ข่าว

มหานครปักกิ่งในวงแหวนกองขยะ

มหานครปักกิ่งในวงแหวนกองขยะ

18 ธ.ค. 2554

เปิดโลกวันอาทิตย์ : มหานครปักกิ่งในวงแหวนกองขยะ โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

                   การจัดการกับขยะครัวเรือนปริมาณมหาศาล กำลังเป็นปัญหาน่าปวดหัวของเมืองใหญ่ในจีน โดยเฉพาะมหานครปักกิ่ง แต่การให้ความสนใจหรือตื่นตัวยังสวนทางกับปัญหาที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมีสารคดีภายใต้ชื่อว่า Beijing Besieged by Waste by Wang Jiuliang หรือ ปักกิ่งในวงล้อมของขยะ โดย หวัง จิวเหลียง ช่างภาพอิสระ วัย 34 ปี ออกมาช็อกสายตาคนดู

                   หวังทำให้ชาวกรุงปักกิ่งตื่นขึ้นมารู้ว่า พวกเขากำลังอยู่ในวงล้อมของกองขยะอย่างแท้จริง

                   ช่าางภาพอิสระที่เคยมีรายได้อย่างงามจากการถ่ายแบบแฟชั่น ทุ่มเทเวลาหลายเดือนและเงินจนหมดกระเป๋า ในการติดตามรถบรรทุกขยะเป็นร้อยๆ คัน ไปยังที่ทิ้งขยะถูกกฎหมาย ผิดกฎหมายและศูนย์รีไซเคิล ถ่ายภาพกว่าหมื่นภาพ และบันทึกเป็นคลิปวิดีโอความยาวกว่า 60 ชั่วโมง ก่อนตัดออกมาเป็นสารคดีความยาว 55 นาที

                   เริ่มแรก หวังวางแผนทำสารคดีเชิงสอบสวนกระแสบริโภคนิยม ต้องการที่จะจุดประเด็นถกเถียงว่า การบริโภคเกินจำเป็น เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมแค่ไหน การเข้าไปถ่ายทำกองภูเขาขยะ เป็นวิธีเล่าเรื่องเพื่อยืนยันว่า รอบๆ กรุงปักกิ่งเต็มไปด้วยมลพิษจากขยะเท่านั้น แต่พอเข้าไปเห็นจริงๆ ก็รู้ว่าปัญหาขยะใหญ่โตกว่าที่คิดมาก

                   "มีไม่กี่คนที่รู้ว่า เมืองหลวงของเรามีขยะมากแค่ไหน ภาพถ่ายและวิดีโอที่ตนบันทึกเก็บไว้ จะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน" หวังซึ่งมาจากเมืองอันฉุย มณฑลชานตงกล่าว

                   ด้วยกล้องวิดีโอที่ขอยืมมา กับรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน หวังเริ่มถ่ายทำสารคดีจากที่ทิ้งขยะในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2551 โดยเริ่มต้น เป็นความพยายามตอบโจทย์ข้อเดียวคือ หลังจากนี้แล้วขยะจะไปไหน หวังจึงแอบตามรถเก็บขยะคันหนึ่งที่เก็บขยะจากอพาร์ตเมนต์ของเขา และได้พบจุดทิ้งขยะแห่งแรกว่าอยู่ชานกรุงปักกิ่งทางด้านตะวันออก

                   หวัง เล่าถึงครั้งแรกที่เห็นกองขยะมหึมาว่า ตอนนั้นอยู่ห่างจากที่ทิ้งขยะสัก 1 กิโลเมตร แต่กลิ่นที่โชยมาก็ทำให้เวียนหัว ทั้งยังต้องพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม บนพื้นที่เปียกลื่น เพราะเต็มไปด้วยขยะ       

                   กรุงปักกิ่ง มีที่กำจัดขยะถูกกฎหมาย 28 แห่ง เป็นแหล่งรวมการกำจัดขยะร้อยละ 70 จากทั้งหมด 17,400 ตันต่อวัน ประเมินว่าในปีที่แล้ว ชาวกรุงปักกิ่งเกือบ 20 ล้านคน ก่อขยะ 6.35 ล้านตัน

                   การหาสถานที่กำจัดขยะที่เพิ่มพูนไม่รู้จบ สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อความพยายามบริหารจัดการขยะในกรุงปักกิ่ง ส่วนที่ทิ้งขยะที่มีอยู่ในปัจจุบันก็เกือบเต็มหมดแล้ว

                   นายเว่ย พ่านหมิง รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดการขยะแข็งแห่งกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า เมื่อที่ทิ้งขยะเดิมถึงขีดจำกัดเมื่อไหร่ การหาที่กำจัดขยะใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

                   เว่ย บอกกับหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ว่า เมื่อเมษายน 2553 กรุงปักกิ่งตัดสินใจลงทุน 10 ล้านล้านหยวน เพื่อยกระดับระบบบำบัดขยะในระยะ 5 ปีข้างหน้า แผนการที่ว่านี้ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการร่างรายละเอียด เสนอว่าจะเพิ่มการเผาขยะของเมืองจากร้อยละ 15 ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 40 เพื่อช่วยต่ออายุสถานที่กำจัดขยะที่มีอยู่เดิม

                   ขณะที่สื่อจีนอื่นๆ รายงานว่า แผนกำจัดขยะระยะยาวจะรวมถึงการจัดหาถังขยะแยกสี เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะเปียก ขยะที่นำไปรีไซเคิลได้และขยะชนิดอื่นๆ

                   หวัง กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองมีความสำคัญเพียงใดต่อการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง ไม่มีใครสนใจเรื่องรีไซเคิล

                   กรุงปักกิ่งมีแหล่งกำจัดขยะผิดกฎหมายกว่า 1,000 แห่ง ที่กองทัพนักเก็บขยะทั้งหลายจะเข้าไปคุ้ยหาขยะทุกชนิดที่รีไซเคิลได้และนำไปขาย และธุรกิจกำจัดขยะเหล่านี้ ไม่มีมาตรการปกป้องสภาพแวดล้อมใดๆ

                   หวังใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจากกูเกิล เอิร์ธ เล็งหาที่ทิ้งขยะ เมื่อยืนยันว่าใช่แน่ก็จะทำเครื่องหมายจุดสีเหลืองไว้ หรือไม่ก็ใช้วิธีง่ายคือ การติดตามรถบรรทุกขยะไปยังจุดหมายปลายทาง หากรถบรรทุกแล่นไปยังสถานที่ที่มองเห็นกลุ่มควันสีดำและอีกาจำนวนมากแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าจะต้องเป็นที่ทิ้งขยะแน่นอน

                   หลังตะลอนด้วยรถจักรยานยนต์รวมเป็นระยะทาง 1.7 หมื่นกิโลเมตร ช่วงปี 2551-2553 หวังได้พบที่ทิ้งขยะชานกรุงปักกิ่งรวมกว่า 460 แห่ง และเมื่อเพ่งไปยังแผนที่ที่ทำเครื่องหมายสีเหลืองไว้ทีละจุด จนนับได้หลายร้อยแห่งแล้ว ก็ต้องตกใจกับภาพรวมที่ปรากฏชัดว่า มหานครปักกิ่งถูกขยะล้อมไว้หมดแล้ว กองขยะบางแห่งกินพื้นที่กว้างใหญ่เป็นหมื่นตารางเมตร กระจัดกระจายรอบๆ ถนนวงแหวนที่ 5 และ 6 ของกรุงปักกิ่ง

                   วงล้อมกองขยะรอบกรุงปักกิ่งจึงถูกเรียกว่า วงแหวนที่ 7 ของกรุงปักกิ่ง

                   "ผมไม่เคยรู้เลยว่ามีขยะที่จะต้องจัดการมากมายขนาดนี้ และไม่รู้ว่าอยู่ใกล้พวกเราขนาดไหน ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการปลุกจิตสำนึกและช่วยเหลือรัฐบาลทำให้สถานการณ์ดีขึ้น" หวังกล่าว

                   ภาพถ่ายจากช่างกล้องมืออาชีพ ทำให้ภาพขยะของหวังเป็นขยะมีชีวิต ที่สร้างความกระอักกระอ่วน ผะอืดผะอม และชวนคิด เหล่านี้รวมถึงภาพวัวและแกะที่กำลังเดินย่ำหาอาหารบนทุ่งขยะกว้างใหญ่ ทั้งนี้ ร้อยละ 50 ของขยะที่สุมตามสถานที่ทิ้งต่างๆ ในกรุงปักกิ่ง เป็นขยะจากครัวที่บูดเน่าและขึ้นรา 

                   สารคดีของหวังนั้น เผยให้เห็นถึงแม่น้ำสายหนึ่งที่ตื้นเขินบางส่วน และเต็มไปด้วยขยะลึกกว่า 1 เมตร

                   "เราอาจไม่ได้ดื่มน้ำจากแม่น้ำสายนี้ก็จริง แต่ใครจะรับประกันได้ว่า เราจะไม่กินผักที่โตมาจากแม่น้ำสายเดียวกัน คงไม่ยากเกินไปที่จะจินตนาการว่า ขยะที่เราโยนทิ้งนั้น จะกลับมาหาเราทางใดทางหนึ่ง" เสียงหวังเล่าในสารคดี

                   แต่การนำเสนอภาพฝั่งอัปลักษณ์ของนครหลวงแห่งนี้ คงไม่ทำให้คนในหน่วยงานปกครองท้องถิ่นปักกิ่งปลื้มนัก

                    หวังถูกเรียกไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ราชการ และจบลงไม่สวยเท่าไหร่ พวกเขาอ่อนไหวมากกับภาพถ่าย

                   นายเว่ย จากสำนักงานบริหารจัดการขยะแข็งของปักกิ่ง ยอมรับว่า กรุงปักกิ่งยังจัดการได้ไม่ดีพอและยังต้องทำอีกมาก และว่า มีที่ทิ้งขยะผิดกฎหมายกว่า 700 แห่ง ที่ถูกปิดไปแล้ว หรือปรับปรุงการดูแลดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องยกความดีให้สารคดีเปิดโปงของหวัง ที่ช่วยให้ผู้คนหันกลับมามองปัญหาขยะที่ทุกคนมีส่วนก่อขึ้น

                   หวังได้จัดแสดงภาพชุดขยะล้อมเมืองแล้วสองครั้ง และสารคดีได้นำออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่โรงภาพยนต์เอกชนในกรุงปักกิ่ง ต่อหน้าผู้ชม 300 คน เมื่อเดือนเมษายน จากนั้นได้จัดฉายตามโรงหนังเอกชนในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตออกอากาศสารคดีจากสำนักงานภาพยนตร์และโทรทัศน์ และยังไม่มีช่องใดติดต่อนำไปออกอากาศ

                   หวังรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า งานศิลป์กองขยะจะไม่ทำเงิน ทั้งยังเคยต้องพักการถ่ายทำเป็นระยะๆ เพราะงบหมด มีรายชื่อเจ้าหนี้และผู้มีพระคุณยาวเป็นหางว่าว        

                   ปัจจุบันนี้ หวังอยู่ได้ด้วยเงินสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่ง และเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก ฟอร์ด กรีน เอ็นจีโอในเครือบริษัทฟอร์ด ไชน่า ซึ่งนายหยาง เฉิน ผู้ประสานงานโครงการกับฟอร์ด กรีน กล่าวว่า หวังแบกรับความรับผิดชอบต่อสังคมมากมาย เราไม่อาจปล่อยให้คนสำนึกดีเช่นนี้ อยู่ไม่ได้

                   ช่างภาพที่หันมาเป็นศิลปินเพื่อชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกกดดันอย่างมาก เมื่อลูกสาวถือกำเนิดเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่จะให้กลับไปถ่ายภาพนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ในสตูดิโออุปกรณ์พร้อม ก็ทำไม่ได้อีกเหมือนกัน แม้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีรายได้อย่างงามจากอาชีพนี้ก็ตาม

                   โครงการต่อไปของเขามีชื่อว่า "ซูเปอร์ มาร์เก็ต" ที่จะมุ่งสำรวจจุดเริ่มต้นของกระแสบริโภคมากเกินจำเป็น ด้วยการสร้างโมเดลร้านค้า ที่ทำจากบรรจุภัณฑ์และขยะบริโภคนานาชนิด แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนคือ การมองหาสปอนเซอร์ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาคบริษัท เพราะคงไม่อยากเห็นสินค้าของตนเป็นหนึ่งในของประกอบฉากงานสารคดีขยะที่พวกเขาก็มีส่วนก่อขึ้นมา 

                   หวังเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งดีที่สุดที่จะทำเพื่ออนาคตของลูกสาวได้ ก็คือการเดินหน้าปลุกจิตสำนึกในปัญหาที่จะคุกคามอนุชนรุ่นหลัง

                    "หากเราเป็นแค่นกกระจอกเทศ เราก็แค่เอาหัวซุกทราย แต่เราเป็นมนุษย์ จึงไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป" หวังกล่าวทิ้งท้าย

สถานการณ์ขยะในจีน

                   นอกจากกรุงปักกิ่งแล้ว เมืองใหญ่หลายแห่งทั่วจีนก็มีกองขยะล้อมรอบเช่นกัน โดยนับจากจีนแซงสหรัฐเป็นผู้ก่อขยะครัวเรือนรายใหญ่สุดของโลกเมื่อปี 2547 ปริมาณขยะที่ประชาชนก่อขึ้นนั้น มีอัตราเพิ่มปีละ 8-10% ตามการขยายตัวของเขตเมืองอย่างรวดเร็ว

                   ตัวเลขล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว จีนก่อขยะ 152 ล้านตัน แต่ความสามารถในการบำบัดขยะแต่ละปีอยู่ 112 ล้านตันเท่านั้น

                    ที่เซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันก่อขยะจากบ้านเรือนวันละ 2 หมื่นตัน และตัวเลขนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณขยะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อหน่วยงานบำบัดขยะของเมือง ที่สามารถรับมือกับขยะได้วันละ 1.8 หมื่นตัน

                    ส่วนกวางโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีประชากรกว่า 10 ล้านคน ก่อขยะเกือบ 1.4 หมื่นตัน ในแต่ละวัน

                    สมาคมอุตสาหกรรมปกป้องสภาพแวดล้อมของจีน ระบุด้วยว่า ราว 2 ใน 3 ของเมืองใหญ่ 668 แห่งในจีน ถูกกองขยะล้อมรอบครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 500 ล้านตารางเมตร สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3 หมื่นล้านหยวนต่อปี และปัจจุบันยังมีเมืองอีกราวร้อยละ 29 ที่ไม่มีระบบจัดการขยะครัวเรือน และที่ทิ้งขยะที่มีอยู่ราวใน 1 ใน 3 ของจีนนั้น จะรับขยะเต็มศักยภาพภายใน 4 ปี

----------------------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : มหานครปักกิ่งในวงแหวนกองขยะ  ที่มา โกลบอล ไทม์ส, ไชน่า รีวิว  โดย...อุไรวรรณ นอร์มา )