ข่าว

สุโขทัยในโมเดล : 'ท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี'

สุโขทัยในโมเดล : 'ท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี'

17 ธ.ค. 2554

รายงานพิเศษวันเสาร์ : สุโขทัยในโมเดล : 'ท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี' โดย ทีมข่าวภูมิภาค

                      "สุโขทัย" เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่คนไทยและต่างชาติรู้จักดี โดยเฉพาะในช่วง "เทศกาลลอยกระทง" ที่กล่าวได้สั้นๆ ว่า "ถนนทุกสายมุ่งสู่สุโขทัย" เนื่องจากตำนานเชื่อว่าจังหวัดนี้คือต้นกำเนิดประเพณี ด้วยการเป็นเมืองหลวงแห่งแรก ทำให้  "สุโขทัย" มีนัยที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมากกว่าแค่การมางานประเพณีลอยกระทง

                      ด้วยเหตุนี้ในปี 2551 สำนักผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงได้ร่วมกับสำนักประสานงานการวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “การสืบค้นข้อมูลทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัย” ขึ้นมา โดยมี รศ.ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าคณะ

                      ในการสืบค้นข้อมูลทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัยในช่วงปี 2551-2552 ของคณะวิจัยพบว่า พื้นที่รอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีชุมชนอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 12 ชุมชน ล้วนเป็นชุมชนที่มีศักยภาพในเชิงการท่องเที่ยว เพราะมีแหล่งหัตถกรรมประเภทเครื่องปั้นดินเผาและผลิตภัณฑ์สังคโลกถึง 5 แห่ง แหล่งหัตถกรรมประเภทการแกะสลักอีก 24 แห่ง แหล่งหัตถกรรมประเภทเฟอร์นิเจอร์จากไม้ 1 แห่ง แหล่งหัตถกรรมประเภทการหล่อพระ 2 แห่ง ร้านอาหารพื้นบ้าน 15 แห่ง พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 4 แห่ง และมีอีกหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว

                      ผลการวิจัยนี้ ยังได้รับรางวัลโครงการวิจัยดีเด่นประจำปี 2553 จาก สกว. เพราะเป็นการสืบค้นข้อมูลด้านวัฒนธรรม 5 มิติเชิงลึก ที่มุ่งเน้นสืบค้นองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านย้อนหลังไป 100 ปี ในทุกหมู่บ้านของจังหวัดสุโขทัยใน 5 มิติคือ วัฒนธรรมมุขปาฐะที่สืบทอดผ่านภาษา วัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดง ความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ด้านช่างฝีมือของชาวบ้าน และขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมและงานฉลอง

                      ด้วยการวิจัย ที่ใช้เวลาศึกษาด้านวัฒนธรรม 5 มิติทุกหมู่บ้าน ทุกอำเภอในจำนวน 1,771 ข้อมูล ที่กลายเป็นเอกสารด้านวัฒนธรรมกว่า 4,000 หน้า และกลายเป็นการสร้างโอกาสของการยกระดับการท่องเที่ยวเมืองสุโขทัย ให้มากกว่าแค่ชวนมาเที่ยวงานลอยกระทง "โครงการวิจัยนี้ถือเป็นแบบอย่างของความสำเร็จสำหรับงานวิจัย เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง เป็นการแสดงให้เห็นว่าการศึกษาวิจัยดีกว่าการใช้สามัญสำนึก และเป็นการวิจัยตามแนวนโยบายของชาติ และ สกว.หวังว่านี่จะเป็นรูปแบบของการทำวิจัยและใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยสู่การพัฒนาพื้นที่ในระดับท้องถิ่นและขยายผลความสำเร็จสู่ระดับประเทศ" ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สะท้อนความเห็น

                      ขณะเดียวกัน เพื่อให้ผลการศึกษานำไปสู่ภาคปฏิบัติ จังหวัดสุโขทัยจึงได้นำผลวิจัยนี้ไปใช้งาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำเอกสารดังกล่าวเผยแพร่ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครอบคลุมทั่วจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสุโขทัย ก็นำข้อมูลบรรจุในหลักสูตรของโรงเรียนทุกโรงเรียน และมีการสืบค้นเพิ่มเติมโดยครูและนักเรียน ขณะที่สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัยก็นำผลวิจัยไปผลักดันการสร้างการท่องเที่ยวบนฐานวัฒนธรรมทั่วทั้งจังหวัด โดยมีโครงการนำร่องคือโครงการไหว้พระสุโขทัย

                      ทั้งยังมีการนำนักท่องเที่ยวชมแบบ "ตามรอยผลการวิจัย" เพื่อให้ "รู้จักสุโขทัย" มากกว่าแค่ความเป็นเมืองแห่งมรดกโลก ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ยังถูกจำกัดเฉพาะภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายถึงสภาพเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเต็มที่

                      เป้าหมายของ สกว.และจังหวัดสุโขทัย จึงเป็นแนวทางเดียวกัน ที่ต้องการเห็นการอยู่ดีกินดีของชุมชนเติบโตคู่กับการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงมีการประสานงานจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ 6 หน่วยงาน คือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย, เทศบาลตำบลเมืองเก่า, เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี, สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย และมหาวิทยาลัยนเรศวร นำร่องพัฒนาชุมชนรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่องจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเพื่อช่วยยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของคนในชุมชนให้ดีขึ้น โดยมี 12 จุดเที่ยวหลักคือ

                      1.ศาลตาผาดำ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณท่าน้ำคลองแม่รำที่ผู้คนในชุมชนโดยรอบอุทยานให้ความเคารพและเป็นศูนย์รวมจิตใจ

                       2.ย่านจำหน่ายหัตถกรรมแกะสลักไม้ เป็นแหล่งผลิตหัตถกรรมเรือจำลองจากเศษไม้สักที่เหลือจากการทำตู้ไม้ของชุมชนอื่น จนเรือจำลองได้รับเลือกให้เป็นสินค้าโอท็อปของหมู่บ้านที่สามารถสร้างรายได้ให้ถึง 5,000-10,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน

                       3.ย่านแกะสลักไม้และขนมไทย ที่นำเศษไม้มาแกะสลักเป็นรูปปลา และพลิกแพลงจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ไม้รูปมือสำหรับวางจับขวดไวน์ นอกเหนือจากขนมไทย เช่น ขนมแตง ขนมตาล ขนมฟักทอง หรือขนมสูตรโบราณอย่างข้าวแดกงา

                       4.ย่านประติมากรรมไทยที่มีการสร้างพระพุทธรูปทั้งขนาดใหญ่และพระพุทธรูปขนาดเล็กโดยช่างฝีมือในหมวดช่างสิบหมู่ไว้แทบทุกแขนง ทั้งช่างปั้น ช่างหล่อหรือช่างเททอง ช่างขัดและช่างลงรักปิดทอง 

                       5.และ 6.คือย่านเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของสุโขทัยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และได้รับการพัฒนามาเป็นเครื่องใช้สอยในปัจจุบัน ซึ่งสินค้ายอดนิยมก็คือเครื่องปั้นดินเผาเคลือบเนื้อละเอียดชนิดเนื้อแตกลายงาสีเขียวไข่กา

                       7.ย่านพระพุทธรูปไม้แกะสลัก ที่ได้การยอมรับว่ามีความโดดเด่นและสวยงามจนเป็นที่รู้จักทั้งภายในและต่างประเทศ

                       8.และ 9.ย่านเฟอร์นิเจอร์จากไม้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ใช้ในครัวเรือนแบบลวดลายฉลุงดงามและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน
 10. ย่านเกวียน ที่เป็นแหล่งทำเกวียนขายและมีรายได้ดี  

                       11.และ 12.ย่านเรือนไทยจำลอง ที่ชาวบ้านใช้เวลาว่างหลังเสร็จจากทำนามาทำบ้านเรือนไทยเล็กจำลอง โดยนำเศษไม้มาจากร้านทำตู้มาประดิษฐ์เป็นบ้านเรือนไทยและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ซื้อไปสะสม เป็นของที่ระลึก 

                       แม้วันนี้ "จุดขาย" ของการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัยยังเป็น "อุทยานประวัติศาสตร์" แต่งานวิจัยของ รศ.ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ ในโครงการ “การพัฒนาชุมชนรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแบบมีส่วนร่วม โดยใช้องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว” โดยใช้เวลาดำเนินงานนานถึง 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2553 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 โดยศึกษาครอบคลุม 12 ชุมชนรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย คือบทสรุปของคำตอบที่ว่า  "สุโขทัย" ไม่ได้มีดีแค่งานลอยกระทง

--------------------------------------------------
(รายงานพิเศษวันเสาร์ : สุโขทัยในโมเดล : 'ท่องเที่ยวอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี' โดย ทีมข่าวภูมิภาค)