
"โฮม" ในช่วงเทศกาลกลับบ้านเกิด!?
เข้าบรรยากาศ 'โกโฮม' ช่วงปีใหม่นี้ กับ E-San Shortfilm and Animation Contest 2011 ที่หนุนคนรุ่นใหม่ทำหนังเพื่อบอกเล่าเรื่องราวในประเด็น'โฮม'
ใกล้มาถึง 'เทศกาลกลับบ้านเกิด' สำหรับ 'คน ตจว.' ในช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งปีนี้รัฐบาลประกาศวันหยุดช่วงปีใหม่ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2555 โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยได้ทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือน
จะด้วยข้ออ้างอะไรก็เถอะ แต่สำหรับ 'มนุษย์เงินเดือน' รวมไปถึง 'ลูกจ้างทั่วไป' ก็คงดีใจที่ได้หยุดหลายวัน เพื่อจะได้กลับภูมิลำเนา หรือกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมครอบครัวและญาติพี่น้องที่ต่างจังหวัดแบบได้อยู่นานๆ ให้หายคิดถึงกัน เพื่อให้เข้าบรรยากาศ 'โกโฮม' ช่วงปีใหม่นี้ กับ E-San Shortfilm and Animation Contest 2011
ซึ่งเป็นโครงการ 'หนังสั้น' และ 'แอนิเมชั่น' ที่สนับสนุนให้กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจได้ทำหนังเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นอีสาน ในประเด็น 'โฮม' (HOME) ภาพยนตร์สั้นความยาว ระหว่าง 5-15 นาที Animation ไม่จำกัดเทคนิคความยาว 3-10 นาที แบ่งประเภทผู้เข้าประกวดเป็น 2 ประเภท คือ นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา (ไม่จำกัดภูมิลำเนา) และประชาชนทั่วไป (ไม่จำกัดภูมิลำเนา) รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 300,00 บาท พร้อมโล่รางวัล รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก facebook.com/esanshortfilm2011
กิจกรรมสร้างสรรค์ดังกล่าว มีกลุ่มคนรักหนังสั้นอีสานช่วยกันจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว อาทิ อ.ปรีชา สาคร,ดร.คชากฤษ เหลี่ยมไธสง และ อ.กันยารัตน์ ยังมี แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สำหรับโครงการน่าสนใจนี้ "อ.อุ๋ย ปรีชา" ตัวตั้งตัวตีสำคัญได้บอกเล่าความมุ่งมั่นตั้งใจในหลายประเด็น ดังนี้
เหตุผลที่ตั้งหัวข้อประกวดฯ ว่า "โฮม"
คำว่า โฮม ในความหมายของคนอีสานแปลว่า เอามารวมกัน หรือ รวมกัน พร้อมหน้าพร้อมตากัน ในบางครั้ง ใช้ตอนก่อนถึงงานบุญหนึ่งวัน เรียกว่า “มื้อโฮม” (วันรวม) ชาวบ้านก็จะ“มาตุ้มมาโฮม” ร่วมลงมือลงแรง มาช่วยกันตระเตรียมข้าวของ ข้าวต้มโค่น (ข้าวต้มมัด) อาหารการกินเพื่อให้พร้อมต้อนรับแขกคนที่มา “โฮมบุญ” มันหมายถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนในการกระทำกิจจกรรมในสังคมร่วมกัน
หรือในบางความหมาย โฮม คือ การบวกเลข คือการรวมกัน เช่น ต่อไปสิเป็นการโฮมเลข
สิบเอ็ดกับเก้าตั้งโตเลขสิโฮมไว้คนละบรรทัด สิบเอ็ด คือ นึงกับนึงนึง โฮม เก้า ได้สิบ ใส่ ศูนย์ จื่อ นึง
นึงอีกโต บ่มีโตโฮมซักลงมา โฮมกับนึงที่จื่อไว้ ได้ สองเขียนสอง ตอบ ซาว
ภาษาอังกฤษ “โฮม” “Home” แปลว่าบ้าน มันก็เป็นสถานที่ที่อบอุ่นในครอบครัว ให้เราได้พบปะสมาชิกในครอบครัว พูดคุย แลกเปลี่ยน สารทุกข์สุขดิบ หลังจากที่ไปเผชิญชีวิตในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่อบอุ่นที่สุดแล้ว
เหตุผลของการตั้งประเด็น โฮม มีอยู่ หลายประเด็นพอสมควร คืออยากให้เห็นความสำคัญของความสามัคคี เพราะสังคมไทยทุกวันนี้ ให้ความสำคัญเรื่องนี้น้อยมาก ส่วนใหญ่มองความสำคัญด้านวัตถุ ตัวใครตัวมัน เพราะฉะนั้น ประเด็นแรกคือ เป็นที่ทราบกันดีว่า ชาวอีสานมักจะทำงานนอกพื้นที่ เช่น เข้ากรุงเทพฯ หรือ ทำงานในตัวเมืองใหญ่ ในแต่ละปีอาจจะมีโอกาสกลับบ้านเพียงครั้งหรือสองครั้ง ในหลายโอกาสของงานบุญทางภาคอีสาน เช่น ผ้าป่าสามัคคี ปีใหม่ สงกรานต์ ก็เป็นโอกาสอันดีที่ญาติพี่น้องจะได้กลับมาพบหน้า พร้อมตา มาตุ้มมาโฮมกันที่ Home (บ้าน) ของแต่ละคน ลูกๆ ก็จะมาโอกาสพบหน้า พ่อ แม่ ส่วน ปู่ ย่า ตา ยาย ก็คงจะดีใจมิใช่น้อยที่ได้เห็นลูกเห็นหลาน มาโฮมกันในวาระสำคัญ ๆ อย่างเช่นงานบุญ เพราะฉะนั้น งานบุญจึงเป็นสิ่งที่วิเศษสุดของชาวอีสาน จะพูดอย่างนั้นเลยก็ว่าได้ อยากสร้างเครือข่าย (โฮม) คนทำหนังสั้น โดยเฉพาะในอีสานมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งกันและกัน ตลอดจนนำเสนอมุมมองต่างๆ ในประเด็นความเป็นอีสาน
คาดหวัง อะไร ยังไง
สังคมยังมองคนอีสานเป็นคนชายขอบ สิทธิเสียงในสังคมเมืองยังมีน้อย จะเห็นได้จากภาพยนตร์
หลายเรื่อง นำเอาความเป็นอีสานมาประกอบสร้างความจริงทางสังคมให้ดูตลกโปกฮา นำเอาภาษาอีสานไปใช้แบบผิดๆ เช่น คำว่า เสี่ยว (เพื่อนสนิท, เพื่อนตาย) ในความหมายของคนอีสานแล้วนั้นมันยิ่งใหญ่มาก แต่ในทางกลับกันในสังคมเมืองกลับมามอง เสี่ยว คือ ตัวแทนของความบ้านนอก ด้อยความเจริญ หรือ พฤติกรรมที่ดูท่าทางตลก เก้ๆ กังๆ ดังนั้น จึงอยากให้ หนังสั้นเป็นตัวบอกว่าเล่าเรื่องราวและแสดงอัตลักษ์ของคนอีสานอย่างแท้จริงเสียที ไม่อยากให้สังคมอื่นมองเราแบบผิดๆอีกต่อไปแล้ว
ประเมินพัฒนาการกลุ่มคนทำหนังสั้นอีสานอย่างไร
คนทำหนังอิสระแบบฉายเดี่ยวมีเอยะ ส่วน กลุ่มคนทำหนังสั้นในอีสานในเชิงการทำงานแบบกลุ่ม มีอยู่ไม่มากนักเท่าที่ทราบก็มี กลุ่ม E-San Short Film, ย่าโมฟิล์ม ข้อเสียคือเราไม่มีการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน เรียนรู้ องค์ความรู้ หรือประเด็นในการทำหนังกันสักเท่าไหร่ จะมีก็เพียงกลุ่ม E-san Short Film กับ กลุ่ม ย่าโมฟิล์ม ที่ช่วยกันผลิตภาพยนตร์ประเด็นอีสาน ส่วนพัฒนาการของคนทำหนังในอีสานนับว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านกระบวนการผลิตและประเด็นในการเล่าเรื่องที่ใช้ความเป็นอีสานเป็น concept ในการเล่าและหนังก็ได้รับรางวัลทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เช่น ศิวดล ระถี , วรวุฒิ หลักชัย , เสรีย์ หล้าชนบท ,ฑิฆัมพร ภูพันนา, วิชชานนท์ สมอุ่นจารย์, วีรพล คำสุวรรณ , ศิริวิวัฒ ละตา ฯลฯ
เสน่ห์อีสานที่คิดว่าคนต่างภาคฯจะได้รับจากหนังสั้น คิดว่าอะไร เพราะอะไร
ในความรู้สึกผม ความมีน้ำใจคือหมัดเด็ดของอัตลักษณ์คนอีสาน ทำไมถึงบอกอย่างนั้น เพราะผมเป็นเด็กบ้านนอกอยู่แล้ว สมัยก่อนที่ผมยังเด็ก ผมจะเดินไปไหนมาไหน ไปบ้านใครก็ได้ ลัดลวดใต้ถุนบ้านไปไม่ไกลก็ถึง ระหว่างทาง เดินผ่านไปเจอวงพาข้าว เขาก็ร้องเรียกบอก "มาเด้อกินเข่า" เดินผ่านผู้เฒ่าผู้แก่สาวไหม ผมก็ได้ดักแด้กลับมากิน นั่นแหละคือความมีน้ำใจของคนอีสาน
ทุกวันนี้พบเจอเหตุการณ์แบบนี้ยากมาก เพราะบ้านแต่ละหลังคาเรือน ทำรั้วคอนกรีตไปไหมดแล้ว ไม่มีสิทธิ์เดินลวดใต้ถุนบ้านโดยปริยาย
สิ่งที่อยากกล่าวย้ำกับกิจกรรมนี้
อยากให้ส่งผลงานหนังสั้นและแอนิเมชัน เข้ามาประกวดกันเยอะๆ ครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 แล้วที่ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปีนี้จัดประกวดในชื่อ E-San Short Film and Animation Contest #7 อยากให้นำเสนอประเด็นที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ ในความเป็นอีสานและ โฮม
ในครั้งต่อๆ ไป คิดว่าอยากจัดเป็นเทศกาลหนังสั้นนานาชาติ แรกๆ คงเริ่มจาก ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพราะสังคม ศิลปวัฒนธรรมของเราใกล้เคียงกัน และ จะจัดเป็นวงวิชาการมากขึ้น จนถึงขั้นกานำเสนอผลงานวิชาการด้วยครับ สนใจโครงการ ติดต่อ อ. ปรีชา สาคร 08-6639-0954 ,อ.ดร.คชากฤษ เหลี่ยมไธสง 08-7945-5588 , อ.กันยารัตน์ ยังมี 08-1902-6081 หรือที่ www.facbook.com/esanshortfilm2011
อีกทั้งเราจะประกาศผลในวันที่ 30 มกราคม - 1กุมภาพันธ์ 2555 จะประกาศผลภาพยนตร์สั้นที่ส่งเข้าร่วมในโครงการด้วย และในงานมีการเสนาเชิงวิชาการทั้งทางด้านแอนิเมชัน การประกวดพากย์หนัง การเขียนบทภาพยนตร์ เทคนิคการผลิตภาพยนตร์ จากผู้สร้าง ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังอีกด้วย
ด้วยเหตุผลที่ว่าเราเคารพในผลงานสร้างสรรค์ของทุกๆท่าน(เราก็เคยส่งผลงานประกวดเหมือนๆ พวกท่าน) เวที E-San Shorfilm จึงเป็นเวที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วมนำเสนอผลงานหนังสั้น โดย E-San Shortfilm ไม่ต้องการผลประโยชน์(โดยเฉพาะด้านการทำให้เกิดผลกำไร)ใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่เราต้องการให้ท่านทั้งหลายนำเสนอมุมมองของความเป็นอีสานแบบสร้างสรรค์ ไม่บิดเบือน ไม่เสแสร้ง ไม่มองพวกเราอย่างต่ำต้อยน้อยค่า อย่างที่สังคมเมืองเป็นอยู่ในขณะนี้ แค่นี่ก็เพียงพอแล้ว



