ข่าว

กองทัพถูกหั่นงบปี53มากถึง2หมื่นล้าน

กองทัพถูกหั่นงบปี53มากถึง2หมื่นล้าน

05 พ.ค. 2552

กองทัพเจอหั่นงบ 2 หมื่น ล. หลังรัฐบาลปรับลดงบรวมปี 53 ถึง 2 แสน ล. ทบ. เจอเต็มๆ 1 หมื่น ล. ส่อแห้ว รถเกราะยูเครน-ฮ.เอ็มไอ 17-ปลย. ทร.ชะลอ "เรือฟริเกต" ทอ. กระทบสถานีเรดาร์-บินกริพเพนลอต 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากการปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เหลือเพียง 1.7 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.9 ล้านล้านบาท ทำให้แต่ละกระทรวงได้รับงบประมาณลดลงเฉลี่ย 7-10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 20,000-50,000 ล้านบาท โดยในส่วนของกระทรวงกลาโหม ก็ถูกปรับลดไปเกือบ 20,000 ล้านบาท หรือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยได้รับประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ก็ถูกปรับเหลือเพียง 1.51 แสนล้านบาท ซึ่งกระทบต่อแผนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพได้แจ้งให้หน่วยขึ้นตรงแต่ละเหล่าทัพทราบ และให้แต่ละหน่วยไปศึกษาในรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและเรื่องสวัสดิการของแต่ละเหล่าทัพที่จะต้องถูกตัดลดเป็นอันดับแรก โดยก่อนหน้านี้งบการศึกษาดูงานในต่างประเทศก็ถูกตัดแล้ว โดยเปลี่ยนให้มาศึกษาดูงานภายในประเทศแทน

 แหล่งข่าวกระทรวงกลาโหม เปิดเผยอีกว่า สำหรับโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของแต่ละเหล่าทัพก็จะต้องมาสำรวจถึงความเหมาะสมว่าเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ โดยหลายโครงการอาจจะต้องชะลอไปก่อน ซึ่งแต่ละเหล่าทัพจะต้องไปสำรวจในรายละเอียดเพื่อนำเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ จากงบประมาณ 100 เปอร์เซ็นต์ กองทัพบกจะถูกตัดลดงบประมาณมากที่สุดราว 50 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่ถูกตัดไปเกลี่ยกับกระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทัพไทย กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

 ส่วนโครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่กองทัพบกอาจจะมีปัญหามากที่สุด คือ โครงการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง จากประเทศยูเครน วงเงินงบประมาณเกือบ 5,000 ล้านบาท และโครงการการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 จากประเทศรัสเซีย จำนวน 4 ลำ รวมถึงโครงการจัดซื้ออาวุธปืนขนาดเล็ก ทั้งนี้ โครงการการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยางจากประเทศยูเครน แม้ในสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช จะลงนามอนุมัติให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จัดซื้อไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถซื้อได้ เนื่องจากติดปัญหาเกี่ยวกับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน อีกทั้งประเทศยูเครนก็เกิดปัญหาในเรื่องการจัดซื้อเทคโนโลยีเพื่อมาประกอบกับรถยูเครนที่กองทัพบกไทยจัดซื้อได้ เพราะเกิดปัญหากับประเทศเยอรมนีเรื่องการซื้อท่อก๊าซ ทำให้ประเทศเยอรมนีไม่ยอมขายอุปกรณ์เกี่ยวกับชิ้นส่วนอะไหล่ของรถยานเกราะล้อยางให้ จึงทำให้โครงการดังกล่าวชะงักไป

 ส่วนโครงการของกองทัพเรือ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก มีเพียงโครงการจัดซื้อเรือฟริเกต ที่คงต้องชะลอไปก่อน ขณะที่กองทัพอากาศอาจจะส่งผลกระทบกับการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีเรดาร์ มูลค่า 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับระบบการปฏิบัติการของเครื่องกริพเพน ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ที่จะมาประจำการในปี 2554 จำนวน 6 ลำ และอาจจะมีผลกระทบกับการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนลอตที่ 2 ด้วยโดยวาระการพิจารณาการปรับลดงบประมาณประจำปี 2553 จะมีขึ้นระหว่างการประชุม ครม.ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้