ข่าว

บทเรียนจากน้ำท่วม คนไทย

บทเรียนจากน้ำท่วม คนไทย

17 ธ.ค. 2554

สัมภาษณ์พิเศษ : บทเรียนจากน้ำท่วม คนไทย ต้องเปลี่ยน mindset แนวคิดใหม่ เตรียมรับ ภัยพิบัติ

ไพรินทร์ ชูโชติถาวร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

              "เรื่องที่คนไทยต้องเรียนรู้จากวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ คือ ประเทศไทยไม่ได้ปลอดจากภัยพิบัติ ความเชื่อของคนไทยว่าประเทศไทยไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีภัยพิบัติ ทำไมพระเจ้าอยู่หัวตรัสตั้งแต่ปี 2536 แล้วไม่มีใครทำ ต้องเปลี่ยน mindset ครั้งนี้ mindset แบบเดิมใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า เตรียมรับ ต้องเปลี่ยน mindset ยอมรับว่ามี แล้วเตรียม อย่าบอกว่าไม่มี พระพุทธเจ้าบอกว่าให้มีสติ รู้ตัวเองตลอดเวลา"

              จากภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น ทำให้รู้ได้ว่า ระบบท่อส่งน้ำมันมีความสำคัญอย่างยิ่งในยามวิกฤติ แบบระบบเดียวที่สามารถส่งพลังงานไปยังสถานีส่งได้อย่างปลอดภัย และไม่ขาดแคลน สามารถรักษาระบบพลังงาน การขนส่งและการผลิตไฟฟ้าได้อย่างไม่ขาดแคลน

              ขณะนี้ระบบท่อส่งน้ำมันของไทยมีไปถึงแค่ จ.สระบุรี เท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอความต้องการการใช้พลังงาน ทำให้เกิดการขาดแคลนและยากต่อการขนส่งไปยังภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งจะต้องทำให้เพียงพอ ต้องไปให้ไกลกว่าที่มีอยู่ นี่เป็นบทเรียนที่ได้ในด้านพลังงาน

              ดังนั้นต่อไปนี้จะต้องวางแผนให้พร้อม แต่การลงทุนท่อน้ำมันต้องใช้เวลาอย่างน้อย  3-5 ปี และต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ต้องวางแผน ถ้าจะทำใช้เวลาประมาณ 3 ปี เหตุผลก็คือ เวลามีอุบัติภัย เชื้อเพลิงมีความสำคัญมาก เวลาน้ำท่วม ท่อฝังใต้ดินมีความปลอดภัย สามารถส่งไปได้ แต่ถ้าไปทางอื่น เช่น รถไฟ จะเห็นลำบาก ด้านโลจิสติกส์ยากลำบาก

              นอกจากนี้ ความพยายามในการรักษาคลังน้ำมันทุกแห่งนั้น ได้พยายามอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะน้ำท่วมครั้งนี้ คลังน้ำมันของ ปตท.ทุกแห่งแทบไม่เสียหาย ลำลูกกาไม่มีอะไรแตก ทุกอย่างอยู่ครบถ้วน กลายเป็นเกาะไข่แดง ท่ามกลางน้ำท่วมอย่างรุนแรง

              จากความพร้อมนั้น เวลาน้ำลดลง จะฟื้นฟูได้เร็วมาก ด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต มีระดับน้ำท่วมสูงเมตรกว่า แต่เมื่อไม่เข้ามาถึงอาคาร ทำให้เวลาฟื้นฟูทำได้เร็ว

              ต่อไปนี้ การตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติเป็นสิ่งจำเป็น และต้องเตรียมพร้อม ปตท.ถือเป็นหน่วยงานเอกชนแรกๆ ที่ตื่นตัวเรื่องป้องกันน้ำท่วมในภาคเอกชน เพราะได้ติดตามข้อมูล อย่างใกล้ชิด ตั้งศูนย์ป้องกันอุทกภัย ภายในสำนักงานและติดตามเรื่องน้ำท่วมมีข้อมูลตั้งแต่กลางปี

              พร้อมกันนั้น ก็ได้ศึกษา ติดตาม ไปดูที่เกิดเหตุ ทำความเข้าใจ และหาวิธีการตอบสนองระดับความรุนแรงนั้นอย่างเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่ดูข้อมูล เหมือนกับ 7 นิคมอุตสาหกรรมที่แตก

              ข้อมูลเปรียบเสมือนการเตรียมการ วางกลยุทธ์ ให้พร้อมรับรู้ว่า น้ำท่วมรุนแรงแค่ไหน ต้องมีข้อมูล เช่น เวลาข้าศึกบุก ต้องถามว่า มา 1 กองร้อย 1 กองพัน 1 กองพล หรือ 10 กองพล ถ้าข้าศึกบุกเราเตรียมตั้งรับโดยไม่ถามว่าข้าศึกบุกมาเท่าไร จะเห็นอย่างที่เกิด ต้องประเมิน หลายแห่งเป็นบทเรียน

              บทเรียนอย่างบริษัทบางแห่ง เช่น "มินิแบ" ที่นวนครนั้น สามารถป้องกันพื้นที่ไว้ได้ ไม่แตก เพราะเขาป้องกันเฉพาะพื้นที่สำคัญ เช่นเดียวกัน ปตท.ไม่ได้ป้องกันทั้งหมด คลังน้ำมันที่ลำลูกกาและพื้นที่สำคัญไม่ท่วม พื้นที่ไม่สำคัญท่วมไม่เป็นไร สำนักงานอาคารให้ท่วมได้ เพราะฟื้นฟูใหม่ได้

               การป้องกันทั้งนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ใหญ่ๆ เป็นพันๆ ไร่ จะใช้ทรัพยากรมากเท่าไร และโอกาสสำเร็จมีเท่าไร เป็นองค์ความรู้สำคัญ "ปตท.ใช้น้ำดันน้ำ" ป้องกันศูนย์วิจัยที่วังน้อย อยุธยา ได้ ที่สำคัญต้องเข้าใจปัญหา รู้ขนาดปัญหาแล้วจึงจะแก้ไข บางครั้งแก้ปัญหาโดยไม่ได้ประเมินขนาดปัญหา โอกาสสำเร็จน้อย ปตท.รู้ตัวเร็ว และดูข้อมูล สมมติว่า ปตท.จะป้องกันที่นี่ ต้องถามว่า ข้างหน้า ปตท.สูงเท่าไร บางนิคมอุตสาหกรรมป้องกัน 5 เมตร แต่ 5 เมตรจากเท่าไร 5 เมตรจากติดลบหรือไม่

               เวลาดูข้อมูลและตีความข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ การตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นพื้นฐาน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า แต่ทำตามหลักวิชาการ ประเมินว่าน้ำเท่าไร เมื่อเห็นว่าน้ำตีเกาะอยุธยาแตก รู้ทันที โทรเช็กตัวเลขว่าน้ำลงมากี่หมื่นล้านคิว เท่ากับเขื่อนภูมิพล 1 เขื่อน มีข่าวว่าเขื่อนภูมิพลจะแตก น้ำจะลงมาประมาณหมื่นล้านคิว ตอนนี้มีประมาณ 90% ถามว่าน่ากลัวหรือไม่ ก็เท่ากับขนาดที่เพิ่งลงมา รู้อยู่แล้ว

               เรื่องที่คนไทยต้องเรียนรู้จากวิกฤติครั้งนี้ คือ ประเทศไทยไม่ได้ปลอดจากภัยพิบัติ ความเชื่อของคนไทยว่าประเทศไทยไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีภัยพิบัติ ทำไมพระเจ้าอยู่หัวตรัสตั้งแต่ปี 2536 แล้วไม่มีใครทำ ต้องเปลี่ยน mindset ครั้งนี้ mindset แบบเดิมใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า เตรียมรับ ต้องเปลี่ยน mindset ยอมรับว่ามี แล้วเตรียม อย่าบอกว่าไม่มี พระพุทธเจ้าบอกว่าให้มีสติ รู้ตัวเองตลอดเวลา

------------------------------------------

(สัมภาษณ์พิเศษ : บทเรียนจากน้ำท่วม คนไทย ต้องเปลี่ยน mindset แนวคิดใหม่ เตรียมรับ ภัยพิบัติ)