
หนังม้วนเก่าของ ไครสเลอร์
ธุรกิจทุกชนิดในโลกนี้ต่างได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวของระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งสิ้น ผลกระทบดังกล่าวจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกันและกัน ใครค้าขายกับอเมริกาโดยตรงมากก็ได้รับผลกระทบมาก ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของอเ
ธุรกิจการเงินและประกันภัยเป็นด่านแรกที่มีข่าวร้ายออกมาก่อนเพื่อน จากนั้นธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบตามมา แต่ดูทีท่าว่าแม้จะได้รับผลกระทบทีหลัง แต่อาการบาดเจ็บจากผลพวงความล้มเหลวของระบบอเมริกันครั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์จะบาดเจ็บหนักที่สุด
คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกนี้ ต่างยกย่องให้กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกาเป็นพี่ใหญ่ ถึงกับขนานนามสามองค์กรชั้นนำด้านยานยนต์ของอเมริกาว่า “บิ๊กทรี” อันหมายถึงยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกนี้ ด้วยยอดการผลิตและจำหน่ายที่มากกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ ในโลกมาช้านาน
แต่แล้วเมื่อเกิดภาวะถดถอยทางด้านเศรษฐกิจขึ้นมา บิ๊กทรี ก็ทำท่าว่าจะกลายเป็นยักษ์แคระหรือยักษ์พิการเอาดื้อๆ เพราะมีแต่ข่าวด้านลบออกมาให้สาธารณชนได้ยินได้ฟังกันทุกวัน เล่นเอาผู้บริโภคที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเกิดอาการอกสั่นขวัญแขวนไปด้วย
รายที่อาการทรุดหนักมากที่สุดในกระบวนการ บิ๊กทรี คือ ไครสเลอร์ ซึ่งถือเป็นยักษ์ที่ตัวเล็กที่สุดในจำนวนสามตน สถานะในวันนี้ของไครสเลอร์ เทียบได้กับคนป่วยที่อยู่ในห้องไอซียู เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อปรับฐานะองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งยังยากที่จะประเมินได้ว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปแล้ว ไครสเลอร์จะอยู่ในฐานะอะไรหรือจะต้องมีตราสินค้ารถยนต์ในมืออีกกี่ยี่ห้อที่จะต้องถูกตัดขายออกไป
แต่ใครติดตามสถานการณ์ของไครสเลอร์มาอย่างใกล้ชิด จะพบว่าภาวะที่เลวร้ายที่สุดของไครสเลอร์ ไม่ได้มีที่มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของอเมริกาในครั้งนี้ แต่มีการสะสมความผิดพลาดมายาวนานหลายปี โดยภาวะเศรษฐกิจของอเมริกาคราวนี้เป็นตัวเร่งเท่านั้นเอง
สิบปีที่ผ่านมา ไครสเลอร์ เคยก้าวเข้าไปร่วมทุนกันกับ เดมเลอร์ เบนซ์ แห่งเยอรมนี มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเสียงเป็น เดมเลอร์ไครสเลอร์ แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันค้ำคอ ทำให้ไม่สามารถกลืนรวมองค์กรกันได้สนิทตามที่ควรจะเป็น ท้ายที่สุดแม้จะมีการขยายตัวออกไปควบรวมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาด้วย แต่ไครสเลอร์ก็ไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง ต้องแยกตัวเองออกมาในลักษณะที่เรียกได้ว่าซมซานกลับบ้าน
การที่ต้องตกอยู่ในภาวะที่ต้องเข้าแผนล้มละลายของไครสเลอร์ครั้งนี้ นอกจากจะต้องให้รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่กำกับบทบาทในระดับที่ใกล้ชิดมากขึ้นแล้ว ยังมีข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกันกับ เฟียต ของประเทศอิตาลีในบางบริบทตามมาอีกด้วย จึงเป็นที่น่าสนใจจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า ยักษ์ใหญ่จากวงการยานยนต์สัญชาติอเมริกาตนนี้ จะยอมกลืนเลือดให้ต่างชาติเข้ามาทำหน้าที่บริหารสั่งการตามฐานะการเงินได้หรือไม่
หากยังคงดำรงตนเยี่ยงพญาอินทรีที่เปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรี รับรองได้ว่าบทเรียนจากครั้งที่เคยควบรวมกับ เดมเลอร์ เบนซ์ แห่งเยอรมนีคงตามมาหลอกหลอนอีกเป็นแน่แท้
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



