ข่าว

ปชป.ประณาม'สุรพงษ์-นพดล'โกหกปชช.

ปชป.ประณาม'สุรพงษ์-นพดล'โกหกปชช.

17 ธ.ค. 2554

'โฆษกปชป.' ประณาม 'สุรพงษ์-นพดล' โกหก- กะล่อน-ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ปชช. ออกพาสปอร์ต ให้ 'แม้ว'แล้ว ยังน่าไม่อายใช้ช่องโหว่ กม. บิดเบือน

                    17 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ และใช้ช่องว่างบิดเบือนทางกฎหมาย ในการให้ประโยชน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าวันนี้เรามีนักการเมืองที่โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน และให้ข้อมูลที่หลอกลวงต่อประชาชน เพราะเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. กระทรวงการต่างประเทศ ออกมายอมรับว่าได้มีการส่งคำร้องขอทำหนังสือเดินทางมาจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ในวันที่ 25 ต.ค. และมีการอนุมัติเพียงวันเดียวให้พ.ต.ท.ทักษิณในวันที่ 26 ต.ค. นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ยังออกมาให้สัมภาษณ์ในวันที่ 3 ธ.ค.ว่า การจะออกพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่แนวความคิด ทราบว่าจะดำเนินการได้ในช่วงปีใหม่

                    “นี่คือการโกหกประชาชนอย่างน่าไม่อายที่สุดของรมว.การต่างประเทศ อนุมัติไปวันที่ 26 ต.ค. แล้วพูดได้อย่างไรว่าไม่รู้ ตกลงว่าบ้านเมืองนี้คนเป็นถึงรัฐมนตรีโกหกเพื่อคนๆ เดียวได้ ภารกิจของรมว.การต่างประเทศ ไม่ต้องมีอะไรแล้ว แค่ทำอย่างไรก็ได้ให้พ.ต.ท.ทักษิณพอใจที่สุด บ้านเมืองจะเสียหายแค่ไหน ผมไม่คิดว่าคนอย่างนายสุรพงษ์จะมีศักดิ์ศรีมากนัก แต่ไม่เคยคิดว่าจะไม่มีเลยขนาดนี้” นายชวนนท์ กล่าว

                    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทราบ และกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการเอง

                    “นายนพดลก็เป็นอีกคนที่โกหกประชาชน หากพ.ต.ท.ทักษิณไม่ทราบ แล้วผีพ.ต.ท.ทักษิณหรืออย่างไร ที่ไปทำหนังสือขอที่กรุงอาบูดาบี หรือใครไปขอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น เรื่องนี้ทั้ง 3 คนต้องตอบให้ชัดเจน เพราะมีคนโกหกอยู่ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศไม่ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ถือว่าออกพาสปอร์ตโดยผิดระเบียบของกระทรวง เพราะเจ้าตัวเขาไม่รู้ แล้วไปเอารูปใครมาจากกรุงอาบูดาบี เพราะการทำพาสปอร์ตต้องมีการถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือ อยากถามว่าแล้วไปเอาลายนิ้วมือของใครส่งมา สะท้อนให้เห็นว่าเป็นนักการเมืองที่ขาดคุณธรรม จริยธรรมอย่างหนัก กล้าโกหกประชาชนถึงขนาดนี้ ทำไมตอนทำไม่กล้ารับ ไม่เห็นแน่อย่างที่ปากพูด” นายชวนนท์ กล่าว

                    นายชวนนท์ กล่าวต่ออีกว่า อยากเรียกร้องไปยังกระทรวงการต่างประเทศ 3 ข้อคือ 1.ขอเรียกร้องให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ต ของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะรมว.การต่างประเทศบอกเองว่าเขาไม่รู้เรื่อง

                    ดังนั้น การที่นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาพูดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ต้องมีคนใดคนหนึ่งโกหก 2.ต้องออกมายืนยันข้อเท็จจริงว่ารายละเอียดและข้อมูล ที่ส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศจากกรุงอาบูดาบี ในวันที่ 25 ต.ค.เป็นของจริงหรือไม่ เพราะวันที่ 3 ธ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเองว่ายังไม่ทราบเรื่อง เรื่องนี้ต้องชี้แจงไม่อย่างนั้นศักดิ์ศรีของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศจะหมดไปในครั้งนี้ และ 3.ข้าราชการของกระทรวงต้องออกมาพูดว่า นายสุรพงษ์ นายนพดล และพ.ต.ท.ทักษิณใครโกหกประชาชนบ้าง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเหตุการณ์ที่ตบหน้าคนไทยทุกคนอย่างแรงที่สุด ทำงานกันอย่างลับหลัง แล้วก็ออกมาบิดเบือนกับประชาชนอย่างหน้าไม่อาย ตนคิดว่านี่จะเป็นการแสดงให้เห็นมาตรฐานของนักการเมืองบางคนตกต่ำแค่ไหน

                    นายชวนนท์ กล่าวต่อไปอีกว่า การที่ออกมายืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในบัญชีดำของกระทรวงการต่างประเทศ ตนได้ยืนยันไปแล้วว่าคนที่หมายจับ มีคดีอาญาติดตัว และเป็นผู้ที่ศาลสั่งมิให้เดินทางออกนอกประเทศ เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเข้าข่าย ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะอนุมัติหนังสือเดินทางให้ ระเบียบเขียนชัดวันนี้จะบิดเบือน หรือไปลบข้อมูลกันอย่างไร ก็ต้องไปพิสูจน์กันตามกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ซึ่งตนหวังว่าการไปต่อสู้ในศาลจะไม่บิดเบือนและโกหกอีก

                    “หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เห็นด้วยกับการกระทำของนายสุรพงษ์ก็ไม่ต้องปลดออกจากครม. เก็บไว้อย่างนี้ ให้ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ และสร้างคะแนนนิยมกันไปเรื่อยๆ เพราะหากไม่ปลดน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะพูดออกมาแล้วว่าสิ่งที่รมว.การต่างประเทศ คนนี้ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และการที่นายสุรพงษ์ออกมาท้าผมนั้น ก็ไม่ต้องกลัว เพราะหากผมไม่ทำ ก็มีประชาชนอีกหลายคนไม่ปล่อยท่านไว้อยู่แล้ว อย่าหนีไปอยู่กับลูกพี่ตัวเองแล้วกัน ขอเรียกร้องอีกครั้งว่านายกรัฐมนตรีจะพิจารณา พฤติกรรมหรือผลงานของรัฐมนตรีต่างประเทศคนนี้อย่างไร ขอให้ตั้งใจพิจารณาคิดดู ถ้านายกฯตัดสินใจจะใช้งานรัฐมนตรีคนนี้ต่อไป ผทก็เชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังของรัฐบาลยิ่งลักษณ์” นายชวนนท์ กล่าว

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องแบล็กลิสต์ นายธานี ทองภักดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาชี้แจงว่าไม่มีเรื่องการหมกเม็ด โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องแบล็กลิสต์เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ และตามระเบียบเมื่อมีการแจ้งหมายมาจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเลขานุการแผนกคดีอาญา มาถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2551 ซึ่งรายละเอียดข้อหนึ่งระบุชัดว่า ห้ามจำเลยที่หนึ่ง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศ เว้นจะได้รับอนุญาตจากศาล ก็หมายความว่าบุคคลนี้ศาลไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ เมื่อเป็นอย่านั้นก็หมายความว่าบุคลนี้ตกอยู่ในระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้

                    “ก็ชัดเจนว่าควรจะต้องอยู่ในแบล็กลิสต์โดยอัตโนมัติ แต่ในเมื่อกระทรวงการต่างประเทศพูดว่า คนนี้ไม่อยู่ในแบล็กลิสต์ก็ต้องมาอธิบายว่าทำไมกรณีนี้ถึงได้รับการยกเว้นอีกแล้ว เพราะด้วยข้อมูลและหลักฐานอย่างนี้ ชื่อต้องเข้าไปอยูในแบล็กลิสต์ แล้วอยู่ดีๆจะบอกว่าไม่เห็นไม่อยู่ ก็ท่านไม่ได้กดว่าเป็นแบล็กลิสต์มันก็ไม่เป็น แต่กระบวนการขั้นตอนข้อกฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่ามีหมายศาลมาจากศาลฎีกา” นายชวนนท์ กล่าว

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายธานีพูดในทำนองว่าไม่เคยมีศาลหรือตำรวจติดต่อมา นายชวนนท์ กล่าวว่า แต่มีหนังสือที่ส่งมาจากเลขานุการแผนกคดีอาญา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2551และส่งรายละเอียดไปที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และส่งไปที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) ขอให้จับ พ.ต.ท.ทักษิณวันที่ 13 ส.ค. 51 ก็ต้องกลับไปดูระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ มาตรา 21 คนที่มีหมายจับคนที่ศาลไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศเป็นอย่างไร และถ้าเขาออกมาแล้วก็ต้องพูดว่าทำถูกระเบียบ ก็อย่างที่บอกต้องไปสู้กันในศาล เพราะข้อมูลที่เรามีอยู่ก้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

                    เมื่อถามว่า เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูว่าทำไมบุคลคนนี้ศาลส่งไปที่ตำรวจขอให้ออกหมายจับ ศาลส่งไปที่กระทรวงการต่างประเทศขอให้ยับยั้งการเดินทางออกนอกประเทศ แล้วบุคลนี้จะไม่อยู่ในแบล็กลิสต์ได้อย่างไร ก็ต้องไปตอบในศาลว่าข้อ้ท็จจริงเป็นอย่างไร

                    เชื่อมีความพยายามลบข้อมูลหลักฐานต่าง ใน “กต.” ถาม “เด็จพี่” ดิสเครดิตตรงไหน อ้าง พูดตามข่าวนสพ. แขวะ พูดอยู่ 3 คำ “เกมการเมือง- ดิสเครดิต-ไม่สร้างสรรค์”

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่ว่าข้อมูลต่างๆจะถูกลบออกไป นายชวนนท์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนก็ทราบอยู่ว่ามีความพยายามดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ข้อเท็จจริงตนเชื่อว่ายังไงก็ลบไม่หมด ตนก็อยากเรียกร้องให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา

                    เมื่อถามว่า ก่อนหน้านั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุว่าไม่มีหมายจับจึงไม่ได้ออกหมายจับไปยังต่างประเทศ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นี่เป็นหมายจับภายในประเทศก็ต้องให้ ผบ.ตร.ตอบว่าศาลส่งมาที่ผบ.ตร.ขอให้ออกหมายจับมื่อวันที่ 13 ส.ค. 51 และขณะนั้นท่านทำอย่างไรท่านต้องตอบ

                    “ผมอยากให้กระทรวงการต่างประเทศตอบมาก่อน ว่า 2-3 คนที่พูดไม่ตรงกัน มีใครโกหกเพราะที่บอกว่า 25-26 ต.ค.ส่งข้อมูลมาแต่เขาบอกคุณทักษิณไม่รู้เรื่อง ก็ต้องตอบให้ชัดก่อน แล้วเราก็จะตรวจสอบมากขึ้นของเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นการละเมิดกฎกระทรวง” นายชวนนท์ กล่าว

                    ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ประชาธิปัตย์สามารถใช้ช่องทางผ่านสภาได้ เช่นตั้งกระทู้สด โดยไม่ต้องออกมาดิสเครดิตกัน นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนขอถามนายพร้อมพงศ์ ว่ามีอาทิตย์ไหนที่ไม่พูดคำว่าดิสเครดิตบ้าง ตนเห็นท่องอยู่ 3 คำ เกมการเมือง ดิสเครดิต ไม่สร้างสรรค์ พูดได้แค่นี้ระวังว่าเขาปลดเอา แล้วอย่าไปร้องเรียนพ.ต.ท.ทักษิณแล้วกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องของการดิสเครดิตแต่เป็นเรื่องการผิดกฎหมายและเรื่องโกหกชัดเจน ตนไม่ได้เอาข้อมูลขจากที่อื่น ที่นอกเหนือจากในหนังสือพิมพ์เลย หลายฉบับก็ลงกันแล้วจะว่าดิสเครดิตยังไง เพราะเป็นเรื่องที่สังคมต้องตรวจสอบ ส่วนจะตั้งกระทู้หรือไม่ก็อาจจะทำได้ เราก็ทำไปตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนการตั้งกระทู้ในสภานายสุรพงษ์ก็ตอบข้างๆ คูๆ อีก

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายชวนนท์ได้นำเอกสาร ที่นายสังสิทธิ์ นรินทรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยเลขานุการ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกา เรื่องการออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน มาแสดงหลักฐานให้ผู้สื่อข่าวดู

 

เตือน'นายกฯ'เร่งสางปัญหา'ขยะเน่าเสีย'

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงปัญหาอุทกภัยว่า ในขณะนี้ยังมีพื้นที่อีกหลายจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และมีปัญหาเรื่องของขยะเน่าเสีย เราจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้ผู้ที่รับผิดชอบเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้กลายเป็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูแล้ว ไปที่ดอนเมืองก็จะไปเยียวยาไปคืนรอยยิ้ม แต่ในขณะที่ยังมีอีกหลายพื้นที่ยังจมน้ำเข้าเดือนที่ 3 ซึ่งหากท่านจริงจังในการแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะท่านแค่นำเครื่องสูบน้ำไประดมสูบกันเต็มที่ วันหรือครึ่งวันน้ำก็หมด ทั้งนี้ขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เริ่มต้นความจริงใจในการบริหารประเทศ

 

จี้'ยิ่งลักษณ์'ชัดเจน'แก้รธน.'หรือไม่

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเดินหน้าพ.ร.บ.ปรองดอง ว่า ตนมองว่าพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนั้น เป็นการแปลงร่างจากพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งนี้อยากได้ยินจุดยืนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะถ้าบอกว่าไม่ทราบแล้วในแฟ้มงานจะมีแต่กระดาษเปล่าหรือไม่ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีควรที่จะมาพูดเรื่องนี้ให้กระจ่างเพื่อให้สังคมได้รับรู้ อย่าหมกเม็ดดังเช่นกรณีของการคืนพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

'ปชป.'ซัด'ปึ้ง'หมดศักดิ์ศรีไม่ทำหนังสือประท้วง'เขมร'ยิงฮ.ไทย

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ ถูกทหารของกัมพูชายิงที่บริเวณ จ.ตราด ว่า แม้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ จะระบุว่ามีหน้าที่เข้ามาแก้ไข ทำให้สถานการณ์ความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ทุกคนได้เห็นแล้วถึงหน้าที่ของรมว.การต่างประเทศคนนี้

                    “ผมไม่อยากเรียกนายสุรพงษ์ว่าเป็นรมว.การต่างประเทศแล้ว เพราะทำให้คำๆ นี้หมดศักดิ์ศรี แต่พฤติกรรมของนายสุรพงษ์ไม่ได้มีความสามารถ ที่จะไปสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างที่ตัวเองพูด หรือปกป้องแผ่นดินหรือประโยชน์ของคนไทยเลย เพราะกรณีที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือโดนยิงบริเวณ จ.ตราด เป็นอีกกรณีหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่า นายสุรพงษ์คนนี้ไม่มีน้ำยาแค่ไหน เพราะเฮลิคอปเตอร์ของทหารไทยถูกยิง ในบริเวณที่เป็นผืนแผ่นดินไทยชัดเจน ผู้บัญชาการทหารเรือก็ออกมายืนยันแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ยินว่ารมว.การต่างประเทศคนนี้ จะทำหนังสือประท้วงไปยังประเทศกัมพูชา” นายชวนนท์ กล่าว

                    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเพราะบทบาททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น สิ่งที่ต้องทำเรื่องแรกคือ การทำหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาทันที เพราะหากไม่ทำเท่ากับยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เราเป็นฝ่ายผิด และขณะนี้ทางกัมพูชาก็ออกแถลงการณ์ว่าเขายิงโดยชอบธรรม เพราะทหารไทยไปรุกล้ำดินแดนเขา ถ้าไม่ทำหนังสือประท้วงเพื่อยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของกัมพูชาที่ยิงเข้ามาในแผ่นดินไทย หมายความว่า ณ จุดนั้น ตอนนี้ท่านยอมรับว่าเป็นแผ่นดินของกัมพูชา แทนที่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. จะเอาเวลาไปปกป้องแผ่นดิน และผลประโยชน์ของคนไทย รวมทั้งทหารไทยที่รับใช้ชาติตามตะเข็บชายแดน แต่กลับเอาเวลามานั่งโกหกประชาชนทั้งประเทศเพื่อคนๆ เดียว

                    นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ทางการกัมพูชาได้พาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของยูเนสโก จากประเทศสมาชิกที่มาดูแลประสานงานเรื่องปราสาทพระวิหาร (ICC) ไปตรวจความเสียหายของปราสาทพระวิหาร แต่รมว.การต่างประเทศไม่เคยพูดเรื่องนี้ออกมาสักคำ ปล่อยให้เขาเดินเข้ามาบ้านเราอย่างสบายๆ และคณะกรรมการเหล่านี้เข้ามาทางกัมพูชาและเข้ามาได้โดยสะดวก ทางไอซีซีก็จะกลับไปรายงานกับยูเนสโกว่าประเทศไทยไม่ได้มีท่าทีประท้วง ขัดแย้ง หรือไม่เห็นด้วยกับการมาของไอซีซีเลย แล้วเขาก็จะกลับไปยืนยันว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นของกัมพูชา
เชื่อ “เขมร” ไม่เลว “ยิง ฮ.กองทัพเรือ” กลบข่าว การเมืองในไทย เย้ย ผลงาน “รมว.กต.” ไม่ใส่ใจกับปัญหาชาติ

                    “นี่คือผลงานของรมว.การต่างประเทศคนนี้ ไม่ได้ใส่ใจกับปัญหาของชาติ ไม่ได้ใส่ใจกับประโยชน์ของประชาชน ท่านบอกว่าถ้าท่านมาความสัมพันธ์ของสองประเทศจะดีขึ้น มันดีแน่อยู่แล้ว เพราะท่านยกประโยชน์ให้กัมพูชาทุกอย่าง เขามายิงทหารไทยในบ้านเมืองไทยท่านก็ไม่ว่า เขาอ้างว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชาท่านก็ไม่ว่า เขาเอาเจ้าหน้าที่มาจากยูเนสโกมาตรวจสอบความเสียหายของปราสาทพระวิหาร แล้วมากล่าวหาไทยรุกราน ท่านก็ไม่ว่า ทำอย่างนี้ สมเด็จฮุนเซ็นเขาก็ชอบ เขาก็รักอยู่แล้ว เพราะเป็นรัฐบาลที่ยกประโยชน์ทุกอย่างให้กัมพูชา ไปเตะบอล ไปซ่องสุมกัน เอาแผ่นดินและผลประโยชน์ของชาติไปแลกเปลี่ยน เป็นการทำอย่างไร้ศักดิ์ศรีที่สุด” นายชวนนท์ กล่าว

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ จะเกี่ยวข้องกับการกลบข่าวเรื่องการออกพาสปอร์ตหรือไม่ เพราะความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศเป็นไปด้วยดี และจะเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนคิดว่ากัมพูชาคงไม่เลวขนาดนี้ และต้องชมกัมพูชาอย่างหนึ่งว่าเขารักประเทศของเขา จะดีกับไทยแค่ไหน เขาก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของเขา และเขาออกมายิงเราในเขตที่เป็นพื้นที่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยหรือไม่ ตนคิดว่ากัมพูชาคงไม่ไปไกลขนาดนั้น แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือการประท้วงไปที่กัมพูชาเพราะเป็นเรื่องใหญ่ กองทัพก็มีความไม่สบายใจ เพราะรัฐมนตรีของเราไปพูดทำนองว่ายอมเขา และพื้นที่ตรงนั้นกัมพูชาอ้างว่าเป็นของเขา และระบุว่าทหารไทยยิงก่อน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย และจะทำให้ไทยเสียท่าทีในเรื่องการเจรจาดินแดน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทางทะเลตรงนั้นอยู่พื้นที่หลักเขต 71-72 เป็นหลักเขตที่ยังตกลงกันไมได้ชัดเจน ดังนั้น หากไปพูดอย่างนี้เวลาไปสู้กันในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) เขาก็จะยกตรงนี้มาอ้างว่าตอนที่เกิดเหตุประเทศไทยไม่เห็นต่อสู้เลยว่าเป็นพื้นที่ของไทย เพราะกัมพูชาอ้างว่าเป็นพื้นที่ของเขาและเราก็ไปยอม ซึ่งจะทำให้เสียหาย

 

อัด'เฉลิม'อย่าป้ายสีกลุ่มอื่นเบื้องหลังระเบิดป่วนเมือง

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีการวางระเบิดในเขตกทม. ที่อาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อกลบเกลื่อนกรณีการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ตนไปกล่าวหาเขาขนาดนั้นไม่ได้ แต่คิดว่า ร.ต.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ทราบดีทุกเรื่องอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น่ายาก และก็อย่าโยงให้เป็นประเด็นทางการเมืองโดยเฉพาะในส่วนของฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งตนยืนยันว่าไม่มี

                    “วันก่อนผมเห็นพ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าขณะนี้มีกระบวนการล้มล้างรัฐบาล ผมบอกได้เลยว่าท่านหันไปมองในคณะรัฐมนตรีของท่านเถอะครับ เพราะว่าผลงานของคนเหล่านั้น ต่างหากที่จะล้มล้างรัฐบาลของท่านได้ ไม่มีใครที่จะไปทำร้ายรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนได้ แต่ในขณะนี้มีการทำงานเพื่อคนๆเดียว และมีขบวนการระเบิดออกมาก็พยายามไปโยนให้กับบุคคลอื่น ซึ่งท่านต้องจับตัวมาให้ได้ อย่าไปสร้างความสับสน เพราะในขณะนี้ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาว่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเริ่มจะหดหายไปแล้ว เพราะตำรวจหรือร.ต.อ.เฉลิม ออกมาพูดชัดทุกวัน ว่าทราบอย่างนั้นอย่างนี้แต่จับตัวคนร้ายไม่ได้สักที” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า การวางระเบิดในช่วงนี้จะเป็นการสอดรับกับการคาดการณ์ล่วงหน้าของร.ต.อ.เฉลิม ที่ระบุว่าจะเกิดเหตุลอบวางระเบิดในช่วงปีใหม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า หากร.ต.อ.เฉลิม ทราบแล้วและถ้าเกิดขึ้น ก็ต้องถือเป็นความหย่อนยานของ ร.ต.อ.เฉลิม และพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพราะท่านทราบดีว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น