ข่าว

'ปู'จ้อสดเชียงใหม่ปชช.แห่ดูแน่น

'ปู'จ้อสดเชียงใหม่ปชช.แห่ดูแน่น

17 ธ.ค. 2554

'ยิ่งลักษณ์'จ้อสดกลางตลาดสดวโรรส จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางชาวเชียงใหม่ให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น เผย ดีใจที่ได้กลับบ้านเกิด ลั่นพร้อมดำเนินการแก้ไขทุกปัญหา อ้อนขอเวลารัฐบาลพิสูจน์

                       17 ธ.ค. 54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ โตวิกษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายบุญทรง เตรินาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็น สส.เชียงใหม่ และผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมรายการสด "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ดำเนินรายการโดย นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ตลาดสดวโรรส จ.เชียงใหม่ โดยมีประชาชนชาว จ.เชียงใหม่ให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น

                       ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พาคณะเดินชมตลาดวโรรส ซึ่งถือเป็นตลาดที่ชาวเชียงใหม่นิยมซื้ออาหารพื้นเมือง และได้พูดคุย พบปะ ประชาชนภายในตลาด พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงาน"พืชสวนโลก"อีกด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้กลับมายังบ้านเกิด นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และถือเป็นชาว จ.เชียใหม่ คนที่ 2 รองจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้เป็น นายกรัฐมนตรี

                       "ดิฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมายังเชียงใหม่ และประชาชนให้การต้อนรับอย่างดีเช่นนี้ " น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                       อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า การเยือนเชียงใหม่ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งแรก และได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการหม่อนไหมโลก ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งรัฐบาลจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัส ในการส่งเสริมและสานต่อเกี่ยวกับการสนับสนุนศิลปหัตถกรรม ผ้าไหม คุณภาพอย่างเต็มที่

                       "ดิฉันรู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้เดินทางกลับมาขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่หลังจากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากติดภารกิจน้ำท่วม แต่ตอนนี้โดยรวมเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อาทิ นนทบุรี ปทุมธานี แต่ จ.นครปฐม ยังน่ากังวล ทั้งนี้ตนไดกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหา รวมถึงกำชับเร่งแก้ไขดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญให้พี่น้องประชาชน รวมถึงนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยอีกด้วย" น.ส.ยิ่งลกษณ์ กล่าว

                       ส่วนกรณีปัญาหาขยะที่เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงมาสู่ภาวะปกตินั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปัญหาขยะถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะขยะมูลฝอยมีจำนวนมาก ตนจึงมอบหมายให้ นายยงยุทธ วิชัดิษ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล เร่งแก้ไข และดำเนินการฟื้นฟูทั้งแผนสั้น และแผนระยะยาวให้เร็วที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากชาวต่างชาติ ซึ่งจากการประชุมอาเซียน โดยรวมแล้วนั้นนักลงทุนในประเทศต่างยังมั่นใจกรลงทุนในประเทศไทย และตนเตรียมจัดประชุมครม.สัญจร ตามพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ซึ่งจะจัดอีกครั้งทางภาคเหนือ เพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันน้ำท่วมระยะยาวอีกด้วย

                       นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวจะมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่า "ตอนนี้ยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี และเป็นการประเมินงาน ประสิทธิภาพงาน การแก้ไข การปรับปรุง หารือร่วมกันมากกว่าว่าแต่ล่ะงานที่รัฐมนตรีรับผิดชอบดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร"

                       เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมการประเมินผลงานของตัวเองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ดิฉันประเมินตัวเอง ทั้งการบริหารจัดการงาน ซึ่งต้องยอมรับว่า อาจดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง ซึ่งต้องกราบขอโทษประชาชนอีกครั้ง แต่ขอให้มั่นใว่า รัฐบาลพยายามและตั้งใจเร่งดำเนินการแก้ไขกับปัญหาที่ประสบ และต้องยอมรับว่า การทำงานที่ผ่านมา ยังทำได้ไม่เต็มที่ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจาก ต้องแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่บางโครงการที่หาเสียงไว้ดำเนินการไปแล้ว

                       เมื่อถาว่า ปีหน้าจะมีเรื่องท้าทายเรื่องไหนที่จะดำเนินการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้านการตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเป็นสิ่งที่ท้าทาย จนมาสู่ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพัฒนา กระตุ้น เศรษฐกิจไทย และต่อยอดส่งเสริม คุณภาพ ผลผลิตให้ดีขึ้น เชื่อว่า จะทำตรงนี้ให้แข็งแรง เพื่อเศรษฐกิจของไทยให้รุดหน้า  

 

ชี้เรื่องกฎหมายเป็นหน้าที่สภาฯ รัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศ

                       น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มสยามสามัคคีออกมาปกป้องกฎหมายอาญามาตรา112 ว่าด้วยผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัติรย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ว่า เรื่องของข้อกฎหมายจะเป็นเรื่องของรัฐสภา ซึ่งวันนี้รัฐบาลจะมุ่งเน้นในเรื่องนโยบายและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และบำรุงขวัญกำลังใจของประชาชน เพราะถือเป็นความสำคัญลำดับแรก ซึ่งหลังปีใหม่นี้รัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน อย่างไรก็ตามจะแจ้งให้ทราบเป็นทางการอยู่แล้ว ส่วนนโยบายต่างๆก็จะดำเนินการไป ที่จะให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม และติดตามข่าวในเรื่องของเศรษฐกิจต่างๆ และพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญหลัก ในการสร้างพื้นฐาน ซึ่งก็ขอให้ประชาชนสบายใจว่า พื้นฐานประเทศไทยมีโครงสร้างที่ดี หากเราฟื้นฟูความมั่นใจต่างๆ เชื่อว่าเศรษฐกิจก็จะกลับมาโดยเร็ว


ย้ำ ถกจีบีซี 21 ธ.ค.นี้ แค่กำหนดท่าทีไทย-กัมพูชา ภายใต้คำสั่งศาลโลก

                       น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการหารือกับร่วมกับกองทัพในกรอบการประชุมจีบีซี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธ.ค.54 ว่า การหารือจีบีซีครั้งนี้เป็นการหารือในท่าทีของทั้ง 2 ฝ่าย สำหรับการประชุมดังกล่ว ขั้นตอนทั้งหมดจะกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐมนตรี และนำเข้าที่ประชุมสภาฯ จึงเป็นการประชุมเพื่อหารือถึงมาตรการชั่วคราวตามคำสั่งศาลโลก ไม่ใช่เป็นการไปสู้คดีในศาลโลก รวมถึงการปรับกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องเป็นข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ส่วนจะตกลงอย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่นำไปหารือเพียงอย่างเดียว แล้วนำกลับเข้ามาผ่านขบวนการของคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ก่อนนำไปเจรจา ดังนั้นตรงนี้ถือว่ายังไม่ได้ทำอะไร และการหารือในครั้งนี้ก็เป็นไปตามคำสั่งของศาลโลก


นายกฯ เตรียมเยือนพม่า 19-20 ธ.ค.นี้ เล็งพบ "ออง ซาน ซูจี" 

                       น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ว่า ตนจะเดินทางไปเยือนสหภาพพม่า ในวันที่ 19-20 ธ.ค.นี้ โดยจะเข้าร่วมการประชุมด้านความร่วมมือด้านพลังงาน ของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำ รวมถึงจะใช้โอกาสนี้เข้าพบ นางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นสตรีที่มีความโดดเด่น ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและความคิดเห็น