
"ประดิษฐ์"สั่งเข้มยักยอกทรัพย์ธอส.ห่วงมีคนร่วมขบวนการ-สอบข้อมูลใช้โทรศัพท์ย้อนหลัง1ปี
"ประดิษฐ์" จี้ ธอส.สอบเพิ่ม สงสัยคนร่วมขบวนยักยอกทรัพย์มีมากกว่าหนึ่งคน ให้ตำรวจตรวจสอบการใช้โทรศัพท์พนักงานที่ยักยอกย้อนหลัง 1 ปี ดูเส้นทางการติดต่อ ชี้ "ขรรค์" ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บริหาร เพราะ ธอส.มีความเสียหายเกิดขึ้น
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการตรวจสอบการยักยอกทรัพย์ ภายในธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ว่าได้สั่งให้นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส. ไปตรวจสอบเพิ่มว่าในขบวนการที่เกิดขึ้นอาจมีผู้ร่วมขบวนมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ เนื่องจากการยักยอกทรัพย์ได้ดำเนินมาเป็นเวลานาน และยังได้ขอความร่วมมือไปยังตำรวจ ให้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช ผู้ยักยอกทรัพย์ย้อนหลังเป็นเวลา 1 ปี เพื่อตรวจสอบดูเส้นทางทางการติดต่อว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง เพราะเงินที่ยักยอกสูงถึง 499 ล้านบาท ไม่ใช่ 400 ล้านบาท
"หากมีการตรวจสอบที่เข้มงวด เชื่อว่าน่าจะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ จึงได้สั่งให้มีการตรวจสอบรัดกุมและเข้มงวด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีการทุจริต สร้างความเสียหายให้แก่ธนาคาร และมีการกระทำเป็นเวลานาน" นายประดิษฐ์กล่าวและว่า ขณะนี้สามารถยึดคืนทรัพย์กลับมาได้เป็นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาทแล้ว โดยในส่วนของอสังหาริมทรัพย์และการซื้อกองทุนยังไม่ได้อายัด ต้องทำการตรวจสอบให้ละเอียดว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการยักยอกจริงหรือไม่ เรื่องนี้ธนาคารต้องฟ้องศาลแพ่ง เพื่อให้ทำการพิสูจน์ทรัพย์สินต่อไป
ส่วนความรับผิดชอบนายขรรค์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ธอส. นั้น คณะกรรมการของ ธอส. คงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนเป็นเพียงให้นโยบายไปว่าจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด ส่วนกรณีที่ขอตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายใน 15 วันนั้น ก็เพื่อให้ ธอส.รายงานว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทำไมเพิ่งมีการตรวจพบ จึงจำเป็นต้องตั้งกรรมการที่มาจากคนกลาง และจะขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาช่วยตรวจสอบเป็นพิเศษ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นนายขรรค์ ในฐานะผู้บริหารคงไม่สามารถหนีความรับผิดชอบเรื่องนี้ได้ ไม่ว่าผลการสอบสวนของคณะกรรมการจะออกมาอย่างไร นายขรรค์ ก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่เพราะธนาคารได้เกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว แต่ที่ผ่านมาผู้บริหารกลับไม่ทราบเรื่องทั้งๆ ที่มีการดำเนินการมานานพอสมควร
ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.1 บก.ป.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงการคลังแล้ว ให้ตรวจสอบย้อนหลังว่าผู้ต้องหาติดต่อกับใครบ้าง เนื่องจากเชื่อว่าเงินที่ยักยอกมีเป็นจำนวนมาก น่าจะมีการนำไปแปรเป็นทรัพย์สิน หรือนำไปฝากไว้กับบุคคลที่ไว้วางใจ ซึ่งชุดสืบสวน บก.ป.กำลังตรวจสอบอยู่



