ข่าว

เวิลด์วาไรตี้:ร่วมรำลึก100ปีพิชิตขั้วโลกใต้

เวิลด์วาไรตี้:ร่วมรำลึก100ปีพิชิตขั้วโลกใต้

17 ธ.ค. 2554

เวิลด์วาไรตี้ : ร่วมรำลึก 100 ปี พิชิตขั้วโลกใต้

          เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา นักสำรวจ นักวิทยาศาสตร์และนายกรัฐมนตรีเยนส์ สโตลเทนเบิร์ของนอร์เวย์ ได้ร่วมรำลึกความสำเร็จของคณะนักสำรวจนอร์เวย์ ที่สามารถพิชิตขั้วโลกใต้ในทวีปแอนตาร์กติกาได้สำเร็จ โดยพิธีจัดขึ้นตรงจุดที่นายโรอัลด์ อามุนด์เซน ผู้เดินทางถึงขั้วโลกใต้เป็นคนแรกของโลก ปักธงชาตินอร์เวย์ไว้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2454 ไม่นานนักก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดขึ้นท่ามกลางกระแสชาตินิยมกำลังเข้มข้นทั่วยุโรป และเป็นอามุนด์เซนที่มีชัยเหนือนักผจญภัยชาวอังกฤษ โรเบิร์ต ฟัลคอน สก็อตต์

          นายกรัฐมนตรีสโตลเทนเบิร์ก ได้เปิดตัวรูปสลักน้ำแข็งครึ่งตัวของอามุนด์เซนเนื่องในวาระสำคัญนี้ พร้อมประกาศว่า พวกเรามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองหนึ่งในความสำเร็จของมวลมนุษยชาติ รูปสลักนี้จะยังคงอยู่อีกนาน เพราะอุณหภูมิในขั้วโลกใต้ คงไม่เพิ่มไปกว่าจุดเยือกแข็ง และไม่ลืมที่จะกล่าวยกย่องสก็อต ซึ่งเดินทางถึงขั้วโลกใต้ในอีกกว่าหนึ่งเดือนถัดมา ซ้ำร้าย นักสำรวจชาวอังกฤษกับเพื่อนร่วมเดินทางอีก 4 คน เสียชีวิตขณะเดินทางออกจากขั้วโลกใต้

          เมื่อ 100 ปีก่อน อามุนด์เซนและลูกทีม ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนเดินทางด้วยสกีข้ามผ่านทะเลรอสที่กลายเป็นน้ำแข็ง ปีนเขาสูงชันของที่ราบสูงแอนตาร์กติกที่ความสูง 3,000 เมตร และข้ามทุ่งธารน้ำแข็งกว้างใหญ่กว่าจะไปถึงขั้วโลกใต้

          ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า อามุนด์เซน ประสบความสำเร็จเพราะเตรียมความพร้อมดีกว่าสก็อต
 อามุนด์เซนใช้ทั้งสกีและลากเลื่อนสุนัข ขณะที่สก็อตใช้ลากเลื่อนที่ใช้เครื่องยนต์ ซึ่งพังลงขณะเดินทาง และม้าแคระซึ่งไม่สามารถทนอากาศหนาวได้ นอกจากนี้ อามุนด์เซนยังกักตุนอาหารและอุปกรณ์มากกว่า 3 ตันเป็นอย่างดี

          แม้การแข่งขันระหว่างอามุนด์เซนและสก็อตในการพิชิตขั้วโลกใต้จบลงด้วยความขมขื่น แต่ปัจจุบัน ทั่วโลกได้มีการร่วมมือกันภายใต้สนธิสัญญาแอนตาร์กติก ที่เน้นถึงความร่วมมือด้านสันติภาพ ความมั่นคง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์