
ทองร่วงหนักแห่ซื้อเก็งกำไร
ราคาทองคำร่วงหนักเปิดตลาดลดทันที 850 บาท ตลอดวันผันผวนปรับราคาถึง 10 ครั้ง เหตุนักลงทุนไม่มั่นใจการแก้ปัญหาของยูโรโซน เทขายทำกำไรปรับพอร์ตสิ้นปี นักลงทุนไทยแห่ซื้อเก็บ เก็งกำไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.54 ราคาทองคำเมื่อเปิดการซื้อขายในช่วงเช้าราคาลดลงทันที 850 บาท ก่อนที่จะมีการปรับตัวขึ้นลงผันผวน โดยมีการปรับราคารวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง ปิดตลาดล่าสุดในช่วงเย็นราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 23,750 บาท รับซื้ออยู่ที่บาทละ 23,650 บาท ส่วนทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 24,150 บาท และรับซื้ออยู่ที่บาทละ 233,00.92 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 600 บาท
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงรุนแรงสุดในรอบ 4 เดือน ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากแรงขายทำกำไร หลังการแก้ไขปัญหาในแถบประเทศยูโรโซนยังไม่มีอะไรดีขึ้น ขณะที่เป็นช่วงสิ้นปีสถาบันต่างประเทศเตรียมปิดบัญชีประจำปี จึงต้องมีการจัดการพอร์ตการลงทุน ซึ่งทองคำถือเป็นทรัพย์สินที่เป็นเป้าหมายหลัก โดยในระยะสั้นนี้ราคาทองคำยังจะผันผวนแรงจนถึงสิ้นปี และต้องติดตามว่าจะหลุดระดับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือไม่
"การปรับลดลงของราคาทอง ทำให้นักลงทุนในประเทศมีการแห่มาซื้อทองเก็บไว้เก็งกำไรพอสมควร ซึ่งมีแนวโน้มว่าในปีหน้าราคาทองยังมีโอกาสปรับสูงขึ้นอีกครั้ง และอาจทำสถิติใหม่ โดยราคาน่าจะเกิน 1,922 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีหน้า"
ด้าน นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการเอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าวว่า การที่ราคาทองคำปรับตัวลงแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากนักลงทุนหันไปเก็งกำไรค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐแทนและเทขายเงินยูโร ทองคำ และหุ้น เพราะไม่มั่นใจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มยุโรป ซึ่งราคาทองคำได้ถูกเทขายมาประมาณ 3 วัน โดยในส่วนของบริษัทมีมูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในระยะสั้นจะยังผันผวนในทิศทางขาลง จึงไม่แนะนำให้เข้ามาลงทุน แต่หากต้องการลงทุนระยะยาวสามารถซื้อลงทุนได้
ขณะที่นายธนรัชต์ พสวงศ์ ผู้บริหารในกลุ่มธุรกิจฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบสนองลูกค้าที่อาศัยจังหวะช่วงราคาทองคำปรับฐาน แห่เข้ามาซื้อทองคำเก็บในทุกสาขา ทางกลุ่มจึงเปิดตัวระบบซื้อขายทองคำออนไลน์ด้วยระบบ web based เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านหน้าเว็บได้ทันทีไม่ต้องรอลงโปรแกรม หรือดาวน์โหลดโปรแกรมให้เกิดความยุ่งยาก และยังสามารถซื้อขาย และชำระเงินผ่านระบบตัดบัญชีอัตโนมัติ และผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ทันที พร้อมด้วยระบบการป้องกันข้อมูลที่ทันสมัย
"คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในระบบ web based เพิ่มกว่าหมื่นรายจากฐานลูกค้าเดิม และตั้งเป้าจะขยายรายได้ในปีหน้ากว่า 4 แสนล้านบาท เชื่อแข่งขันได้ในตลาดโลก เนื่องจากตลาดทองคำยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง"
.......................................................
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว - แฟ้มภาพข่าว)



