
น้ำมันราคาวูบฉุดรายได้ปั๊มแก๊สชี้ปี52การแข่งขันรุนแรง-ชะลอขยายปั๊มใหม่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ปั๊มแก๊สปี 52 เหนื่อย ราคาน้ำมันต่ำดันส่วนต่างราคาไม่จูงใจให้รถยนต์ใช้แก๊ส มองการแข่งขันดุเดือดเพื่อความอยู่รอด งัดกลยุทธ์สู้กันดึงลูกค้า ปีนี้การขยายตัวของปั๊มชะลอ เช่นเดียวกับปริมาณการจำหน่ายที่เริ่มลดลงชัดเจน
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า จากความพลิกผันด้านราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับลดลงจากช่วงกลางปี 2551 ถึงเกือบเท่าตัว ประกอบกับจำนวนรถยนต์ที่หันไปติดตั้งระบบแก๊สลดจำนวนลงไปมาก ทำให้ธุรกิจสถานีบริการแก๊สต้องเผชิญสถานการณ์ตรงข้ามกับปี 2551 อย่างมาก โดยผลพวงของภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว ทำให้แนวโน้มการใช้แก๊สของรถยนต์ในปีนี้ คาดว่าจะลดลงจากปี 2551 ค่อนข้างมาก กระทบต่อรายได้ของสถานีบริการแก๊ส ขณะที่การแข่งขันแย่งชิงผู้เข้าใช้บริการระหว่างสถานีบริการแก๊สที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันก็มีความรุนแรงขึ้น
ในช่วงต้นปี 2552 การขยายตัวของจำนวนสถานีบริการแก๊ส และปริมาณการจำหน่ายแก๊สจะเริ่มชะลอตัวลงอย่างเด่นชัดมาก โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำ รถยนต์เก่าลดปริมาณการใช้แก๊ส ซึ่งราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่ายภายในประเทศปรับลดลงมามากนับตั้งแต่ปลายปี 2551 จึงทำให้ราคาแก๊สถูกกว่าน้ำมันสำเร็จรูปหลัก ลดน้อยลงเหลือเพียงประมาณลิตรละ 10 บาท ในเดือนมกราคม 2552 ถือเป็นส่วนต่างที่น้อยมากเมื่อพิจารณาถึงต้นทุนส่วนเพิ่มในการดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สที่สูงกว่าการใช้น้ำมันสำเร็จรูป
ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจโลกหดตัว ทำให้รถยนต์ใหม่ชะลอการติดตั้ง เนื่องด้วยค่าติดตั้งระบบแก๊สที่ค่อนข้างสูง เริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2 หมื่นบาท สำหรับการติดตั้งระบบแก๊สแอลพีจีในรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก จนไปถึงประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับการติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวีในรถยนต์ขนาดใหญ่ ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ เมื่อผนวกกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำ จะทำให้ความคุ้มค่าในการติดตั้งระบบแก๊สเมื่อพิจารณาจากระยะเวลาคืนทุนนานขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธุรกิจสถานีบริการแก๊สในปี 2552 จะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากปีก่อน ด้วยปัจจัยสำคัญคือ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และจำนวนรถยนต์ที่ติดตั้งระบบแก๊สใหม่อาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก จะทำให้ปริมาณการใช้แก๊สมีแนวโน้มลดลง โดยปริมาณการใช้แก๊สแอลพีจีในภาคขนส่งจะลดลง ทำให้การใช้บริการในสถานีบริการแก๊สของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสถานีบริการที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวไปให้ได้ โดยจะต้องปรับกลยุทธ์ทางการตลาดทุกด้านเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจต่อไป



