ข่าว

ส.ปกเกล้าฯปัดแก้กม.ให้กมธ.ปรองดอง

ส.ปกเกล้าฯปัดแก้กม.ให้กมธ.ปรองดอง

16 ธ.ค. 2554

ส.ปกเกล้าฯ ปฏิเสธยกร่างแก้กฎหมาย ให้ กมธ.ปรองดอง เหตุ สภาฯ-กฤษฎีกา มีอำนาจทำเต็มที่ ผอ.สันติวิธี ซัด พรบ.ปรองดอง แค่หน้ากากกม.นิรโทษกรรม 'ทักษิณ' แนะจับตา ขอพระราชทานอภัยโทษวันแม่ ด้าน ทีมยุทธศาสตร์ “เพื่อไทย” ถกชุดใหญ่ รับเปิดสภา ชะลอ กม.นิรโทษกรรม

           นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาแนวทางปรองดอง ตามที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) สภาผู้แทนราษฎรเสนอ เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาว่า ในประเด็นตัวอย่างศึกษาของต่างประเทศนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้

           ส่วนประเด็นของในประเทศขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มที่อยู่ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางแก้ไขความขัดแย้ง สำหรับแนวทางที่กรรมาธิการปรองดอง เขียนแนบท้ายระบุให้สถาบันพระปกเกล้าฯ ยกร่างแก้ไขกฎหมาย หากพบว่า กฎหมายฉบับใดที่มีปัญหานั้น ล่าสุด ได้ขอปฏิเสธที่จะทำ เนื่องจากว่า กระบวนการออกกฎหมายใดๆ นั้น เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานกฤษฎีกา

           ด้าน พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล 1 ในคณะทำงานของสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในประเด็นของ พรบ.ปรอดอง ตามแนวคิดของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ว่า แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็น พรบ.ปรองดองแล้ว แต่สาระหลัก ยังเชื่อว่า ยังคงแนวคิดนิรโทษกรรมเช่นเดิม และเป้าหมายคือนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยประกาศเป็นนโยบายของพรรคไปแล้ว

           ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมด้วยการออกใช้ พรบ.ปรองดองนั้น หากออกเพื่อคน ๆ เดียว จะเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะเจาะจงตัวบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ดังนั้น เชื่อว่า หาก ร.ต.อ.เฉลิม จะทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีหลายวิธี

           ส่วนวิธีการแก้ไขกฎหมายนั้น ทางคณะทำงานไมได้ทำ เบื้องต้นทางกรรมาธิการปรองดอง อาจนำไปให้นักวิชาการกลุ่มอื่นเป็นผู้ดำเนินการ

           “ผมขอให้จับตาการออกพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษในวโรกาสสำคัญ เช่น วันแม่ 12 ส.ค.55 ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา รวมถึงวันที่ 28 ก.ค.55 ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา” พล.อ.เอกชัย กล่าว

 

ทีมยุทธศาสตร์ พท. ถกชุดใหญ่ รับเปิดสภา ชะลอ กม.นิรโทษกรรม

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันที่ 15 ธ.ค.54 มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ที่มีแกนนำของพรรคที่เป็นสมาชิกบ้านเลขที่111และสมาชิกบ้านเลขที่109 ได้เข้าร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก อาทินายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายวราเทพ รัตนากร เป็นต้น เข้าร่วมหารือ

           ทั้งนี้ เป็นการหารือเพื่อประเมิน วิเคราะห์ การดำเนินการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ที่จะมีการเสนอและผลักดันกฎหมายฉบับใด และเรื่องที่พรรคได้เคยหาเสียงไว้ ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 รวมถึงกระบวนการปรองดองด้วย

           สำหรับ การประชุมครั้งนี้ ได้เชิญ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาแทนราษฎร เข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองประธานกมธ. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ เลขานุการกมธ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ให้เข้ามารายงานผลความคืบหน้า ในการพิจารณาศึกษาสร้างความปรองดองแห่งชาติด้วย

           ทั้งนี้ บรรยากาศการหารือ ได้พิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่สภาในสมัยประชุมนี้ โดยที่ประชุมเห็นว่า จะต้องมาพิจารณาถึงรายละเอียดของกฎหมายที่ค้างการพิจารณาจำนวนมาก ซึ่งจะต้องดูว่า ร่างกฎหมายฉบับใด มีความสำคัญต่อประชาชน ที่ควรเร่งผลักดัน ซึ่งจะได้หารือในวันอังคารที่ 20 ธ.ค.อีกครั้ง รวมทั้งได้มีการสอบถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศในการหาเสียง ที่ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังด้วย

           ส่วนร่างพรบ.นิรโทษกรรม หรือร่างพรบ.ปรองดอง ที่มีการออกมาพูดกันช่วงนี้ ที่ประชุมเห็นว่า ควรจะรอผลการศึกษาพิจารณาของกมธ.ปรองดองแห่งชาติ สรุปออกมาก่อน ไม่ควรจะเร่งรีบเสนอจนเกินไป เพราะไม่ควรสร้างเงื่อนไขไปกดดันการทำงานของรัฐบาล เนื่องจากหลังจากนี้ไป ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในกลางเดือนม.ค.2555 ควรให้ความสำคัญในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมและการฟื้นฟูของรัฐบาล ให้มีระบบ รัดกุม รอบคอบในการดำเนินการเพื่อไม่ให้มีปัญหาการทุจริตตามมา

           ทั้งนี้ แกนนำส่วนใหญ่ ค่อนข้างพอใจกับผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯที่มีแนวทาง ในการจัดการอย่างเป็นระบบ และเห็นด้วยในการเดินหน้าศึกษาเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติต่อไป จึงเห็นว่า ทุกอย่างจะขอรอดูผลการศึกษาก่อน

           อย่างไรก็ตาม ได้ฝากให้คณะกรรมาธิการฯปรับแนวทางการทำงานให้รับความคิดเห็นข้อมูลจากทุกฝ่ายให้มากๆ ทั้งในส่วนของกองทัพและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย เพื่อนำไปสู่กระบวนการปรองดองอย่างแท้จริง

           ส่วนร่างพรบ.ปรองดองหรือร่างพรบ.นิรโทษกรรมนั้น ยังจะไม่มีการดำเนินการอะไร โดยควรให้รอดูผลสรุปและแนวทางของกมธ.ปรองดองแห่งชาติ มีผลสรุปออกมาก่อน จึงไม่ควรเร่งรีบจนเกินไป ควรค่อยเป็นค่อยไปตามสถานการณ์