ข่าว

โมเดลแก้รธน.คนเสื้อแดง

โมเดลแก้รธน.คนเสื้อแดง

16 ธ.ค. 2554

โมเดลแก้รธน.คนเสื้อแดง “ส.ส.ร.3” ต้องไม่เคยรับใช้คณะรัฐประหาร : สัมภาษณ์พิเศษ นพ.เหวง โตจิราการ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.โดย ขนิษฐา เทพจร

                 งวดเข้ามาทุกทีกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ “พรรคเพื่อไทย” ได้นำเสนอมาตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้ง
   
              และเป็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อสมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้โหมประเด็นนี้ต่อสาธารณะเป็นรายวัน ว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมูญ ในช่วงเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัติ ที่ใกล้จะถึงนี้ตามแนวของรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ระบุไว้ โดยจะเลือกใช้ช่องทาง “มติคณะรัฐมนตรี” แทนการร่วมลงชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ประชาชน 1.5 หมื่นคนลงชื่อเสนอแก้ไขโดยประชาชน
   
              ในการนี้ “นพ.เหวง โตจิราการ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เล่าว่า เมื่อถึง วัน ว. เวลา น. ที่เหมาะสมแล้ว ผู้ใหญ่ในพรรคจะเสนอแก้ไขมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.” ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และได้วางกรอบที่มาของ ส.ส.ร. ไว้เบื้องต้นคือ มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 คน รวมเป็น 77 คน และจากนักวิชาการที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คือไม่ผ่านการรับใช้คณะรัฐประหาร หรือร่วมทำงานกับทายาท ที่เป็นผลพวงของการปฏิวัติ และมีผลงานด้านประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์อีก 20 คน “คุณสมบัติประชาชนที่จะลงสมัครรับเลือกให้เป็น ส.ส.ร.นั้น จะไม่เฉพาะเจาะจงคุณลักษณะใดชัดเจน เพราะเราต้องการเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่อาจระบุสิ่งที่เป็นพื้นฐาน เช่น อายุ ไม่เป็นคนวิกลจริต เป็นต้น ส่วนคุณสมบัติทางด้านวิชา ความรู้นั้น ไม่อยากกำหนด เพราะความเชี่ยวชาญทางวิชาการนั้น จะเป็นส่วนที่นักวิชาการจำนวน 20 คนเป็นผู้รับไปปฏิบัติ”
   
              ในชั้นนี้คงเป็นที่ชัดเจนระดับหนึ่งว่า นักวิชาการที่เคยร่วมเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี 2549 จำนวน 215 คน, สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2549 จำนวน 100 คน ซึ่งถูกเลือกจากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจำนวน 1,982 คน รวมถึงกลุ่มนักวิชาการที่เคยร่วมทำงานในคณะรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ หมดสิทธิ์!
   
              เมื่อหัวหอกแก้ไขรัฐธรรมนูญล็อกคุณสมบัตินักวิชาการ-ว่าที่ ส.ส.ร.ไว้แบบนี้...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “กลุ่มนิติราษฎร์ หรือนักวิชาการเสื้อแดง”จะเป็นผู้ที่ถูกเลือก ซึ่ง “นพ.เหวง” ร้องขอว่าไม่อยากให้มองเรื่องสีเสื้อเป็นหลัก แต่อยากให้มองในมุมสโลแกนของพรรคเพื่อไทยที่ว่า “คืนความสุขให้คนไทย คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน”
   
              ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดนักวิชาการที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของประชาธิปไตยที่แท้จริงเข้ามาทำหน้าที่ เพราะหากเลือกนักวิชาการที่ผ่านการรับใช้คณะมนตรีความมั่นคง รวมถึงรัฐบาล “ขิงแก” เชื่อได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ยากจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
   
              สำหรับขั้นตอนเริ่มแก้รัฐธรรมนูญนั้น “นพ.เหวง” กล่าวไว้ว่าจะให้ “ส.ส.ร.” เริ่มต้นทำงาน ด้วยการสอบถามประชาชนว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดเป็นตัวต้นร่าง ระหว่าง พ.ศ.2540 กับ พ.ศ.2550 เมื่อได้ข้อสรุป จะให้เวลายกร่าง 7-9 เดือน ก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนใหม่ให้ประชาชนโหวตอีกครั้ง ส่วนแนวทางแก้รัฐธรรมนูญของกลุ่ม นปช.ที่ผ่านปากของ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” รักษาการประธาน นปช. ว่าจะนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 กลับมาใช้ แล้วขยำรัฐธรรมนูญ 2550 ทิ้งเสีย “ส.ส.เพื่อไทย ในบทบาทของแกนนำเสื้อแดง” ยอมรับว่า ในหลักการไม่แย้ง แต่ในรายละเอียดนั้นมีส่วนที่เห็นไม่ตรงกัน โดยสำคัญไม่สามารถตอบได้ว่าจะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งฉบับและกลับมาใช้ 2540 ได้หรือไม่ เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ผ่านกลไกการทำงานของ ส.ส.ร.ชุดใหม่
   
              แถมท้ายมุมมองส่วนตัวของ “เหวง” ต่อประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อให้อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มีข้อบกพร่องสมควรแก้ นอกจากมาตรา 309 ที่รับรองความชอบธรรมของการรัฐประหารแล้ว ยังมีการใช้อำนาจขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้ 4 เสียงก็สามารถปลด “นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย” ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนถึง 15.7 ล้านเสียงให้ออกจากตำแหน่งได้
   
              นอกจากนั้นแล้ว “ส.ส.เพื่อไทย ในบทบาทของแกนนำเสื้อแดง” บอกว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือโอกาสโละ!! กฎหมายที่ออกโดยคณะปฏิวัตินับแต่ พ.ศ.2490 ด้วยเพราะออกมาจากปลายกระบอกปืน!!