ข่าว

'ยงยุทธ'ยันพรบ.ปรองดองไม่ได้ทำเพื่อ'แม้ว'

'ยงยุทธ'ยันพรบ.ปรองดองไม่ได้ทำเพื่อ'แม้ว'

16 ธ.ค. 2554

'ยงยุทธ'ยัน พ.ร.บ.ปรองดองไม่ได้ทำเพื่อ 'แม้ว'หวังประเทศสงบสุข วอนนักการเมืองคิดถึงประเทศ เผย ผบ.ทบ. อยากให้เจรจาก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

                    16 ธ.ค.54 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ในการเสนอ พรบ.ปรองดองเเเห่งชาติเเทนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีประกาศไว้ว่า อะไรก็ตามถ้าเป็นสิ่งที่ดี ได้ประโยชน์กับคนส่วนรวมและทำให้เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง สามัคคีของคนในชาติก็ทำไป พรรคเพื่อไทยก็ทำทันที

                    เมื่อถามว่า แสดงว่าเมื่อเปิดประชุมสภาสมัยหน้าก็จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาเลย นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนพูดหลักการแค่นั้นว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ประเทศชาติเกิดความสามัคคี สมานฉันท์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อจะสร้างประเทศสร้างอนาคตต่อไปก็เป็นเรื่องที่ดี

                     "วานนี้(15 ธ.ค.) ผมก็ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นการส่วนตัวกัน ท่านก็ส่งเสริมสนับสนุนทุกอย่างในการที่จะให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ความสามัคคี เพื่อจะพัฒนาประเทศไปด้วยกัน ส่วนนักการเมืองที่ยังเอาเป็นเอาตายกันนั้น ก็เป็นคนไทยด้วยกัน คงจะคิดถึงทางออกที่ดีด้วยกันทุกคน เพราะประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นของทุกคน ลูกหลานของท่านทั้งหลายก็ยังต้องอยู่ในประเทศนตี้ต่อไป ก็คงน่าจะมีข้อเสนออะไรดี ๆ ที่รับได้กันทุกฝ่ายแล้วเอามาคุยกัน"นายยงยุทธกล่าว

                     นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า เท่าที่คุยกับ ผบ.ทบ. เราไม่ได้ลงลึกไปในรายละเอียดถึงเรื่องพ.ร.บ.ปรองดองหรืออะไร แต่โดยหลักการแม่ทัพนายกองทุกคนที่นั่งคุยกับผมอยู่ โดยเฉพาะท่านประยุทธ์ ท่านยืนยันว่าอยากเห็นบ้านเมืองสงบ และท่านก็ยอมรับระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านบอกว่าท่านจะส่งเสริมสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านเห็นว่าถ้าบ้านเมืองไม่ปรองดอง สมานฉันท์ ท้ายที่สุดก็จะเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่พึงปรารถนาอีกเยอะ จึงเตือนว่าในเมื่อทราบว่าปลายทางของ2เส้นทาง ถ้าเดินเส้นทางนี้จะเกิดผลอย่างหนึ่ง เดินอีกเส้นทางก็เป็นผลอีกอย่าง ท่านก็อยากให้เราเลือกเดินเส้นทางที่เกิดประโยชน์สุข เกิดความสงบ และจะได้พัฒนาประเทศไปด้วยกัน


                     เมื่อถามว่า บางส่วนไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีเจตนาดีที่เสนอพ.ร.บ.ปรองดองจะไปสู่ความสงบ หากแต่ต้องการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายยงยุทธ กล่าวว่า คงต้องทำความเข้าใจกันให้ได้ว่าเราทำเพื่อหลักการไม่ได้ทำเพื่อคน ๆ เดียว ตนและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันอยู่เสมอว่า พยายามทำอะไรโดยใช้หลักการเป็นหลัก เพื่อให้ได้ประโยชน์แก่ส่วนรวมก็ยังคิดกันอย่างนี้อยู่ ส่วนการที่อีกฝ่ายยังคงกลัวผีทักษิณอยู่นั้น                    

                    จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนแรกที่ใช้นโยบายมาให้ประชาชนเลือกโดยเป็นนโยบายที่จับต้องได้ เกิดขึ้นจริง แต่คนอื่นทำไม่สำเร็จ ประชาชนก็เชื่อมั่นคงจะไปห้ามความรักที่ประชาชนมีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ห้ามยาก

                    อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต่อต้าน พรบ.ปรองดองกันมาก ๆ เราก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ถึงที่สุด เป็นคนไทยด้วยกันแต่ละฝ่ายไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตอะไรกัน ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ต้องคอยต้องทำ


                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ปลายทางหากทำให้แตกแยกคนไทยฆ่ากัน พรรคเพื่อไทยยังจะเดินหน้าหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ก็ต้องหลีกเลี่ยง เมื่อวานที่ตนได้คุยกับผบ.ทบ. ท่านก็ไม่ประสงค์จะเห็นภาพอย่างนั้น พรรคเพื่อไทยก็ไม่ประสงค์จะเห็นภาพอย่างนั้นเหมือนกัน

                     เมื่อถามว่า คิดว่าจะมีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างฝ่ายตรงข้ามก่อนหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า สื่อก็พูดเหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูด เพราะไม่มีอะไรดีกว่าการคุยกัน จะให้รถไฟสองขบวนมาชนกันทำไม เหมือนรถไฟขบวนอภิสิทธิ์ชน อำมาตย์ หรือคนชั้นปกครองนั่งมานักวิชาการมาด้วยเยอะแยะ กับรถไฟขบวนประชาชนที่เป็นรากหญ้าที่วิ่งกันมาด้วยความเร็วสูง ทำอย่างไรไม่ให้วิ่งเข้าหากัน ให้วิ่งแยกรางรางกันเสีย แต่ไปสู่สถานีของความสงบความสุขความเจริญของบ้านเมือง ก็วิ่งแข่งกันไป สิ่งที่ผบ.ทบ.พูดก็หมายความถึงอย่างนี้ ซึ่งคงต้องหาคนกลางมาประสานงาน ผบ.ทบ.ก็พูดว่ามันมีทางออกทางเดียวให้ตนไปคิดหาวิธีการให้เกิดแบบนี้ขึ้นมาให้ได้ เพราะท่านไม่อยากเห็นบ้านเมืองมันเกิดโศกนาฎกรรมเหมือนในต่างประเทศ โดยผบ.ทบ.ระบุว่าท่านไม่ห่วงเรื่องสถาบัน เพราะค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ครม.ชุดนี้ และคนในพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ไม่มีเรื่องนี้ แต่ห่วงเรื่องความแตกแยกขัดแย้งในชาติ ในฐานะถ้าตนรับผิดชอบอยู่ก็พยายามแก้ปมตรงนี้ให้ได้ มันมีจุดจบอย่างอื่นให้เลือกได้หลายจุด

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเสนอปรองดอง 6 ข้อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายออกมาพูดจะเป็นจริงได้เร็ว ๆนี้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนในฐานะประธาน คณะกรรมการประสานงานและติดตามข้อเสนอของคณะ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)ก็ทำเต็มที่ แต่ในส่วนที่ผบ.ทบ.พูดก็เป็นประเด็นสำคัญ แต่เฉพาะ คอป. อย่างเดียวคงไม่สำเร็จ ถ้าจะสำเร็จได้ก็ต้องมีการพูดคุยกัน

                     เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า จะต้องมีโมเดลตั้งโต๊ะเจรจากันระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้านและกองทัพ นายยงยุทธ กล่าวว่า ทหารท่านก็บอกว่าท่านไม่เป็นตัวอุปสรรค ผบ.ทบ.ไม่ได้บอกว่าท่านจะเป็นกาวใจ เพียงแต่บอกว่าเดี๋ยวเจอกันคราวหน้ามันต้องระดับพวกเรามาคุยกัน ผบ.ทบ.เป็นคนพูดเองว่าควรมีการพูดคุยกัน ทุกคนก็รำคาญจะให้เอาพ่อแม่พี่น้องมาตายบนถนนกลาดเกลื่อนทำไม มันมีทางออกอยู่ ในฐานะท่านเป็นผู้รักษาความสงบก็เหนื่อย ซึ่งยุทธศาสตร์มันโอเคแล้ว แต่ต้องหาวิธีการ 

                     เมื่อถามว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)มีเรื่องใดที่จะนำมาดำเนินการบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ธ.ค.จะย้ายนักโทษคดีการเมือง ไม่ใช่การทำผิดคดีอาญาทั่วไป ไปคุมขังที่โรงเรียนตำรวจบางเขน ซึ่งตอนนี้เหลือประมาณ 80 คน จาก101 คน เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษไป จากนั้นก็ตั้งอนุกรรมการเยียวยาทั้งทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจทั้งต่อต่างประเทสและในประเทศ ตนกำลังรวบรวมคนกลาง ๆ ที่ประกาศชื่อมาสังคมรับได้ ส่วนที่นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านทวงถามความชัดเจนว่าความผิดดคียิงอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหมที่ศาลตัดสินไปแล้ว ตนไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายคดีการเมืองหรือไม่ ต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูอีกที แต่คิดว่าคงไม่น่าจะใช่ รวมทั้งคดีทำผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

สั่งจ่ายค่าชดเชย 5,000  บาทภายใน 14 ม.ค. ปีหน้า

                     นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ม่พอใจเนื่องจากบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง และไม่มีการสั่งการให้ กทม.ดำเนินการรับผิดชอบโดยเร็วว่า เข้าใจความรู้สึกประชาชน ตนนั้นน้ำก็ท่วมบ้านเหมือนกัน และรู้สึกเป็นทุกข์ พี่น้องประชาชนก็คงทุกข์เหมือนกัน เเละได้บอก กทม.ไปแล้วและรีบทำกันอยู่

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไม่มีการกดดันก็จะมีการทำงานกันอย่างเฉื่อยชา นายยงยุทธ กล่าวว่า ก็เป็นความรับผิดชอบ ซึ่งกทม.ก็ต้องรับผิดชอบกับประชาชน  เพราะได้รับการเลือกตั้งมา ประชาชนก็กดดันอยู่แล้ว ในฐานะกระทรวงมหาดไทยดูแล กทม.ก็พยายามประสานงานอยู่ตลอด

                     เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูแลหลายร้อยหมู่บ้านที่น้ำท่วมขังอยู่ในช่วงปีใหม่จะมีความชัดเจนอย่างไรบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า คร่าวๆ ในวันที่ 20 ธ.ค. นายกฯ ก็อยากจะให้เป็นของขวัญปีใหม่กับพี่น้องประชาชนได้ชีวิตตามปกติสุข และพยายามติดตามประสานงาน กับจังหวัดอยู่เรื่อยๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

                     เมื่อถามว่า ถึงขนาดนี้ยังยืนยันหรือไม่ก่อนสิ้นปีน้ำจะแห้งหมด นายยงยุทธ กล่าวว่า "ครับ "

                     เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้รายงานเบื้องต้นในหนึ่งร้อยหมู่บ้านแห้งไปเท่าไหร่แล้ว นายยงยุทธ กล่าวว่า เหลือน้อยเต็มทีแล้ว อย่างเมืองเอก ที่ว่าหนักหนาสาหัส เมื่อสองวันที่แล้วก็เหลือเท่าตาตุ่ม ผู้อยู่อาศัยก็เข้าไปฟื้นฟูบูรณะแล้ว 
 
                     ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ระบุว่า ชุมชนในหลายพื้นที่ กทม.ที่ถูกลืม จะมีการเข้าไปตรวจสอบอย่างไร เพราะขณะนี้น้ำยังไม่ลด นายยงยุทธ กล่าวว่า พยายามที่จะเข้าไปช่วย กทม. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ไปดูที่เขตดอนเมือง ช่วยเร่งรัดในเรื่องเงิน 5000 บาท ซึ่งวันนั้นก็เป็นเรื่องที่มีคนมาลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ยังไม่ได้รับเงิน หรือยังไม่ได้ลงทะเบียนก็มายื่นเรื่อง หรือข้ามเขตก็มายื่นเรื่องได้ ตอนนี้ก็เข้าไปช่วย กทม.อยู่ และแบ่งไปตามจุดต่างๆ อีก 12 จุดในเขตดอนเมือง

                     เมื่อถามถึงกรณีที่ จังหวัดนนทบุรี ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าชดเชย นายยงยุทธ กล่าวว่า เร่งรัดทำอยู่ ทางจังหวัดก็จะทราบ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดการจ่ายเงินแต่ละจังหวัดให้เสร็จภายในวันที่ 14 มกราคม ปีหน้าซึ่งขณะนี้เงินมีอยู่แล้ว ไม่มีก็ต้องหามา 5,000 บาท ต้องให้ประชาชน 

                     อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า นอกเหนือจากเงิน 5,000 บาท ยังมีเงินส่วนอื่นช่วยเหลือค่าเสียหายอื่นๆ หรือไม่ และมีหลักเกณฑ์อนุมัติอย่างไรบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า หลายที่เริ่มไปแล้ว อาจจะมีบางส่วนใน กทม.ที่เข้าไปสำรวจไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจจะมีน้อยก็ต้องเห็นใจใน กทม.ต้องสำรวจสองส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่น้ำท่วมขัง และเมื่อน้ำลดก็ต้องไปดูความเสียหาย ดูเครื่องมือทำมาหากิน ตนคิดว่า ทุกคนก็ไม่นิ่งนอนใจ ก็ต้องรับผิดชอบกับประชาชนด้วยกัน

 

โว ประเทศไทยยังน่าลงทุน 

                     นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ( กยอ.) ว่า เป็นการเสนอหลักการขึ้นมาก่อน ส่วนรายละเอียดจะมีอนุกรรมการหาแนวทาง ซึ่งคาดว่าการแก้ปัญหาต้องใช้เงินจำนวนมากเพราะ  ถ้าจะแก้ปัญหาถาวรก็ต้องลงทุน เพื่ออนาคตที่ดีเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประเทศให้กับนักลงทุนต่างชาติ  แต่การใช้เงินจะต้องมีประสิทธิภาพ

                     เมื่อถามว่า ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการระบายน้ำจะทำได้ทันหรือไม่ เนื่องจากนักธุรกิจและประชาชนเป็นกังวลในเรื่องนี้ นายยงยุทธ กล่าวว่า จะถึงฤดูฝนใหม่อีกครั้งก็ต้องทำในส่วนที่จำเป็นก่อน เรื่องพนังกั้นน้ำถาวรคลองประปา ก็ต้องรีบทำ เพราะต้องรักษาไว้ให้ได้ ซึ่งแผนพวกนี้ก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการฯ แต่ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนการเงินคงไม่มีปัญหา เพราะฐานะของประเทศทุกคนก็ทราบ ว่าประเทศไทยมีฐานะทางการเงินมั่นคง ระบบการปกครองก็ค่อนข้างมั่นคง ใครๆ ก็อยากให้เรากู้เงินมาใช้ แต่แผนต้องชัดเจน และล่วงหน้า ส่วนกรณีการลงทุนยืนยันว่าประเทศไทย ยังเป็นประเทศที่เหมาะกับการลงทุน จากการไปต่างประเทศ นักลงทุนญี่ปุ่นก็ยังยืนยันว่าน่าลงทุน

 

ป้อง “ฉัตรป้อง” ขึ้นแท่นผู้ว่าฯ แจงไม่มีคำพิพากษาถือว่าบริสุทธิ์

                     นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่มีความโยงใยกับเรื่องทุจริตยังชีพ แต่กลับมีข่าวว่าจะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง แต่จริงๆ ก็น่าจะเป็นคนที่บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษา

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลในเรื่องถุงยังชีพที่กระทรวงมหาดไทย และ ปภ. กำลังมีปัญหาหรือไม่ จะถูกหยิบยกไปในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในการเปิดประชุมสมัยหน้าหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า มีการอภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้วเรื่องนี้ ก็ชี้แจงไป แต่เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่กระทบกับเก้าอี้มหาดไทย นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

                     "ยงยุทธ" ไม่ห่วง 16 จังหวัดยังไร้ผู้ว่าฯ เหตุ "รองผู้ว่าฯ" ดูแลปัญหาน้ำท่วมแทนได้ 

                     นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 16 ตำแหน่งที่ยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง ซึ่งหลายฝ่ายห่วงว่าจะฟื้นฟูจังหวัดเหล่านั้นได้หรือไม่ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มี ก็มีรองผู้ว่าราชการอจังหวัดอยู่ ก็ใช้อำนาจรักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานไปให้ได้และพยายามแต่งตั้งผู้ว่าฯ ให้เร็ว บังเอิญว่าเป็นกฎระเบียบของ กพ. ที่จะเลื่อนจากระดับ 9 เป็นระดับ 10 ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม โดยมีผู้บังคับบัญชาตัดสินใจได้เลย แต่ปัจจุบันจะต้องสอบ เสนอ ความคิดความอ่านของตัวเอง มีการสอบสัมภาษณ์ มีขั้นตอนเยอะ ที่กระทรวงฯ จะมีคณะกรรมการมีเจ้าหน้าที่

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เริ่มกระบวนการประเมินผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอหรือยัง นายยงยุทธ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งไป และกำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมิน เพราะการประเมินนั้นคนละแบบกับที่ฝ่ายประจำประเมิน ตรงนี้เป็นการประเมินให้รีบทำนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จและมีปัญหาขัดข้องอะไรบ้างก็ให้บอกกันมา สมัยก่อนก็มีการทำแต่จะให้ ส.ส. เป็นฝ่ายประเมินเป็นการภายใน ตอนนั้น ส.ส.สามารถทำได้เพราะรัฐธรรมนูญยังไม่ห้าม แต่ขณะนี้รัฐธรรมนูญห้ามแล้ว ก็คงต้องใช้การรับฟังเอา

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำเช่นนี้ถือเป็นการขันน๊อตการทำงานของผู้ว่าฯ และนายอำเภอในพื้นที่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เหมือนกับที่ให้รัฐมนตรีแสดงผลงาน เพื่อจะได้ทราบว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้วและเกิดปัญหาอะไร เมื่อซักว่า การประเมินครั้งนี้จะให้คุณโทษอะไรบ้าง นายยงยุทธ กล่าวว่า นั้นมันอีกส่วนหนึ่ง เป็นส่วนประกอบหนึ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว