
ปึ้งแจงคืนพาสปอร์ตแม้วไม่เป็นภัยต่อปท.
"สุรพงษ์" อ้างเหตุคืนพาสปอร์ตให้ "ทักษิณ" เพราะพิจารณาแล้วไม่มีเป็นภัยต่อประเทศ พร้อมโยน "กต." แจงเรื่องนี้ต่อ พร้อมระบุจะขอพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย อ้างเหตุมีงานเยอะติดต่อตป.เยอะ ไม่มีเวลามาทะเลาะ แถมแนะสื่อเลิกเล่นเรื่องนี้ได้แล้ว ลั่นหากใครอยากจะฟ้
วันที่ 16 ธ.ค.54 เวลา 11.45 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีการคืนพาสปอร์ตประเภทบุคคลธรรมดาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขอชี้แจงว่ากรมการกงสุลได้ทำหนังสือผ่านไปยังนายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มาถึงตนเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยืนคำร้องของทำพาสปอร์ตประเภทบุคคลธรรมดามายังสถานเอกอัครข้าราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งกรมการกงสุลได้แจ้งว่าหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถูกยกเลิกแล้ว เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2552 ตามนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ตามคำสั่งของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยอ้างระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ข้อ 23 (7) ที่ระบุไว้ว่าพนักงาน เจ้าหน้าที่ สามารถยกเลิกและคืนพาสปอร์ต เมื่อเห็นว่าบุคคลผู้ถือพาสปอร์ตก่อให้เกิดความเสียหาย และความมั่นคง ให้ประเทศไทย หรือต่างประเทศ ทั้งนี้ตนและรัฐบาลชุดปัจจุบันเห็นว่าการอยู่ต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ก่อความเสียหายให้แก่ประเทศไทย หรือต่างประเทศ ตามข้อ 23 (7) ของระเบียบฯ ดังนั้นจึงขอให้ยกเลิกคำสั่ง ที่ออกมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ดังนั้นการออกพาสปอร์ตธรรมดาให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นเรื่องที่กรมการกงสุลจะต้องพิจารณาตามระเบียบต่อไป
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนขอที่จะให้ข่าวในเรื่องเป็นครั้งสุดท้าย " ผมไม่อยากจะเสียเวลา เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีหน้าที่สร้างความสัมพันธ์กับต่างชาติ ผมจะต้องเตรียมแผนการเดินทางไปประเทศพม่าให้นายกฯ และผมมีแผนที่จะเดินทางไปอินเดีย และประเทศกัมพูชา ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้เกิดการค้าขาย และสร้างความเจริญให้กับต่างประเทศ ผมขอร้องไปยังสื่อมวลชน ขอให้จบเรื่องนี้ได้แล้ว หากฝ่ายค้านจะตรวจสอบก็ยินดี ที่จะไปว่ากันในสภา หรือใครจะดำเนินการฟ้องร้องก็เชิญ ผมยืนยันในการดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้องในทุกขั้นตอน "
เมื่อถามว่า ได้มีการออกรูปเล่มพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณไปแล้วหรือยัง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะแถลงเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนเรื่องที่มีการกล่าวหาว่าได้มอบหนังสือเดินทางไปให้พ.ต.ท.ทักษิณแล้วที่ประเทศดูไบ ในระหว่างที่ตนเดินทางไปเมื่อวันที่ 21 - 24 พ.ย. 54 ที่ผ่านมานั้น ว่า สื่อที่ร่วมคณะเดินทางไปสามารถเป็นพยานได้ว่าตนอยู่ที่อาบูดาบี ตลอดทั้งทริปการเดินทาง ขอร้องฝ่ายค้านอย่าเอาเรื่องมาปะติดปะต่อมาเล่าเรื่องเป็นนิทาน
เมื่อถามว่า ในระเบียบฯ ข้อ 21 (2) ที่ห้ามออกหนังสือเดินทางให้กับผู้ต้องคดี นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าจะมีการพิจารณาในข้อนี้ ก็คงจะมีการพิจารณาไปแล้วตั้งแต่ต้น เมื่อถามต่อว่า มีการยกเลิกรายชื่อแบล็คลิสต์ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า "ผมจะไปยุ่งกับรายชื่อแบล็คลิสต์ไม่ได้ เมื่อถามว่า การโยนเรื่องนี้ให้กระทรวงต่างประเทศเป็นตอบ ถือว่าเป็นโยนเผือกร้อนให้ข้าราชการประจำหรือไม่ กล่าวว่า " ผมยืนยันทำเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง ตามกฎ และระเบียบของกระทรวง "
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ผ่านมานายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้พยายามใช้ช่องทางของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ในข้อ 21 (2) ที่ห้ามออกหนังสือเดินทางให้กับผู้ต้องคดี แต่ได้พบปัญหาอุปสรรคในขณะนั้น เพราะในออกระเบียบข้อดังกล่าวจะต้องมีการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ต้องคดี ซึ่งท้ายสุดแล้วก็ไม่มีหน่วยงานได้เอกสารยืนยันกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้นนายกษิต จึงได้อ้างระเบียบในข้อที่ 23 (7) แทน และการคืนพาสปอร์ตของนายสุรพงษ์ ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการย้อนศรนายกษิต และพรรครัฐบาลชุดที่ผ่านมา
"สุรพงษ์" วอน "ร.ต.อ.เฉลิม" ตามจับมือวางระเบิดให้ได้
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุลอบวางระเบิด 3 จุดในกรุงเทพฯ ว่า ขอร้องคนมือบอนยุติการกระทำเช่นนี้ เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศและความเสียหายด้านการท่องเที่ยว ทำไปก็ไม่ได้อะไร และขอฝากไปถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้ตามจับผู้ร้ายให้ได้ เพราะคนพวกนี้ทำได้เพียงความสะใจ แต่ไม่นึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
อย่างไรก็ตาม การเรียกความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวไทยกลับคืนมาในช่วงวันปีใหม่ ที่โดยปกติจะมีนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเป็นจำนวนมากได้ให้เอกอัครราชทูตประจำประเทศต่างๆ ชี้แจงสถานการณ์ประเทศไทยเป็นระยะๆ อยู่แล้ว นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมแพ็คเก็จสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะรวมไปถึงการสร้างความมั่นใจหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้วด้วย



