ข่าว

ยอดเบี้ยวหนี้สินเชื่อบุคคลน่าเป็นห่วง

ยอดเบี้ยวหนี้สินเชื่อบุคคลน่าเป็นห่วง

06 พ.ค. 2552

เครดิตบูโรรับผลกระทบแบงก์คุมเข้มสินเชื่อ ยอดการใช้ข้อมูลลดฮวบ เผยยอดผิดชำระหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลสูง ส่งสัญญาณน่าเป็นห่วงตั้งแต่ปลายปี

 นายนิวัฒน์ การญจนภูมินทร์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ยอดการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงตามไปด้วย เนื่องจากธนาคารระมัดระวังการให้สินเชื่อมากกว่าเดิม ส่งผลให้การใช้ข้อมูลเครดิตลดลงตามไปด้วย ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็ได้มีการปรับเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้มงวดมากกว่าเดิม ส่วนเครดิตบูโรก็ได้มีการปรับปรุงระบบให้สถาบันการเงินนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยนำระบบเครดิตสกอริ่ง หรือคะแนนเครดิต มาใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือให้สถาบันการเงินนำไปใช้วิเคราะห์สินเชื่อได้แม่นยำมากขึ้น

 ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2551 ยอดการสืบค้นข้อมูลยังอยู่ที่ 1 ล้านรายการต่อเดือน ขณะที่ไตรมาสสี่ปีที่ผ่านมา มียอดการสืบค้นข้อมูลเครดิตลดลงเหลือ 9 แสนรายต่อเดือน และไตรมาสแรกของปี 2552 มียอดการสืบค้นข้อมูลเครดิตเหลือ 7 แสนรายการต่อเดือน ส่วนยอดอนุมัติเท่าไรนั้นไม่สามารถรู้ได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าต้องน้อยกว่านี้แน่นอน แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปถึงสิ้นปีนี้ได้ หลังได้นำเครดิตสกอริ่งมาใช้

 ส่วนเรื่องอัตราการผิดนัดชำระหนี้นั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีอัตราการผิดนัดชำระเกิน 90 วัน มีอยู่ประมาณ 5% ของยอดสินเชื่อรวมประมาณ 8 แสนล้านบาท จากจำนวน 7.7 ล้านบัญชี ในขณะที่ยอดอัตราการผิดนัดชำระของยอดสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 7% จากยอดสินเชื่อ 2.1 แสนล้านบาท จากฐานบัตรเครดิต 12.3 ล้านบัญชี จากจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านราย

 สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล มีจำนวนคนที่มีอัตราการผิดนัดชำระไม่เกิน 90 วันนั้น ยังมีสูงอยู่กว่า 96% ซึ่งเรื่องนี้สถาบันการเงินได้มีการตื่นตัวมากขึ้น ได้มีการส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่ม

 นอกจากนี้ แนวทางของเครดิตบูโร ได้เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้ง่ายขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับใบคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติมา แต่ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์ต้องมาดำเนินการกับเครดิตบูโร เกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่างๆ ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้ โดยยังคงคิดค่าบริการ 100 บาทต่อครั้งเหมือนเดิม