เปิดใจเดินเครื่อง'ปรองดอง'

'บิ๊กบัง'เปิดใจเดินเครื่อง'ปรองดอง'

18 ธ.ค. 2554

สัมภาษณ์พิเศษ : 'พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน' : 'เดินเครื่อง"ปรองดอง"“ละ-ลด-เลิก-ทิฐิ แยกประเด็นผู้ต้องหาคดีอาญา' โดย 'ทีมข่าวความมั่นคง'

          "ปัญหาความขัดแย้งเกิดจากคนกลุ่มน้อย ฉะนั้นคนกลุ่มใหญ่ไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร และต้องการเห็นความปรองดองของคนในชาติ ฉะนั้นเราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกเลือกมาโดยประชาชน เราก็จะต้องสนองตอบของคนส่วนใหญ่ก่อน"

          ในขณะที่ความปรองดองกำลังถูกแปรสภาพกลายเป็นกฎหมายปรองดอง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) ให้สัมภาษณ์ถึงการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของคนในชาติผ่าน กมธ.ปรองดองว่า ตอนนี้อยู่ที่ทางสถาบันพระปกเกล้ากำลังศึกษาในรายละเอียด โดยจะต้องศึกษากรณีตัวอย่างอีกหลายประเทศ ส่วนจะออกมาในรูปแบบใดก็จะต้องรออีกระยะหนึ่ง ซึ่งทุกภาคส่วนตอบรับแนวทางการปรองดองตรงนี้หมดแล้ว เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่ามันวิกฤติของบ้านเมืองแล้ว ทุกคนอยากให้เกิดความสงบสุขเหมือนกัน ส่วนจะออกมาวิถีทางใดที่ดีที่สุดอยู่ระหว่างหาหนทางตรงจุดนั้น

 

@ แนวทางของการสร้างความปรองดองจะมีการแยกประเภทอย่างไร โดยเฉพาะผู้ต้องหาคดีอาญา จะมารวมอยู่ด้วยหรือไม่

          เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมารวมกันหรือไม่ อย่างไร แต่การดำเนินการยังไม่ถึงผลสุดท้าย ดังนั้นจะต้องรอผลของการศึกษาของแต่ละองค์กรกลับมายัง กมธ.ปรองดองก่อน หลังจากนั้นก็จะดูว่าอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ ทั้งนี้กลุ่มองค์กรที่นำเรื่องดังกล่าวไปศึกษาแล้ว ก็จะมีข้อเสนอแนะกลับมาว่าสิ่งไหนทำได้ หรือสิ่งไหนทำไม่ได้ ในฐานะที่เราเป็นผู้กำหนดแนวความคิด แต่คนที่ปฏิบัติไม่ใช่เรา ดังนั้นจะต้องรออีกระยะหนึ่งก่อนถึงจะแล้วเสร็จ

 

@ แนวทางปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อความคิดของคนยังแตกแยกออกเป็น 2 พวก

          ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่คณะทำงานที่จะไปศึกษาในรายละเอียดมา ผมคงตอบไม่ได้ทุกอย่าง จะต้องรอจากคณะทำงานว่าจะออกมาในรูปไหน โดยแต่ละรูปแบบจะนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างไรบ้าง ที่ผ่านมามันคิดไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละคนก็มองมูลเหตุกันคนละประเด็น หรือบางคนก็มองกันในประเด็นเดียวกันบ้าง แต่เมื่อมาถึงจุดรวมก็จะต้องมาดูกันอีกครั้งว่าเราจะมองกันตรงไหน อย่างไร ก็จะต้องว่ากันอีกครั้ง

 

@ แสดงว่าการหาจุดรวมของการสร้างความปรองดองของประเทศ ทุกส่วนจะต้องถอยหลังกันคนละก้าวถึงจะทำให้แนวทางนี้สำเร็จใช่หรือไม่

          จริงๆ แล้วในหลักการของ กมธ.ปรองดอง จะพูดกันในเรื่องการให้อภัยกัน หรือธรรมะ สิ่งเหล่านี้จะนำเข้ามาประกอบกัน ซึ่งธรรมะในการ “ละ-ลด-เลิก-ทิฐิ” โดยเฉพาะทิฐิจะต้องลดลงลืมอดีตกันบ้าง ลดทิฐิลงถึงจะไปได้ ซึ่งอยู่ในสูตรที่เราจะพยายามด้วยการถอยกันมาหาหนทางคุยกัน ปรองดองกัน

 

@ แนวทางปรองดองคือใครต้องโทษคดีอาญาก็ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายใช่หรือไม่ แต่ส่วนไหนที่คดีไม่รุนแรงและสามารถเข้าข่ายแนวทางปรองดองได้หรือจะนำมารวมกันใช่หรือไม่

          ยังตอบไม่ได้ในเรื่องนี้ ทุกอย่างจะต้องรอผลการศึกษาขององค์กรต่างๆ มาก่อน แล้วค่อยหาหนทางแก้ไขปัญหาต่อไป โดยทั้งหมดคงจะต้องหาหนทางที่ดีที่สุดให้ได้

 

@ แนวทางปรองดองจะพลิกล็อก หรือเป็นอุปสรรคหรือไม่ เพราะดูเหมือนสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มจะรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.หลายจุดพร้อมกัน

          อย่างที่บอกกันว่าขณะนี้ทุกคนคิดปรองดองกันหมดแล้ว ดังนั้นการดูแลสถานการณ์ขณะนี้จะต้องเป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปดูแลความเรียบร้อย โดยเฉพาะการติดตามดูว่าคนที่วางระเบิดเป็นกลุ่มไหน หรือเป็นใคร มีเจตนาต่อบ้านเมืองอย่างไร หรือว่าคนที่บงการอยู่ในส่วนของความขัดแย้ง หรือมือที่ สาม ก็จะต้องดูว่าเขาคิดอะไรอยู่ จะต้องดูว่าปัญหาบ้านเมืองของเรามีกี่กรณีที่สามารถทำให้เกิดความวุ่นวายได้ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องศึกษาให้ละเอียด

 

@ถ้าสถานการณ์บ้านเมืองรุนแรงขึ้นตามลำดับ จะทำให้แนวคิดปรองดองสูญเปล่าหรือไม่

          กมธ.ปรองดองไม่ได้คิดเพียงฝ่ายเดียว เพียงแต่เริ่มต้นแนวคิดดังกล่าว ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย ดังนั้นอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นข้างหน้าทุกคนก็จะต้องมาช่วยกันคิด ที่สำคัญเราคิดคนเดียวคงทำไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติที่ร่วมกันคิดอยู่ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องร่วมกันคิดเพื่อสนองตอบต่อปัญหาต่างๆ เหล่านั้น

 

@ กมธ.ปรองดองมั่นใจว่าจะสามารถฝ่าด่านปัญหาอุปสรรคของบ้านเมืองในเวลานี้ไปได้

          เรื่องนี้ได้พูดในที่ประชุมของ กมธ.ปรองดอง ว่าขอให้ทุกคนตั้งใจที่จะปรองดอง และทุกคนก็เห็นด้วยเพื่อให้เดินไปด้วยกันได้ ปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้วิกฤติมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นการปรองดองจะต้องทำเป็นส่วนๆ ไป ขณะนี้เราทำในส่วนของนิติบัญญัติก่อน หลังจากนั้นก็จะทำไปข้างนอกในส่วนต่างๆ ปัญหาความขัดแย้งที่จะหมดไป หรือลดน้อยลง ก็จะทำให้เกิดความปรองดองชัดเจนมากขึ้น ประชาชนทุกภาคส่วนไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง

          ปัญหาความขัดแย้งเกิดจากคนกลุ่มน้อย ฉะนั้นคนกลุ่มใหญ่ไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร และต้องการเห็นความปรองดองของคนในชาติ ฉะนั้นเราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกเลือกมาโดยประชาชน เราก็จะต้องสนองตอบของคนส่วนใหญ่ก่อน และนำปัญหาของคนส่วนน้อยที่เกิดขึ้นมาช่วยกันแก้ แต่ทั้งหมดก็จะต้องทำทุกภาคส่วนเพื่อให้มันขับเคลื่อนไปได้

 

...................

(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ : 'พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน' : 'เดินเครื่อง"ปรองดอง"“ละ-ลด-เลิก-ทิฐิ แยกประเด็นผู้ต้องหาคดีอาญา' โดย 'ทีมข่าวความมั่นคง')